หน้าแรก ต่างประเทศ ปธน.สีดัน Gre...

ปธน.สีดัน Greater BRICS เพิ่มบทบาทเวทีนานาชาติ ปูตินหวัง ขับเคลื่อนระเบียบโลกหลายขั้ว

14.09.26 | 13:43 น.
REUTERS

ปธน.สีดัน Greater BRICS เพิ่มบทบาทเวทีนานาชาติ ปูตินหวัง ขับเคลื่อนระเบียบโลกหลายขั้ว

ะธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเปิดตัวโครงการริเริ่มด้านต่าง ๆ ในวันที่ 13 กันยายน บนเวทีการประชุมสุดยอด BRICS ตั้งแต่ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ไปจนถึงการค้า เพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในนาม “Greater BRICS” ขณะที่จีนพยายามผลักดันให้กลุ่ม BRICS พัฒนาเป็นเวทีที่สามารถใช้ได้จริง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาของกลุ่มประเทศซีกโลกใต้


ความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ตั้งแต่การเมืองและความมั่นคง ไปจนถึงเศรษฐกิจและการเงิน ถือเป็นประเด็นสำคัญของกลุ่ม BRICS โดยอินเดียซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มในปีนี้ และจีนจะรับตำแหน่งประธานในปี 2070 ต่างพยายามขยายความร่วมมือ เพื่อเพิ่มอิทธิพลของกลุ่มในเวทีโลก

สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า สี จิ้นผิง กล่าวต่อบรรดาผู้นำในการประชุมสุดยอดประจำปีของกลุ่ม BRICS ที่กรุงนิวเดลีว่า ความสำเร็จของ “โครงการริเริ่ม Greater BRICS” ขึ้นอยู่กับการวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับความร่วมมือที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

สี จิ้นผิงกล่าวในช่วงปิดการประชุมสุดยอดว่า ประเทศต่าง ๆ ใน “Greater BRICS” ควรเพิ่มพูนความร่วมมือ รักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนส่งเสริมการสร้างตลาดแบบบูรณาการที่มีความเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวมากขึ้น

Advertisement

ประธานาธิบดีสีกล่าวว่า จีนจะเป็นผู้นำในการจัดตั้ง “เขตโอเพนซอร์สด้าน AI  ของ BRICS” เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านโมเดลภาษาขนาดใหญ่ การฝึกฝน AI และระบบนิเวศ AI แบบเปิด

ผู้นำจีนยังเสนอให้จัดตั้งความร่วมมือในรูปแบบ “เขตเศรษฐกิจพิเศษ BRICS” และระบุว่า จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมด้านการค้าบริการ BRICS ในปีหน้า เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิก

กลุ่ม BRICS ได้ขยายสมาชิก โดยมีอิหร่าน อินโดนีเซีย อียิปต์ เอธิโอเปีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เข้าร่วม นอกเหนือจากสมาชิกดั้งเดิม ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ซึ่งรวมตัวกันเมื่อราว 2 ทศวรรษก่อน โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระเบียบโลกที่ในขณะนั้นถูกครอบงำโดยสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ ยังมีประเทศหุ้นส่วนอีก 10 ประเทศ ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ส่งผลให้กลุ่มมีขอบเขตความร่วมมือครอบคลุมประเทศในกลุ่มซีกโลกใต้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยบางครั้งจีนและรัสเซียเรียกกลุ่มที่ขยายตัวนี้ว่า “Greater BRICS”

ก่อนหน้านี้ นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย กล่าวว่าประโยชน์จากแนวทางหรือแนวทางแก้ไขปัญหาที่พัฒนาขึ้นภายในกลุ่ม BRICS ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เฉพาะประเทศสมาชิก BRICS เท่านั้น แต่ควรสามารถนำไปปรับใช้และเปิดให้ประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มซีกโลกใต้เข้าถึงได้ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศเหล่านั้น

ด้านวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ยกย่อง BRICS ว่าเป็นพลังขับเคลื่อนที่ทรงพลังในการสร้างระเบียบโลกใหม่ที่มีความเป็นธรรมและเป็นระบบหลายขั้วอำนาจมากขึ้น พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกหาทางผสมผสานหรือใช้ประโยชน์จากจุดแข็งด้านการแข่งขันของเศรษฐกิจแต่ละประเทศเข้าด้วยกัน