เปิดคู่มือส่องศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ วัดพลัง ‘เดโมแครต’ พลิกเกมคุมคองเกรสเหนือ ‘รีพับลิกัน’?
สำนักข่าวเอพี รายงานว่า เดิมพันในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ ว่าพรรคใดจะได้เป็นผู้ควบคุมสภาคองเกรสนั้น ชัดเจนเสียยิ่งกว่าชัดเจน แต่ไม่อาจบอกได้เลยว่า ผลลัพธ์นั้น จะรู้แน่ชัดเมื่อใด
สำนักข่าวเอพี จะเป็นผู้รายงานผลการเลือกตั้งทั้งในเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 435 ที่นั่ง และการเลือกตั้งวุฒิสมาชิก 35 ที่นั่ง ในการแข่งขันปีนี้
การครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ขึ้นอยู่กับว่า พรรคใดจะสามารถคว้าที่นั่งได้ถึง 218 ที่นั่ง ซึ่งปัจจุบัน พรรครีพับลิกัน มีอยู่ 219 ที่นั่ง ซึ่งมากกว่าขั้นต่ำที่ต้องการในการครองเสียงข้างมากเพียง 1 ที่นั่ง ในยามที่ทุกเก้าอี้มีผู้ดำรงตำแหน่งครบถ้วน โดยขณะนี้มีตำแหน่งที่ว่างอยู่ 2 ที่นั่ง
สำหรับวุฒิสภา พรรคเดโมแครต จำเป็นต้องได้ 51 ที่นั่ง ส่วนพรรครีพับลิกัน ต้องการ 50 ที่นั่ง เนื่องจากเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ สามารถลงคะแนนเสียงชี้ขาดให้กับพรรคของตนได้ ในกรณีที่คะแนนเสียงเท่ากัน โดยปัจจุบัน พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาอยู่ด้วยคะแนน 53 ต่อ 47 ที่นั่ง
ในการเลือกตั้งกลางเทอม เมื่อปี 2002 สำนักข่าวเอพี สามารถระบุได้ว่า พรรคใดครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ภายใน 4 วัน หลังวันเลือกตั้ง ส่วนผลการครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรนั้น ต้องใช้เวลาถึง 8 วัน หลังวันเลือกตั้งจึงจะสามารถสรุปผลได้
สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2024 ช่วงเวลาที่ใช้ในการสรุปผลของทั้งสองสภามีความแตกต่างกันมากขึ้น โดยผลการครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ทราบได้ในวันถัดจากวันเลือกตั้ง ขณะที่ผลของสภาผู้แทนราษฎรต้องใช้เวลาถึง 8 วันหลังจากนั้น
ขณะที่บางรัฐต้องใช้เวลาหลายวัน ในการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งทั้งหมด เช่น รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดในสหรัฐ มักจะมีบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์จำนวนหลายพันใบถูกนำมาส่งในวันเลือกตั้ง โดยในปี 2022 คะแนนเสียงครึ่งหนึ่งของรัฐนี้ ถูกนับหลังจากวันเลือกตั้งไปแล้ว
นอกจากนี้ บางรัฐ อย่าง อะแลสกา และ เมน ซึ่งมีการแข่งขันที่สำคัญในระดับวุฒิสภาปีนี้ ยังใช้วิธีการเลือกตั้งแบบจัดลำดับความชอบ
ทั้งนี้ ผู้สมัครสามารถชนะการเลือกตั้งได้ หากได้คะแนนเสียงมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ในรอบแรก แต่หากไม่มีผู้ใดได้รับคะแนนถึงเกณฑ์ดังกล่าว ผู้สมัครที่ได้คะแนนเลือกเป็นอันดับ 1 น้อยที่สุด จะถูกคัดออก และคะแนนเสียงเหล่านั้นจะถูกนำไปจัดสรรใหม่ตามตัวเลือกอันดับ 2 ของผู้ลงคะแนน ซึ่งกระบวนการนี้อาจทำให้การประกาศผลล่าช้าออกไปอย่างมาก
ซึ่งสำนักข่าวเอพีจะไม่มีการคาดการณ์ผลล่วงหน้า แต่จะประกาศผู้ชนะก็ต่อเมื่อมีความชัดเจนแล้วว่าไม่มีสถานการณ์ใดที่ผู้สมัครซึ่งมีคะแนนตามอยู่จะสามารถไล่ตามคะแนนของผู้ที่นำอยู่ได้อีกต่อไป



