หลอมรวมความผูกพัน ก้าวสู่หน้าประวัติศาสตร์ใหม่ ดุสิตธานี

27.12.18 | 11:10 น.
หลอมรวมความผูกพัน ก้าวสู่หน้าประวัติศาสตร์ใหม่ ดุสิตธานี

หลอมรวมความผูกพัน ก้าวสู่หน้าประวัติศาสตร์ใหม่ ดุสิตธานี

ดุสิตธานี – นับตั้งแต่วันแรกที่โรงแรมดุสิตธานีได้เปิดให้บริการ จนกระทั่งถึงวันที่ดุสิตธานีพร้อมปิดประวัติศาสตร์บทแรก ทุบตึกปิดปรับปรุง เพื่อ “เปลี่ยนผ่าน” สู่การเดินทางบทใหม่ ที่มีกำหนดการเผยโฉมใหม่ในอีก 4 ปีข้างหน้า ต่างได้บันทึกเรื่องราวเอาไว้มากมาย ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา

ซึ่งการ “เปลี่ยนแปลง” ดังกล่าวก็นำมาทั้งความเสียดาย ซาบซึ้ง และยินดี ปะปนกันไป

ด้วย “ดุสิตธานี” เป็นสถานที่ที่บรรจุ “ความทรงจำของใครหลายคน” โดยเฉพาะบรรดาเซเลบริตี้ที่มีความผูกพันอย่างแน่นแฟ้น ต่างแต่งสูทผูกเนกไท และสวมชุดราตรีสุดหรูเข้าร่วมงาน “ผูกพันด้วยใจ ก้าวไปกับดุสิต” เพื่อร่วมย้อนรำลึกความทรงจำอย่างคับคั่ง ณ ห้องนภาลัย บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

ชนินทธ์ โทณวณิก รองประธานกรรมการและประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.ดุสิตธานี กล่าวว่า งานในครั้งนี้ไม่ได้จัดขึ้นเพื่ออำลาโรงแรมดุสิตธานี แต่จัดขึ้นเพื่อขอบคุณที่ทุกคนให้การสนับสนุนโรงแรมดุสิตธานีอย่างดีมาโดยตลอด และเพื่อบอกกล่าวกันว่า “โรงแรมดุสิตธานียังจะไม่ไปไหน” เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบสนองกับความต้องการของผู้บริโภคทั้งในด้านการตลาดและผู้แข่งขัน ซึ่งตึกที่มีอายุร่วม 50 ปี ก็จะมีปัญหาอยู่บ้าง โดยใน 4 ปีข้างหน้าจะได้พบกับ “โรงแรมดุสิตธานีโฉมใหม่” ที่ยังคงใช้ปรัชญาในการบริหาร ออกแบบ และการดูแลเรื่องการบริการเหมือนเดิม

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดุสิตธานี กล่าวว่า ในปีที่โรงแรมดุสิตธานีย่างเข้าสู่ปีที่ 50 นับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะก้าวเข้าสู่บทใหม่ ซึ่งก็ไม่ลืมเอกลักษณ์และตัวตนของความเป็นดุสิต โดยจะเก็บรักษาเอาสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ที่ดีเหล่านี้ไปไว้ที่โรงแรมดุสิตธานีแห่งใหม่ อาทิ ยอดสีทองของโรงแรม น้ำพุและน้ำตกที่อยู่กลางโรงแรม ล็อบบี้ ต้นไม้และแลนด์สเคป ตลอดจนสิ่งสำคัญอย่างงานประติมากรรม งานศิลปกรรม และงานสถาปัตยกรรม จะถูกเก็บเอาไว้หมด

Advertisement

“ในขณะเดียวกันก็ต้องเติมในสิ่งที่เป็นความใหม่ ทันสมัย ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในโลกปัจจุบันและอนาคต ซึ่งไม่ง่ายเลย แต่เราก็มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำออกมาให้สำเร็จ เป็นความผสมผสานระหว่างความเป็นดุสิตธานีและความทันสมัยที่จะเกิดขึ้นในอีก 4 ปีข้างหน้า” ศุภจีกล่าว

ชนินทธ์ โทณวณิก
ชนินทธ์ โทณวณิก
ชนินทธ์ โทณวณิก
ชนินทธ์ โทณวณิก
ศุภจี สุธรรมพันธุ์
ศุภจี สุธรรมพันธุ์
ศุภจี สุธรรมพันธุ์
ศุภจี สุธรรมพันธุ์

 

ด้านเซเลบคนดังที่มีความผูกพันกับโรงแรมดุสิตธานี ก็ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความทรงจำที่มีต่อโรงแรมแห่งนี้

เริ่มที่ ใหญ่-อมาตย์ นิมิตภาคย์ ช่างภาพชื่อดังของเมืองไทย เป็นอีกหนึ่งคนที่ “ฝังราก” การทำงานอยู่ที่โรงแรมดุสิตธานี ด้วยต้องเป็นช่างภาพถ่ายประจำงานแฟชั่นโชว์ ณ ห้องนภาลัย และห้องเทียร่า อยู่เป็นระยะเวลากว่าสิบปี เผยว่า สมัยก่อนเวลาจัดแฟชั่นโชว์ใหญ่ๆ ก็ต้องจัดที่ดุสิตธานี ซึ่งงานมีทุกวัน ก็เลยต้องมาทุกวัน จนรู้สึกเหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง และถ้าไม่มาทำงานเจ้าตัวก็มักจะมารีแล็กซ์กับดิสโก้เทคอยู่บ่อยๆ

แต่กระนั้นดูเหมือนว่า “ความผูกพัน” ระหว่างตากล้องชื่อดังกับดุสิตธานี จะเริ่มตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก เพราะแม้บ้านของเขาจะอยู่แถวหัวลำโพง แต่เมื่อมองมาก็ยังคงเห็น “ยอดชฎา” ของดุสิตธานีเรียกว่า “โดดเด่น” ที่สุด ณ ตอนนั้น และก็ยังต้องมองทุกวัน เพราะยามไปโรงเรียนก็ต้องขับรถผ่าน

“การปรับปรุงของดุสิตธานีครั้งนี้ รู้สึกยินดีด้วยอย่างยิ่ง เพราะว่าดุสิตธานีก็ต้องพัฒนาตามกระแสโลก ซึ่งอาจจะดีกว่าเก่า ได้ข่าวว่าจะทำใต้ดินด้วย ก็น่าจะสวยงามและกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ เพราะตรงนี้ก็ติดกับสวนลุมพินีด้วย เปรียบได้กับเป็นเซ็นทรัล พาร์คของนิวยอร์ก” ช่างภาพชื่อดังกล่าวพร้อมรอยยิ้ม และว่า

“4 ปี เดี๋ยวนี้ผ่านไปไว ดุสิตธานี โฉมใหม่จะเป็นอย่างไร เดี๋ยวก็ได้เห็นกัน”

ขณะที่ เป๊ะ-กนิษฐ์ สารสิน พิธีกรและนักแสดงชื่อดัง ซึ่งควงคู่มาพร้อมภรรยาคนสวย เอ๋ม-อมรา สารสิน เผยถึงความผูกพันที่มีมาตั้งแต่เด็กว่า เวลาเป็นเด็กก็มักจะหาอะไรเล่น ซึ่งบ้านก็อยู่ใกล้ ก็เลยชอบมาวิ่งเล่นและเล่นกับช้างที่หน้าโรงแรม ซึ่งหากให้พูดถึงเสน่ห์ของดุสิตธานีก็คงต้องกล่าวถึง “โรงแรมไทยในระดับสากล” เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย เป็นเอกลักษณ์ของไทย

“มุมนึงก็ใจหายนะที่ตึกที่เห็นมาตลอดหลายปีจะถูกทุบ ไม่มีแล้ว แต่ทุกอย่างก็ต้องพัฒนาต่อไป จะให้อยู่อย่างเดิมก็ลำบาก” กนิษฐ์กล่าวพร้อมเล่าเรื่องวัยเด็กอย่างอารมณ์ดีว่า

“เอกลักษณ์ของดุสิตธานีที่ทุกคนจำได้คือ ยอดชฎาที่แหลมๆ ซึ่งผมก็มีความผูก “พัน” จริงๆ กับตรงนี้ เพราะตอนเป็นเด็กเคยเล่นว่าว และว่าวไปพันรอบส่วนปลายแหลมเอาไว้ ก็ต้องปล่อยให้ว่าวขาดไป” ฟังแล้วก็ต้องยกนิ้วให้ เพราะ ผูก “พัน” มากจริงๆ

 

ใหญ่-อมาตย์ นิมิตภาคย์ ช่างภาพชื่อดังของเมืองไทย
ใหญ่-อมาตย์ นิมิตภาคย์ ช่างภาพชื่อดังของเมืองไทย
เป๊ะ-กนิษฐ์ สารสิน และภรรยา
เป๊ะ-กนิษฐ์ สารสิน และภรรยา

มาต่อที่เซเลบริตี้สาว เปิ้น-อภิชา เลาหพงศ์ชนะ ที่เรียกว่าเป็นแขกพ่วงด้วยตำแหน่งลูกค้าเจ้าประจำของที่นี่ เธอเล่าว่า ครอบครัวของเธอจะต้องมารับประทานอาหารกลางวันร่วมกันทุกวันอาทิตย์ของเดือน โดยคุณแม่จะพามาประมาณเดือนละ 1-2 ครั้ง โดยร้านโปรดของครอบครัวคือร้านอาหารญี่ปุ่น “โชกุน” ก่อนจะสลับหมุนเวียนไปตามร้านอื่นๆ เช่น ร้านอาหารไทย เวียดนาม แต่กระนั้นตั้งแต่เด็กจนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย จนกระทั่งปัจจุบันครอบครัวของเธอก็ยังคง “ฝากท้อง” ไว้ที่ห้องอาหารภายในโรงแรมแห่งนี้

โดยเมนูโปรดที่เซเลบสาวใช้คำว่า “เสพติด” จนต้องซื้อกลับบ้านทุกครั้ง คือ แซนด์วิชกุ้งและสังขยามะพร้าวอ่อน เพราะอร่อยเด็ดถูกปากมากๆ เรียกว่าเป็นลูกค้าเจ้าประจำที่พนักงานต่างจำได้ !

นอกจากนี้ในสมัยที่ยังเป็นเด็ก เธอมีโอกาสเข้าร่วมการจิบน้ำชายามบ่าย ก่อนชมแฟชั่นโชว์เป็นเพื่อนคุณแม่อยู่บ่อยๆ โดยภายในงานก็จะมีลูกโป่งเอาไว้ให้เด็กๆ ได้เล่น อีกด้วย

ซึ่งทั้งหมดนี้คือ “ความทรงจำที่ดี” ของเธอ โดยเธอเชื่อว่าในอีก 4 ปีข้างหน้าจะได้เห็นดุสิตธานีในโฉมใหม่ที่ยังคงมีกลิ่นอายที่คุ้นเคย “เหมือนกับครอบครัว”

“ในอีก 4 ปีข้างหน้าจะได้เห็นดุสิตธานีในโฉมใหม่ ต้องกล่าวก่อนว่าเปิ้นผูกพันกับดุสิตธานีไม่เพียงแค่เรื่องรูปลักษณ์ของตึก แต่ผูกพันกับความรู้สึกว่า นี่คือบ้านอีกหลังของเรา เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากสัมผัสในดุสิตธานี โฉมใหม่จึงเป็นความรู้สึกที่เมื่อเดินเข้าไปแล้วเรารู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน ให้ความรู้สึกคุ้นเคย เพราะว่านอกจากคุณพ่อคุณแม่จะพาเปิ้นมาตั้งแต่เด็กแล้ว น้องชายเปิ้นยังแต่งงานที่นี่ด้วย พอมีหลานก็พาหลานมากินข้าวที่นี่ ครอบครัวเราจึงผูกพันกับดุสิตธานีมาก” อภิชากล่าวด้วยรอยยิ้ม

ปิดท้ายด้วย พิม-ศิรินันท์ โทณวณิก ทายาทรุ่นใหม่ของเครือดุสิตธานี ลูกสาวของ ชนินทธ์ โทณวณิก ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ดุสิตธานี เผยว่า หลายคนอาจจะบอกว่า “โรงเรียน” เปรียบได้กับบ้านที่สองของตัวเอง แต่กับเธอแล้ว “โรงแรมดุสิตธานี” คือบ้านหลังที่ 2 ซึ่งอาจจะเป็นบ้านที่หลังใหญ่หน่อย เพราะมีคนเข้าออกมากมาย วิ่งเล่นที่นี่ตั้งแต่เด็ก พนักงานก็คุ้นเคยกันดี เหมือนเลี้ยงเธอมา

ในฐานะของทายาทผู้บริหารโรงแรมดุสิตธานี ศิรินันท์กล่าวว่า ดีใจและภาคภูมิใจมากที่โรงแรมเป็นที่รู้จักทั้งในไทยและต่างประเทศ เพราะเธอไม่ได้มองว่าดุสิตธานีเป็นแค่โรงแรมของคนไทย แต่ดุสิตธานีเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ได้ป่าวประกาศความเป็นไทยออกไปให้ทั่วโลกได้รู้จัก ให้นักท่องเที่ยวรู้ว่านี่คือวัฒนธรรมของคนไทย เวลาเขาไปที่ไหนเขาเล่าต่อได้ว่า อาหารไทยอร่อยมาก วัฒนธรรมไทย สถาปัตยกรรมไทย งดงามยังไง ภาคภูมิใจตรงนี้ ตรงที่เราสามารถนำเสนอเรื่องราวเหล่านี้ออกไปทั่วโลกได้

“อีก 4 ปี ทุกคนจะได้พบกับดุสิตธานีในโฉมใหม่ พิมอาจจะได้เข้ามาช่วยงานที่โรงแรม กลับมาช่วยดูแลเรื่องบัญชีและงานบริหารทั่วไป ส่วนปัจจุบันก็ทำบริษัทเกี่ยวกับไอทีอยู่ ซึ่งครอบครัวโอเพ่นมาก เขาเปิดโอกาสให้ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อนกลับมาทำงานกับที่บ้าน เผื่อจะได้ไอเดียมาใช้ในการพัฒนาโรงแรม เพราะในโลกยุคใหม่ก็หนีไม่พ้นดิจิทัล” ศิรินันท์กล่าว และทิ้งท้ายว่า

“อยากจะขอบคุณที่แฟนๆ ชื่นชอบในความเป็นโรงแรมดุสิตธานี แต่ทุกอย่างต้องเคลื่อนไปข้างหน้า อย่าลืมเตรียมพบกับดุสิตธานีโฉมใหม่ในอีก 4 ปีข้างหน้า”

เปิ้น-อภิชา เลาหพงศ์ชนะ (ขวา)
เปิ้น-อภิชา เลาหพงศ์ชนะ (ขวา)
พิม-ศิรินันท์ โทณวณิก
พิม-ศิรินันท์ โทณวณิก


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

– เปิดใจ ‘ชนินทธ์ โทณวณิก’ กัดฟันทุบ ‘ดุสิตธานี’ ปิดตำนานโรงแรมสัญชาติไทย 49 ปี

– งานศิลปะล้ำค่า บนห้องอาหารเบญจรงค์ มาสเตอร์พีซ ‘ท่านกูฏ’ ประวัติศาสตร์อีกหน้า ‘ดุสิตธานี’