‘พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3’ กษัตริย์พระองค์ใหม่ แห่งสหราชอาณาจักร

9.09.22 | 13:31 น.
เจ้าฟ้าชาร์ลส์ หรือ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 (เอเอฟพี)

พระราชประวัติพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ประมุของค์ใหม่แห่งสหราชอาณาจักร

พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งอังกฤษ หรือที่รู้จักก่อนหน้านี้ในพระอิสริยยศเจ้าชายแห่งเวลส์ ประสูติเมื่อปี 2491 ทรงเป็นรัชทายาทผู้สืบทอดราชบัลลังก์ทันทีเมื่อสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อปี 2495


ระหว่างดำรงพระอิสริยยศเจ้าชายแห่งเวลส์ พระองค์ทรงสนพระทัยในชีวิตทุกด้านของสาธารณชนมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ นอกจากพระราชกรณียกิจในหน้าที่และตามพระราชพิธีการ ทั้งในสหราชอาณาจักรและต่างประเทศ องค์ประมุขยังทรงมีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งองค์กรการกุศลมากกว่า 20 องค์กรในช่วงเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งองค์กรเดอะ ปริ๊นซ์ ทรัสต์ และมูลนิธิเดอะ ปริ๊นซ์

ทั้งยังทรงทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์กรมากมาย และทรงให้การสนับสนุนภารกิจมากมายเกี่ยวกับสภาพสิ่งแวดล้อม, ชุมชนชนบท เสริมสร้างสภาพสิ่งแวดล้อม งานศิลปะ ระบบสาธารณสุขและการศึกษา

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ประทับเคียงข้างสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 บนระเบียงมุขพระราชวังบักกิงแฮม ในพิธีฉลองควีนเอลิซาเบธที่ 2 ครองราชย์ 70 ปี เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2565 (เอเอฟพี)

ด้านพระราชประวัติพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 กษัตริย์พระองค์ใหม่แห่งสหราชอาณาจักรมีดังนี้

  • ช่วงวัยพระเยาว์

เจ้าชายแห่งเวลส์ พระโอรสองค์โตในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ ประสูติที่พระราชวังบักกิงแฮม เมื่อเวลา 21.14 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน ปี 2491 จากนั้น 1 เดือนต่อมา เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ชาร์ลส์ ฟิลิป อาร์เธอร์ จอร์จ เข้าพิธีล้างบาป ที่ห้องมิวสิก รูม ในพระราชวังบักกิงแฮม โดยมี ดร.เจฟฟรีย์ ฟิชเชอร์ อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีเป็นผู้ประกอบพิธี

Advertisement

เมื่อพระมารดาได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ขณะพระชนมายุ 25 พรรษา จากการที่สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 พระบิดาของเจ้าหญิงเอลิซาเบธสวรรคต เมื่อพระชนมพรรษา 56 พรรษา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2495 การขึ้นสืบทอดราชบัลลังก์ของควีน ส่งผลให้เจ้าชายชาร์ลส์ ในฐานะพระโอรสองค์โตขององค์ประมุขแห่งประเทศ กลายเป็นองค์รัชทายาททันทีตั้งแต่พระชนมายุ 3 พรรษา

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ในฐานะรัชทายาทแห่งราชบัลลังก์ ทรงได้รับบรรดาศักดิ์เป็น ดยุคแห่งคอร์นวอลล์ ตามกฎมนเทียรบาลตั้งแต่สมัยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 เมื่อปี 1880 และยังได้รับตำแหน่งในระบบขุนนางของชาวสกอตแลนด์ เป็น ดยุคแห่งรอธเซย์, เอิร์ลแห่งคาร์ริค, บารอน เรนฟรูว์, ลอร์ดแห่งไอเซิล และเจ้าชายและจอมทัพแห่งสกอตแลนด์ (Prince and Great Steward of Scotland)

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงสถาปนาเจ้าชายชาร์ลส์ ขึ้นเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2512 (เอเอฟพี)
  • พระราชประวัติการศึกษา

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และดยุคแห่งเอดินบะระ ตัดสินพระทัยว่าพระโอรสควรเสด็จไปศึกษาในโรงเรียนมากกว่าได้รับการถวายการสอนที่พระราชวัง เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์จึงเริ่มเข้าศึกษาที่โรงเรียนฮิลล์ เฮาส์ สคูล ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ปี 2499

10 เดือนต่อมา เจ้าชายพระองค์น้อยทรงเป็นนักเรียนประจำที่ Cheam School โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในเบิร์กเชียร์ และในปี 2501 ขณะทรงศึกษาอยู่ที่ Cheam School สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงสถาปนาพระอิสริยยศเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ และเอิร์ลแห่งเชสเตอร์ ขณะทรงมีพระชนมายุ 9 พรรษา

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ได้รับสถาปนาเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ (เอเอฟพี)

ต่อมาเดือนเมษายน ปี 2505 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงเข้าศึกษาที่โรงเรียนกอร์ดอนสตัน (Gordonstoun) ใกล้เมืองเอลจิน ทางภาคตะวันออกของสกอตแลนด์ ซึ่งดยุคแห่งเอดินบะระ พระบิดาเคยทรงศึกษา

ต่อมาในปี 2509 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ทรงใช้เวลา 2 เทอมในฐานะนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่ทิมเบอร์ท็อป (Timbertop) ของโรงเรียน Geelong Church of England Grammar School ในเมืองเมลเบิร์น ออสเตรเลีย

เมื่อทรงกลับมาศึกษาต่อที่โรงเรียนกอร์ดอนสตัน (Gordonstoun) ในชั้นปีสุดท้าย เจ้าชายแห่งเวลส์ ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้านักเรียน ทรงเรียนได้เกรดบีในวิชาประวัติศาตร์ ได้เกรดซี ในวิชาฝรั่งเศส

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ปี 2510 เพื่อศึกษาวิชาโบราณคดีและมานุษยวิทยาที่วิทยาลัยทรินิตี้ ทรงเปลี่ยนไปศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ในเทอมการศึกษาที่ 2 และในปี 2513 ทรงสำเร็จการศึกษา

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ กับ ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ พระชายา (ซ้าย) และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2565 (เอเอฟพี)
  • ด้านการทหาร

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ทรงได้รับการฝึกบิน ซึ่งเป็นพระประสงค์ของพระองค์เอง โดยได้รับการฝึกบินจากกองทัพอากาศของสหราชอาณาจักรระหว่างทรงศึกษาปีที่ 2 ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และทรงดำเนินรอยตามพระบิดา เข้ารับใช้ชาติในกองทัพราชนาวี ทรงเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ เมื่อปี 2517 ก่อนทรงเข้าร่วมกองบินราชนาวี 845 ซึ่งดำเนินการจากเรือบรรทุกคอมมานโด HMS Hermes เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2519 เจ้าชายได้รับคำสั่งให้ปฎิบัติหน้าที่บัญชาการบนเรือ HMS Broningtonกวาดทุ่นระเบิดตามชายฝั่ง ในช่วง 9 เดือนสุดท้ายที่ประจำการอยู่ในกองทัพราชนาวี

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ กับ เลดี้ไดอานา (เอเอฟพี)
  • ชีวิตครอบครัว

เจ้าชายแห่งเวลส์ทรงเข้าพิธีเสกสมรสกับ เลดี้ไดอานา สเปนเซอร์ ที่มหาวิหารเซนต์ ปอล ในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ปี 2524 ไวเคานต์อัลธอร์ป บิดาของเลดี้ไดอานา เคยเป็นข้าราชบริพารรับใช้สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ กับเจ้าหญิงไดอานา ในพิธีเสกสมรส (เอเอฟพี)

เจ้าชายแห่งเวลส์ และเจ้าหญิงแห่งเวลส์ (เลดี้ไดอานา) มีพระโอรส 2 พระองค์ เจ้าชายวิลเลียม ประสูติ วันที่ 21 มิถุนายน ปี 2525 และเจ้าชายแฮร์รี ประสูติ 15 กันยายน ปี 2527 ระหว่างร่วมชีวิตเสกสมรส เจ้าชายแห่งเวลส์ และเจ้าหญิงแห่งเวลส์ พระชายา ทรงเสด็จเยือนต่างประเทศ และปฎิบัติพระราชกรณียกิจด้วยกันมากมายในสหราชอาณาจักร

วันที่ 9 ธันวาคม ปี 2535 นายกรัฐมนตรีจอห์น เมเจอร์แห่งอังกฤษ ประกาศต่อสภาสามัญชน (House of Commons) เป็นสภาล่างในรัฐสภาแห่งอังกฤษว่า เจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์ ทรงประกาศแยกทาง และชีวิตเสกสมรสของทั้งสองพระองค์สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ปี 2539

แต่เจ้าหญิงแห่งเวลส์ หรือเจ้าหญิงไดอานา ยังทรงเป็นสมาชิกราชวงศ์ พำนักอยู่ที่พระราชวังเคนซิงตัน และปฏิบัติภารกิจด้านการกุศลมากมาย

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ กับ เจ้าหญิงไดอานา พระชายา และเจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแฮร์รี (เอเอฟพี)

วันที่ 9 เมษายน ปี 2548 เจ้าชายแห่งเวลส์ และ คามิลลา ปาร์เกอร์ โบว์ลส์ เข้าพิธีเสกสมรสเรียบง่ายที่กิลด์ฮอลล์ ในพระราชวังวินด์เซอร์ หลังจากนั้น คามิลลา ได้รับพระราชทานอิสริยยศเป็น ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์

จากนั้นต่อมา เจ้าชายแห่งเวลส์ และพระชายา ทรงเข้าพิธี Service of Prayer and Dedication ที่โบสถ์เซนต์ จอร์จ ในพระราชวังวินด์เซอร์ ท่ามกลางแขก 800 คน และมีงานพระราชทานเลี้ยงโดยควีนเอลิซาเบธที่ 2 จัดที่พระะราชวังวินด์เซอร์

ในฐานะเจ้าชายแห่งเวลส์ ทรงช่วยแบ่งเบาพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ตลอดมา

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง