อ.อุเทน กางหลักฐาน เปิดวรรณคดีสันสกฤต แหวนทองคำ ดอนยายทอง คือ ‘แหวนตรา’
กรณีการพบแหวนทองคำที่แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีจารึกในลักษณะตราประทับ ข้อความว่า ‘ปุสรขิตส’ อ่าน-แปล โดย ดร.อุเทน วงศ์สถิตย์ อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร นั้น
อ่านข่าว
- กรมศิลป์ พบแหวนทองคำมีจารึก ขณะเก็บโครงกระดูกและโบราณวัตถุ แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง
- เปิดคำจารึกบนแหวนทองคำ อักษรพราหมี อายุ 2,000 ปี จากแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง
- ดร.อุเทน ผู้อ่านจารึกแหวนทองคำ เทียบ ‘ตัวต่อตัว’ คำเดียวกัน บนแผ่นหินในอินเดีย เคาะอายุ 2,100 ปี สมเหตุสมผล
- 5 เดือน ‘ดอนยายทอง’ จากมโหระทึกใบแรกของเพชรบุรี สู่แหวน ‘ปุสรขิตะ’ ผู้มีชีวิตอยู่เมื่อ 2,100 ปีมาแล้ว?
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ดร.อุเทน วงศ์สถิตย์ อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โพสต์ข้อความผ่านเพจ “Tain Gree”
หลักจากเผยแพร่คำอ่านจารึกอักษรพราหมีของแหวนทองที่ดอนยายทอง จ.เพชรบุรี มีคำถามหลังไมค์เข้ามาว่า ตัวจารึกบนแหวนกลับด้าน หรือ ไม่กลับด้าน
จึงขอยืนยันว่า ตามรูปเดิม คือ รูปที่ 1 ตัวอักษรกลับด้าน ดังนั้นจึงเป็น signet ring แหวนตรา แน่นอน

จากรูปเดิมต้องทำการ flip ให้กลับด้าน จึงสามารถอ่านออกตามภาพที่ 2

เพื่อให้เห็นว่า คติแหวนตราไม่ใช่สิ่งใหม่ในอินเดีย
จึงขอแสดงหลักฐาน “แหวนตรา signet ring หรือ มุทรา (Mudrā) ในวรรณคดีสันสกฤต”
เรื่องแหวนตราปรากฏในวรรณคดีสันสกฤต 3 เรื่องเป็นอย่างน้อย
- รามายณะ (Rāmāyaṇa): แหวนในฐานะเครื่องยืนยันสัจจะและความหวัง
ในบทสุนทรกัณฑ์ (Sundara Kāṇḍa) แห่งมหากาพย์รามายณะของวาลมีกิ ฉากการมอบแหวนตรา (อังคุลียกปรทาน) ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางอารมณ์ที่สำคัญ เมื่อหนุมานลอบเข้ากรุงลงกาและพบนางสีดาในสวนอโศกวัน นางสีดาเกิดความระแวงว่าหนุมานคือทศกัณฐ์แปลงกายมา จนกระทั่งหนุมานได้ยื่นแหวนตราสลักพระนามพระราม (รามมุทรา) ให้แก่นาง ในบริบทนี้ แหวนตราทำหน้าที่เป็น “สาส์นตราตั้ง” (Credential) ที่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของทักษะการทูต และเป็นสิ่งชุบชูจิตใจ (Life-restoring token) ที่ให้ความหวังเชิงประจักษ์แก่นางสีดาในยามวิกฤต (รูปที่ 3) ดังโศลกที่คุณ Maldivo Vedanidhi Giuseppe ได้โพสต์ไว้แล้ว

- อภิชญานศากุนตลัม (Abhijñānaśākuntalam): แหวนในฐานะพยานแห่งความจริงและความทรงจำ
บทละครชิ้นเอกของกาลิทาส (Kālidāsa) สะท้อนฟังก์ชันของแหวนตราในฐานะ “สิ่งของเพื่อการจดจำ” (อภิชญาน) ท้าวทุษยันต์ได้มอบแหวนสลักพระนามให้แก่นางศกุนตลา ทว่านางกลับสูญเสียแหวนไปในแม่น้ำเนื่องจากวิบากกรรมแห่งคำสาปของฤๅษีทุรวาส ส่งผลให้กษัตริย์สูญเสียความทรงจำและปฏิเสธสถานะภรรยาของนาง จนกระทั่งชาวประมงพบแหวนในท้องปลาและนำมาถวัยคืน มนตราแห่งคำสาปจึงเสื่อมสลาย วรรณกรรมเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า ในทัศนะของอินเดียโบราณ คำมั่นสัญญาทางวาจาอาจแปรเปลี่ยนและเลือนหายได้ แต่ “มุทรา” หรือพยานวัตถุทางกายภาพคือสิ่งเดียวที่ถือครองสัจจะอันติมะ (Ultimate Truth) ที่สามารถกู้คืนความชอบธรรมทางสังคมให้แก่ตัวละครได้ (รูปที่ 4)

- มุทรากษส (Mudrārākṣasa): แหวนในฐานะเครื่องมือจารกรรมและอำนาจรัฐ
ในบทละครการเมืองเรื่อง มุทรากษส ของวิศาขทัตต์ (Viśākhadatta) ที่เชื่อว่าแต่งจากเรื่องราวดั้งเดิมสมัยพระเจ้าจันทรคุปตะ ตั้งราชวงศ์เมารยะนั้น แหวนตราถูกลดทอนนัยโรแมนติกลง แต่ถูกยกสถานะให้เป็นอาวุธในสงครามจิตวิทยา จาณักยะ เสนาธิการแห่งราชวงศ์เมารยะ ได้ใช้แหวนตราที่ยึดมาจากอมาตย์รากษส (เสนาบดีฝั่งตรงข้าม) มาทำการปลอมแปลงเอกสารราชการและปิดผนึกด้วยตราประทับนั้น เพื่อสร้างความแตกแยกในหมู่พันธมิตรของศัตรู วรรณกรรมเรื่องนี้สะท้อนภาพความเป็นจริงในเชิงประวัติศาสตร์ว่า ผู้ใดที่ครอบครองหรือเข้าถึงแหวนตราประจำตำแหน่ง ผู้นั้นย่อมสามารถสวมสิทธิ์ในการสั่งการกองทัพและกุมอำนาจรัฐบริหารไว้ได้ทั้งหมด (รูปที่ 5)


