อ.อุเทน กางหลักฐาน เปิดวรรณคดีสันสกฤต แหวนทองคำ ดอนยายทอง คือ ‘แหวนตรา’

8.07.26 | 10:34 น.

อ.อุเทน กางหลักฐาน เปิดวรรณคดีสันสกฤต แหวนทองคำ ดอนยายทอง คือ ‘แหวนตรา’

 

กรณีการพบแหวนทองคำที่แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีจารึกในลักษณะตราประทับ ข้อความว่า ‘ปุสรขิตส’ อ่าน-แปล โดย ดร.อุเทน วงศ์สถิตย์ อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร นั้น

อ่านข่าว 

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ดร.อุเทน วงศ์สถิตย์ อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โพสต์ข้อความผ่านเพจ “Tain Gree

หลักจากเผยแพร่คำอ่านจารึกอักษรพราหมีของแหวนทองที่ดอนยายทอง จ.เพชรบุรี มีคำถามหลังไมค์เข้ามาว่า ตัวจารึกบนแหวนกลับด้าน หรือ ไม่กลับด้าน

Advertisement

จึงขอยืนยันว่า ตามรูปเดิม คือ รูปที่ 1 ตัวอักษรกลับด้าน ดังนั้นจึงเป็น signet ring แหวนตรา แน่นอน

ภาพที่ 1

จากรูปเดิมต้องทำการ flip ให้กลับด้าน จึงสามารถอ่านออกตามภาพที่ 2

ภาพที่ 2

เพื่อให้เห็นว่า คติแหวนตราไม่ใช่สิ่งใหม่ในอินเดีย

จึงขอแสดงหลักฐาน “แหวนตรา signet ring หรือ มุทรา (Mudrā) ในวรรณคดีสันสกฤต”

เรื่องแหวนตราปรากฏในวรรณคดีสันสกฤต 3 เรื่องเป็นอย่างน้อย

  1. รามายณะ (Rāmāyaṇa): แหวนในฐานะเครื่องยืนยันสัจจะและความหวัง

ในบทสุนทรกัณฑ์ (Sundara Kāṇḍa) แห่งมหากาพย์รามายณะของวาลมีกิ ฉากการมอบแหวนตรา (อังคุลียกปรทาน) ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางอารมณ์ที่สำคัญ เมื่อหนุมานลอบเข้ากรุงลงกาและพบนางสีดาในสวนอโศกวัน นางสีดาเกิดความระแวงว่าหนุมานคือทศกัณฐ์แปลงกายมา จนกระทั่งหนุมานได้ยื่นแหวนตราสลักพระนามพระราม (รามมุทรา) ให้แก่นาง ในบริบทนี้ แหวนตราทำหน้าที่เป็น “สาส์นตราตั้ง” (Credential) ที่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของทักษะการทูต และเป็นสิ่งชุบชูจิตใจ (Life-restoring token) ที่ให้ความหวังเชิงประจักษ์แก่นางสีดาในยามวิกฤต (รูปที่ 3) ดังโศลกที่คุณ Maldivo Vedanidhi Giuseppe ได้โพสต์ไว้แล้ว

ภาพที่ 3
  1. อภิชญานศากุนตลัม (Abhijñānaśākuntalam): แหวนในฐานะพยานแห่งความจริงและความทรงจำ

บทละครชิ้นเอกของกาลิทาส (Kālidāsa) สะท้อนฟังก์ชันของแหวนตราในฐานะ “สิ่งของเพื่อการจดจำ” (อภิชญาน) ท้าวทุษยันต์ได้มอบแหวนสลักพระนามให้แก่นางศกุนตลา ทว่านางกลับสูญเสียแหวนไปในแม่น้ำเนื่องจากวิบากกรรมแห่งคำสาปของฤๅษีทุรวาส ส่งผลให้กษัตริย์สูญเสียความทรงจำและปฏิเสธสถานะภรรยาของนาง จนกระทั่งชาวประมงพบแหวนในท้องปลาและนำมาถวัยคืน มนตราแห่งคำสาปจึงเสื่อมสลาย วรรณกรรมเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า ในทัศนะของอินเดียโบราณ คำมั่นสัญญาทางวาจาอาจแปรเปลี่ยนและเลือนหายได้ แต่ “มุทรา” หรือพยานวัตถุทางกายภาพคือสิ่งเดียวที่ถือครองสัจจะอันติมะ (Ultimate Truth) ที่สามารถกู้คืนความชอบธรรมทางสังคมให้แก่ตัวละครได้ (รูปที่ 4)

ภาพที่ 4
  1. มุทรากษส (Mudrārākṣasa): แหวนในฐานะเครื่องมือจารกรรมและอำนาจรัฐ

ในบทละครการเมืองเรื่อง มุทรากษส ของวิศาขทัตต์ (Viśākhadatta) ที่เชื่อว่าแต่งจากเรื่องราวดั้งเดิมสมัยพระเจ้าจันทรคุปตะ ตั้งราชวงศ์เมารยะนั้น แหวนตราถูกลดทอนนัยโรแมนติกลง แต่ถูกยกสถานะให้เป็นอาวุธในสงครามจิตวิทยา จาณักยะ เสนาธิการแห่งราชวงศ์เมารยะ ได้ใช้แหวนตราที่ยึดมาจากอมาตย์รากษส (เสนาบดีฝั่งตรงข้าม) มาทำการปลอมแปลงเอกสารราชการและปิดผนึกด้วยตราประทับนั้น เพื่อสร้างความแตกแยกในหมู่พันธมิตรของศัตรู วรรณกรรมเรื่องนี้สะท้อนภาพความเป็นจริงในเชิงประวัติศาสตร์ว่า ผู้ใดที่ครอบครองหรือเข้าถึงแหวนตราประจำตำแหน่ง ผู้นั้นย่อมสามารถสวมสิทธิ์ในการสั่งการกองทัพและกุมอำนาจรัฐบริหารไว้ได้ทั้งหมด (รูปที่ 5)

ภาพที่ 5