เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นางสาวธัญญาภรณ์ กันทะลอง อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนพนัสพิทยาคาร อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ให้สัมภาษณ์ ‘มติชน’ โดยกล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่าตนและกลุ่มเพื่อนนักเรียนรวม 10 คน เดินทางไปยัง ‘พิพิธภัณฑ์โคกพนมดี’ ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับแหล่งโบราณคดีโคกพนมดี ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เพื่อหาข้อมูลทำรายงานส่งครูในรายวิชาประวัติศาสตร์ แต่พบว่าอาคารถูกปิด ไม่สามารถเข้าชมได้ตามความตั้งใจ
นางสาวธัญญาภรณ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ตัดสินใจเลือกไปยังสถานที่ดังกล่าว เนื่องจากครูแนะนำว่าเป็นแหล่งที่มีการพบโครงกระดูกมนุษย์ที่เรียกกันต่อมาว่า ‘เจ้าแม่โคกพนมดี’ พร้อมกับโบราณวัตถุต่างๆ
“รู้สึกสนใจเพราะเป็นสิ่งที่เก่าแก่ดี เหมาะกับการทำรายงานกลุ่มประวัติศาสตร์ด้วย เพราะหัวข้อในการทำรายงานครั้งนี้คือ ให้หาแหล่งสำคัญทางโบราณคดีในอำเภอพนัสนิคม และยังมีเพื่อนๆ อีกหลายกลุ่มที่เลือกแหล่งโบราณคดีโคกพนมดีเหมือนกัน อยากเข้าไปดูโครงกระดูกเจ้าแม่โคกพนมดี เห็นว่าเป็นหลุมลึกลงไป โดยมีการค้นพบและสร้างพิพิธภัณฑ์ตรงนั้นเลย แต่เข้าไปไมได้ เพราะอาคารถูกปิดไว้ รู้สึกผิดหวัง เพราะอยากเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมด้วยตาตนเองมากกว่าที่จะต้องไปอ่านหรือฟังคำบอกเล่า คิดว่าจะได้ข้อมูลและประโยชน์มากพอที่จะได้นำไปทำรายงาน และเก็บภาพเพื่อประกอบการทำเล่ม” นางสาวธัญญาภรณ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ปัจจุบันกรมศิลปากรเป็นผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว ขณะที่ท้องถิ่นเรียกร้องขอดูแลเอง ในฐานะเยาวชนในพื้นที่ มีความเห็นอย่างไร
นางสาวธัญญาภรณ์ ตอบว่า อยากให้ท้องถิ่นดูแลเอง มารดาของตนก็อยากให้พิพิธภัฑณ์โคกพนมดีเปิดให้ชาวบ้าน ประชาชน นักท่องเที่ยวได้เข้าชม ปัจจุบัน สภาพค่อนข้างรกร้างมาก เหมือนไม่มีใครดูแล
“ให้คนในพื้นที่ หรือชาวบ้านดูแลดีกว่า จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้มีคุณลุงคนหนึ่งในพื้นที่มีกุญแจ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว เลยพาเข้าไปดูไม่ได้” นางสาวธัญญาภรณ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกันนี้ นายสุจิตต์ วงษ์เทศ ผู้ก่อตั้งนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ได้เดินทางไปสำรวจเพื่อรวบรวมข้อมูลพิจารณาถ่ายทำรายการ ‘ขรรค์ชัย-สุจิตต์ทอดน่องท่องเที่ยว’ เมื่อนักเรียนกลุ่มดังกล่าวได้พบ จึงขอสัมภาษณ์นายสุจิตต์แทน
นางสาวธัญญาภรณ์ กล่าวว่า บิดาของตนเคยเห็นนายสุจิตต์ในโทรทัศน์ ทราบต่อมาว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์ ตนและเพื่อนๆจึงทำคลิปสัมภาษณ์ รู้สึกโชคดีมากที่ได้พบในวันนั้น

ทั้งนี้ แหล่งโบราณคดีโคกพนมดี ตั้งอยู่ในพื้นที่วัดโคกพนมดี กรมศิลปากรขึ้นทะเบียน ประกาศในราชกิจานุเบกษา เล่มที่ 101 ตอนที่ 125 วันที่ 28 กันยายน 2527
พบหลักฐานสำคัญคือโครงกระดูกเพศหญิง สวมใส่สร้อยคอทำจากลูกปัดเป็นจำนวนมาก เรียกต่อมาว่า ‘เจ้าแม่โคกพนมดี’

ข้อมูลจากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก เรื่อง ‘เพศภาวะของชุมชนโคกพนมดี: การตีความทางเลือก’ โดย อนุสรณ์ อำพันธ์ศรี บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร ระบุว่า ตัวแหล่งเป็นเนินดินขนาดประมาณ 30 ไร่ สูงกว่าพื้นที่นาโดยรอบ ประมาณ 12 เมตร พบการฝังศพซ้อนทับกันของแต่ละตระกูลสืบทอดกันมาเป็นระยะเวลานานถึง 7 สมัย เมื่อพ.ศ.2558 ศ.ดร.ชาร์ล ไฮแอม และรัชนี ทศรัตน์ ศึกษาขุดค้นและสรุปภาพรวมว่า ชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ที่โคกพนมดีหาอาหารจากธรรมชาติที่เริ่มอยู่ติดพื้นที่ ไม่มีการเคลื่อนย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยจนนำไปสู่การขยายใหญ่ขึ้นของชุมชน และเกิดความซับซ้อนของสังคม มีความแตกต่างทางด้าน ฐานะและความมั่งคั่งขึ้นอย่างชัดเจน ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญสูงกว่าคนอื่นๆ และในช่วงเวลา สั้นๆ ช่วงหนึ่งคนในชุมชนโคกพนมดีอาจมีการริ่เริ่มการเพาะปลูกข้าวแล้วก็เป็นได้
สำหรับการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์โคกพนมดี กรมศิลปากรได้รับงบประมาณจากกระทรวงวัฒนธรรม
รายงานการติดตามการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบ 6 เดือนแรก (เดือนตุลาคม 2564 – เดือนมีนาคม 2565) ระบุถึงปรับปรุงการจัดแสดงศูนย์ข้อมูลพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งโคกพนมดี งบประมาณ 15,000,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ความพยายามพัฒนาแหล่งโบราณคดีโคกพนมดี เริ่มต้นอย่างน้อยตั้งแต่เดือนกันยายน 2552 โดยจังหวัดชลบุรี ประกาศเตรียมสนับสนุนงบประมาณกว่า 140 ล้านบาท ให้เป็นศูนย์การท่องเที่ยวเชิงวิจัยระดับโลก ซึ่งนายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีในขณะนั้นเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวและตัวแทนชาวบ้านดอนกุ่ม ตำบลท่าข้าม อำเภอพนัสนิคม ที่วัดโคกพนมดี เพื่อเตรียมจัดตั้งศูนย์ศึกษาเพื่อพัฒนาแหล่งโบราณคดีโคกพนมดี จากงบประมาณพัฒนาจังหวัดชลบุรี ดำเนินงานในด้านวิชาการโบราณคดี จำนวน 45 ล้านบาท และดำเนินงานด้านพิพิธภัณฑ์การอนุรักษ์แหล่งโบราณคดี โบราณวัตถุ จำนวน 100 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 145 ล้านบาท โดยจะทำเรื่องเข้าบรรจุในแผนของจังหวัด (ไทยเข้มแข็ง) ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2553 เป็นต้นไป โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาให้เป็นศูนย์ศึกษาวิจัยโบราณคดีวิถีใหม่ที่ท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวมีส่วนร่วม เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต และจะจัดตั้งคณะทำงานชำระประวัติศาสตร์ของอำเภอพนัสนิคมที่มีมายาวนานตั้งแต่สมัยก่อนยุคประวัติศาสตร์เพื่อจัดพิมพ์เผยแพร่และบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนต่อไปด้วย
ต่อมา ในเดือนมิถุนายน 2555 นายสหวัฒน์ แน่นหนา ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรมในขณะนั้น เผยว่า ตนได้รับมอบหมายให้ฟื้นฟู แหล่งโบราณโคกพนมดี โดยจะหารือกับชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวคาดว่า ต้องใช้งบประมาณ 20 ล้านบาท
ล่าสุด 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีการประชุมเสวนาเรื่อง ‘แนวทางการพัฒนาแหล่งโบราณคดีโคกพนมดี’ ที่วัดโคกพนมดี ท้องถิ่นชลบุรีมีประชุมแสดงความกระตือรือร้นพร้อมรับโอนภารกิจดูแลรับผิดชอบแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวโคกพนมดี โดยอบจ., อบต. พร้อมรับโอนภารกิจพิพิธภัณฑ์จากกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีการเปิดอาคารพิพิธภัณฑ์โคกพนมดีให้เข้าชมแต่อย่างใด






