ปปง. ยึด–อายัดทรัพย์ 1,080 รายการ 287 ล้าน เฉิน จื้อ โดนเพิ่ม 115 ล้าน รวมกว่า 460 ล้าน

13.08.26 | 13:28 น.

ปปง. ยึด–อายัดทรัพย์ 1,080 รายการ 287 ล้าน เฉิน จื้อ โดนเพิ่ม 115 ล้าน รวมกว่า 460 ล้าน

เมือวันที่ 13 สิงหาคม 2569 สำนักงาน ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมครั้งที่ 8/2569 ซึ่งมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติ ให้ดำเนินการกับทรัพย์สินในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ การพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่นๆ


โดยสรุปผลการดำเนินการที่น่าสนใจ ดังนี้

1. ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 37 รายคดี ทรัพย์สิน 1,080 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 287 ล้านบาท โดยมีข้อมูลรายคดีอื่นที่น่าสนใจ ดังนี้

1.1 รายคดี รายคดี นายเฉิน จื้อฯ กับพวก ซึ่งคดีดังกล่าวคณะกรรมการธุรกรรมเคยมีคำสั่ง ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้แล้ว รวมมูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 25/2569 โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติ ให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน (เพิ่มเติม) อีกจำนวน 431 รายการ (เช่น เงินสด ทองรูปพรรณ ที่ดินพร้อม สิ่งปลูกสร้าง และสินทรัพย์ดิจิทัล) มูลค่าประมาณ 115 ล้านบาท รวมทรัพย์สินที่ดำเนินการไปแล้วมูลค่ากว่า 460 ล้านบาท (คำสั่ง ย.169/2569)

1.2 รายคดี กลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายฯ ชื่อบัญชีนายพิรุณฯ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 2 รายการ (สินทรัพย์ดิจิทัล) รวมมูลค่าประมาณ 83 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 187/2569)

Advertisement

1.3 รายคดี นายเดวิดฯ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมฯ พฤติการณ์หลอกลวง ให้ผู้เสียหายร่วมลงทุน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 54 รายการ (เช่น เงินสด นาฬิกาข้อมือ ยานพาหนะ ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 16 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 181/2569)

2. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 13 รายคดี ทรัพย์สิน 376 รายการ มูลค่าประมาณ 317 ล้านบาท เนื่องจากพิจารณาคำขอ
เพิกถอนการยึด และอายัดทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้
2.1 รายคดี นางสาวศิริวิภาฯ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยเป็นพฤติการณ์ความผิดเกี่ยวกับการฉัอโกงฯ หลอกลวงขายสินค้าแบรนด์เนม
โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 8 รายการ (เช่น นาฬิกาข้อมือ สินค้าแบรนด์เนม ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 33 ล้านบาท (คำสั่ง ย.122/2569)

2.2 รายคดี นางสาวธัญชนกฯ กับพวก กรณีความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากร
พฤติการณ์จำหน่ายบุหรี่และสุราผิดกฎหมายเขตพื้นที่จังหวัดในภาคใต้ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติ ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 103 รายการ (เช่น ที่ดิน สิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันชีวิต และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 84 ล้านบาท (คำสั่ง ย.120/2569)

2.3 รายคดี นายวิริยะฯ กับพวก กรณีความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกง การลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีพฤติการณ์ หลอกลวงผู้เสียหายให้เชื่อว่าสามารถช่วยเหลือผู้ต้องขังในเรือนจำได้รับการประกันตัว และเรียกรับเงินเป็นค่าดำเนินการ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 124 รายการ (เช่น สินค้าแบรนด์แนม นาฬิกาข้อมือ วัตถุมงคล ยานพาหนะ และเงินในบัญชี
เงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 183 ล้านบาท (คำสั่ง ย.119/2569)

3. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) จำนวน 4 รายคดี ทรัพย์สิน 30 รายการ มูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน หรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีข้อมูลรายคดี
ที่น่าสนใจ ดังนี้

3.1 รายคดี Ms. Shoon Leiฯ สัญชาติเมียนมา กับพวก กรณีพฤติการณ์หลอกลวงร่วมลงทุน อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย 1 ราย) ทรัพย์สิน 23 รายการ มูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท (คำสั่ง ย.94/2569)