รวบ “ฤๅษีเก๊” เอเยนต์ค้ายาข้ามโขง ตร.ทางหลวงลุยป่าล็อกตัวคาเพิงพัก อ้างจำศีลบำเพ็ญตบะ ที่แท้เพิ่งพ้นคุกไม่เข็ดหลาบ
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พล.ต.ต.บุญลือ ผดุงถิ่น ผบก.ทล., พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล., พ.ต.ท.ณัติรุจน์ วัฒนะฉัตรรัตน์ สวญ.ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล. และ พ.ต.ท.สมโภชน์ บุญชะยา สว.ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง นำกำลังเข้าจับกุม นายคำมี อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเดชอุดม ที่ 256/2569 ลงวันที่ 10 ส.ค.69 ข้อหา “มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน” โดยจับกุมได้บริเวณกระท่อมนาไม่มีเลขที่ ทิศเหนือของหมู่บ้าน หมู่ 7 ต.บ้านตูม อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี
สืบเนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ อ.นาจะหลวย ได้ร้องเรียนไปยังตำรวจทางหลวงอุบลราชธานีว่า มีชายรายหนึ่งแอบสร้างเพิงพักหลบซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในป่า อาศัยความยากลำบากในการเข้าถึง ใช้เป็นแหล่งมั่วสุมเสพยาเสพติด และยังเป็นเอเยนต์ลักลอบสั่งยาบ้าจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาส่งขายให้วัยรุ่นในหมู่บ้าน สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เร่งสืบสวนหาข่าว จนพบว่านอกจากจะมีพฤติกรรมพัวพันกับยาเสพติดแล้ว ผู้ต้องหายังมีหมายจับติดตัวในคดีอาวุธปืน เจ้าหน้าที่จึงวางแผนปิดล้อมเส้นทางเข้า-ออกทั้งด้านหน้าและด้านหลังกระท่อมนาอย่างรัดกุม ก่อนจะจู่โจมบุกเข้าชาร์จตัวและจับกุมไว้ได้ในที่สุด

จากการสอบสวน นายคำมี ให้การรับสารภาพว่า ยาเสพติดที่นำไปขายให้กลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านนั้นรับมาจากชาวลาว โดยจะนำมาส่งให้ตามจุดนัดหมาย ส่วนสาเหตุที่ต้องหนีมาซุกซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก อ้างว่าต้องการมาบำเพ็ญตบะเป็นฤๅษี ไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอก และชอบอยู่อย่างสันโดษ
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเชิงลึกพบว่า ผู้ต้องหารายนี้เคยต้องโทษจำคุกที่เรือนจำกลางอุบลราชธานีมาแล้วประมาณ 2 ปี ในความผิดฐานเป็นตัวการครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (แอมเฟตามีน) และตัวการผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 โดยเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อเดือนธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา แต่ไม่เข็ดหลาบ กลับมาตั้งตัวเป็นเอเยนต์ค้ายาเสพติดในคราบฤๅษี




