ผู้ตรวจฯ ศธ.จับมือ ศธภ.7 ลุย ‘ตากใบ’ เร่งจัดการศึกษา 3 จว.ชายแดนใต้

20.08.26 | 14:05 น.

ผู้ตรวจฯ ศธ.จับมือ ศธภ.7 ลุย ‘ตากใบ’ เร่งจัดการศึกษา 3 จว.ชายแดนใต้ ยันบทบาทแต่ละหน่วยงานชัดเจน


ดร.คมกฤช จันทร์ขจร ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วย ดร.สัมนาการณ์ บุญเรือง ศึกษาธิการภาค (ศธภ.) 7 ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เดินหน้าขับเคลื่อนการจัดการศึกษาจังหวัดนราธิวาส ให้ตอบโจทย์บริบทพื้นที่และเป้าหมายของผู้เรียน โดยมุ่งให้การศึกษาเชื่อมต่อสู่การ “มีอาชีพ มีงานทำ มีรายได้” สอดรับนโยบายของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ให้ความสำคัญกับการ “ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง” และการพัฒนากำลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน รวมถึงนโยบายด้านอาชีวศึกษาที่มุ่งให้ผู้เรียน “ได้งาน ได้เงิน ได้วุฒิ” ผ่านการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงและการพัฒนาทักษะที่ตอบโจทย์โลกการทำงาน

ดร.คมกฤช กล่าวว่า การขับเคลื่อนนโยบายในพื้นที่ ต้องไม่หยุดอยู่ที่การประชุมหรือการจัดกิจกรรม แต่ต้องนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงกับผู้เรียน โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะที่สามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิตได้ พร้อมกำชับให้ผู้นำการศึกษาทุกระดับเร่งทำภารกิจในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบให้เกิดผลโดยเร็ว ขณะเดียวกันงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต้องประสานและสนับสนุนกัน แต่ละหน่วยงานมีบทบาทแตกต่างกัน ไม่ซ้ำซ้อนกัน ขอให้ผู้นำการศึกษาทุกหน่วยงาน มุ่งทำงานตามหน้าที่ของตนเองให้เห็นผลลัพธ์โดยเร็ว การขับเคลื่อนการศึกษาต้องมองให้เห็นถึง “เส้นทางของผู้เรียนตั้งแต่การเรียนรู้ไปสู่การมีอาชีพและรายได้” โดยสถานศึกษาต้องจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับทักษะอาชีพและความต้องการของตลาดแรงงาน ขณะเดียวกันหน่วยงานทางการศึกษาทุกระดับต้องร่วมกันสนับสนุนและแก้ไขปัญหาในส่วนที่รับผิดชอบ เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลเป็นรูปธรรมแบ่งบทบาทชัด “ทำงานคนละหน้าที่ แต่เป้าหมายเดียวกัน” ต้องเปลี่ยนจาก “ทำงานตามภารกิจ” ไปสู่ “ทำงานเพื่อผลลัพธ์” ทุกหน่วยงานต้องรู้ว่าหน้าที่ของตนเองคืออะไร ต้องเร่งทำให้เกิดผล และเมื่อมีภารกิจที่เกี่ยวข้องกันต้องเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ การศึกษาเป็น “สะพาน” เชื่อมผู้เรียนไปสู่การมีทักษะ มีอาชีพ และมีรายได้

Advertisement

 

“การทำงานของเราต้องมองที่ผลลัพธ์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ ไม่ใช่เพียงทำกิจกรรมให้ครบ แต่ต้องตอบให้ได้ว่า เมื่อเด็กเรียนแล้วเขาได้อะไร มีทักษะอะไร สามารถนำไปต่อยอดอย่างไร และการศึกษาจะพาเขาไปสู่การมีอาชีพ มีงานทำ และมีรายได้อย่างไร” ดร.คมกฤช กล่าวและว่า สำหรับกลไกการทำงานในพื้นที่ ศธภ.7 เป็นหน่วยเชื่อมโยงนโยบาย กำหนดทิศทาง ประสานความร่วมมือ และติดตามภาพรวม เพื่อให้การจัดการศึกษามีทิศทางร่วมกัน ขณะที่ผู้ตรวจราชการ ศธ.ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบาย ซึ่งเป็นบทบาทที่แยกจากการกำหนดยุทธศาสตร์ของ ศธภ. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) เป็นกลไกบูรณาการในระดับจังหวัด ประสานหน่วยงานที่จัดการศึกษาทุกสังกัด รวมทั้งภาคีเครือข่าย เพื่อเชื่อมโยงทรัพยากร ข้อมูล และโอกาสในการพัฒนาผู้เรียน โดยเฉพาะการสร้างเส้นทางจากการเรียนรู้ไปสู่ทักษะอาชีพและการมีงานทำ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และหน่วยงานการศึกษา สนับสนุน กำกับ และพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ทั้งด้านการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาครู การนิเทศติดตาม และการแก้ไขปัญหาของสถานศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาได้ตามเป้าหมาย ส่วน สถานศึกษา เป็นหน่วยปฏิบัติที่ใกล้ชิดผู้เรียนที่สุด ต้องนำแนวนโยบายไปออกแบบการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นจริง รู้จักผู้เรียน รู้บริบทชุมชน พัฒนาทักษะที่จำเป็น และเชื่อมโยงการเรียนกับโลกอาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้และทักษะไปใช้ต่อยอดในอนาคตได้

ด้าน ดร.สัมนาการณ์ กล่าวว่า การจัดการศึกษา ต้องมองให้ไกลกว่าการให้ผู้เรียน “เรียนจบ” แต่ต้องมุ่งให้ผู้เรียน“เรียนรู้แล้วใช้เป็น มีทักษะ มีอาชีพ และสามารถมีงานทำได้” โดยการศึกษาต้องเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน ทั้งนี้การศึกษาเพื่อการมีงานทำ ไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนต้องเรียนสายอาชีพ แต่หมายถึงเด็กทุกคนต้องได้รับการพัฒนาทักษะที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริง และมีทางเลือกในการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับศักยภาพของตนเอง
ดร.สัมนาการณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับกลไกการทำงานในพื้นที่นั้น ศธภ.7 จะเป็นหน่วยเชื่อมโยงนโยบาย กำหนดทิศทาง ประสานความร่วมมือ และติดตามภาพรวมเพื่อให้การจัดการศึกษามีทิศทางร่วมกัน ขณะที่ผู้ตรวจราชการ ศธ. ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบาย ซึ่งเป็นบทบาทที่แยกจากการกำหนดยุทธศาสตร์ของ ศธภ. ขณะที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) จะเป็นกลไกบูรณาการในระดับจังหวัด คอยประสานหน่วยงานที่จัดการศึกษาทุกสังกัด รวมทั้งภาคีเครือข่าย เพื่อเชื่อมโยงทรัพยากร ข้อมูล และโอกาสในการพัฒนาผู้เรียน โดยเฉพาะการสร้างเส้นทางจากการเรียนรู้ไปสู่ทักษะอาชีพและการมีงานทำ สพท.และหน่วยงานการศึกษา สนับสนุน กำกับ และพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ทั้งด้านการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาครู การนิเทศติดตาม และการแก้ไขปัญหาของสถานศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาได้ตามเป้าหมาย ส่วน สถานศึกษา เป็นหน่วยปฏิบัติที่ใกล้ชิดผู้เรียนที่สุด ต้องนำแนวนโยบายไปออกแบบการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นจริง รู้จักผู้เรียน รู้บริบทชุมชน พัฒนาทักษะที่จำเป็น และเชื่อมโยงการเรียนกับโลกอาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้และทักษะไปใช้ต่อยอดในอนาคตได้

สำหรับการลงพื้นที่ อ.ตากใบในครั้งนี้ ดร.สัมนาการณ์ ยังได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจแก่ คณะครูและนักเรียน ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอตากใบ โรงเรียนตากใบ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) นราธิวาส โรงเรียนบ้านหัวคลอง สังกัด สพป.นราธิวาส เขต 2 วิทยาลัยเทคนิคบางนรา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และโรงเรียนบ้านโคกสุมุ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) นราธิวาส เขต 1 โดยชื่นชมความมุ่งมั่นของครูและบุคลากรที่ร่วมกันพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ มีงานทำมีรายได้ ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริง.