สพฐ. ยกระดับความปลอดภัย-ช่วยสถานศึกษาน้ำท่วม วางแผนร.ร.เล็ก ระยะ 5 ปี

25.08.26 | 16:12 น.

สพฐ. ยกระดับความปลอดภัย-บริหารกำลังคน-ช่วยสถานศึกษาน้ำท่วม พร้อมวางแผนร.ร.ขนาดเล็ก ระยะ 5 ปี

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมี นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ, นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ และนายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง รองเลขาธิการ กพฐ. นางอรุณี จิรมหาศาล และนางอาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักต่างๆ และบุคลากรของ สพฐ. เข้าร่วม


นายพิเชฐ กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือหลายประเด็นเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) โดยให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสและคุณภาพทางการศึกษา รวมถึงประเด็นความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่ง สพฐ. ได้เชิญนายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนมาให้ข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล การเยี่ยมบ้าน การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครู นักเรียน และผู้ปกครอง ตลอดจนการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย โดยใช้โรงเรียนและห้องเรียนเป็นฐาน พร้อมจัดกลุ่มนักเรียนที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงโฮมรูม ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ครูจะได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยน และสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน เพื่อนำไปสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ประเด็นต่อมาคือ การบริหารอัตรากำลังตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดย สพฐ. จะพิจารณาอัตรากำลังทั้งส่วนกลาง เขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้สอดคล้องกับสภาพและลักษณะงาน มุ่งบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน และทำให้หน่วยงานมีความคล่องตัว เพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Advertisement

“อีกประเด็นสำคัญคือ การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อสร้างโอกาสและคุณภาพให้กับนักเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีนักเรียนไม่เกิน 50 คน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 5,813 โรงเรียนทั่วประเทศ โดย สพฐ. จะจัดทำแผนระยะ 5 ปี (พ.ศ.2569-2573) พร้อมทำ School Mapping จำแนกโรงเรียนและวางแผนให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยส่วนกลางและเขตพื้นที่จะร่วมกันวางแผน และอาจมีแรงจูงใจเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน เป้าหมายสำคัญคือการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กให้เกิดประสิทธิภาพและสร้างโอกาสให้กับเด็กทุกคน” นายพิเชฐ กล่าว

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน สพฐ. ให้ความสำคัญกับนักเรียนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะการส่งเสริมเด็กที่มีความรู้ความสามารถให้ได้รับโอกาสแสดงศักยภาพในเวทีระดับนานาชาติ ซึ่งต้องขอชื่นชมครูและผู้บริหารที่ช่วยบ่มเพาะและพัฒนานักเรียนจนสามารถก้าวสู่เวทีระดับโลก ขณะเดียวกัน เราจะไม่ทิ้งเด็กด้อยโอกาส โดยเตรียมพานักเรียนจากพื้นที่ห่างไกลในจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาทัศนศึกษาและเรียนรู้ในกรุงเทพฯ และพื้นที่ปริมณฑล พร้อมเปิดโอกาสให้นักเรียนจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ไปเรียนรู้ในจังหวัดเชียงใหม่หรือแม่ฮ่องสอน เป็นการสร้างประสบการณ์และการเรียนรู้ร่วมกันตามแนวทาง All for Education

“ส่วนสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่าน สพฐ. มีความห่วงใยโรงเรียนและผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยได้จัดสรรงบประมาณเร่งด่วนกว่า 1 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพิ่มเติม เพื่อให้โรงเรียนสามารถกลับมาเปิดเรียนได้ตามปกติ และนักเรียนได้กลับมาเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่า สพฐ. พร้อมสนับสนุนและช่วยเหลือครู ผู้บริหาร นักเรียน และโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ และจะไม่ทิ้งกันอย่างแน่นอน” นายพิเชฐ กล่าว