ปิดฉาก ALMM ครั้งที่ 29 ไทยผนึก สวทช. ยกระดับ 357 ล้านแรงงานอาเซียน ชูมาตรฐานทักษะสากล พร้อมส่งไม้ต่อเจ้าภาพ “ติมอร์-เลสเต”
ประสบความสำเร็จอย่างสมเกียรติและสัมฤทธิ์ผลอย่างยิ่งใหญ่สำหรับการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 (29TH ASEAN Labour Ministers Meeting: ALMM) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเมื่อ 23-28 สิงหาคมที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิดหลัก “การพัฒนาทุนมนุษย์อาเซียน: การรับรองทักษะฝีมือสู่การยอมรับในระดับสากล” (Developing ASEAN’s Human Capital: Skill Certification towards International Recognition) การประชุมระดับภูมิภาคในครั้งนี้นับเป็นหมุดหมายประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญในการกำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์แรงงานอาเซียน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคให้แข็งแกร่งและก้าวข้ามทุกความท้าทายในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

ผนึกกำลังระดับโลก: ภาพรวมและเสียงตอบรับอันคับคั่ง
บรรยากาศตลอดการประชุมเป็นไปอย่างคึกคักและได้รับเสียงตอบรับอย่างดียิ่งจากประชาคมระหว่างประเทศ โดยได้รับเกียรติจากคณะผู้แทนระดับสูง รัฐมนตรีแรงงาน เจ้าหน้าที่อาวุโสจาก 11 ประเทศสมาชิกอาเซียน คณะรัฐมนตรีแรงงานและผู้แทนจากประเทศคู่เจรจาบวกสาม (สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี) ตลอดจนผู้นำองค์กรระหว่างประเทศระดับโลก เข้าร่วมประชุมและหารือเชิงนโยบายอย่างพร้อมเพรียง

ครอบคลุมทั้งการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสแรงงานอาเซียน (SLOM) การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสแรงงานอาเซียนบวกสาม (SLOM+3) การประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน (ALMM) และการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนบวกสาม (ALMM+3) ซึ่งทุกฝ่ายต่างแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันอย่างแน่วแน่ในการยกระดับมาตรฐานกำลังคน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับ “Triple Transition” หรือการเปลี่ยนผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI), เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society) ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประชากรและแรงงานกว่า 357 ล้านคนทั่วอาเซียน
ถอดรหัสความสำเร็จ: เปลี่ยน “การฝึกอบรม” เป็น “รายได้และคุณภาพชีวิตที่เพิ่มขึ้นจริง”
ผลสำเร็จของการประชุมครั้งนี้ ได้เปลี่ยนผ่านจากการฝึกอบรมรูปแบบเดิมไปสู่การยกระดับทักษะแรงงานที่ได้รับการยอมรับและเปลี่ยนเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจได้จริง สะท้อนผ่านการรับรอง แถลงการณ์ร่วมการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 (Joint Communique of the 29th ALMM) และแถลงการณ์ร่วมการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 141 (Joint Statement of the 14th ALMM+3) ซึ่งครอบคลุม 5 เสาหลักความสำเร็จที่สำคัญ ได้แก่

- การผลักดันระบบ Skill Certification สู่ระดับสากล: ขับเคลื่อนผ่าน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ Modern Training (พัฒนาหลักสูตรทันสมัยที่เน้นการทำงานได้จริงและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น) Global Skill Standards (เทียบเคียงและยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานสู่สากล) และ ASEAN Excellence Centres (ใช้ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรม ทดสอบ และพัฒนานวัตกรรมกำลังคนขั้นสูง)
- การนำร่องใช้งาน ASEAN Digital Skills Passport (DSP): ครั้งแรกของการใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงและตรวจสอบประวัติการฝึกอบรม สมรรถนะ และใบรับรองทักษะแรงงานในรูปแบบดิจิทัล เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายแรงงาน (Skills Mobility) ทั่วทั้งภูมิภาคอย่างมีระบบ โปร่งใส และเป็นธรรม
- การวางกรอบ AI Governance Framework: การกำหนดกรอบกำกับดูแลการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในตลาดแรงงาน พร้อมเร่งสร้างทักษะให้แก่แรงงานรุ่นใหม่และเด็กจบใหม่เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), ศูนย์ข้อมูล (Data Centre) และเทคโนโลยี AI
- การปรับ KPI จาก Training-based สู่ Outcome-based Approach: พลิกโฉมการวัดผลจากการวัดจำนวนคนที่เข้ารับการฝึกอบรม มาเป็นการวัดผลลัพธ์ว่าแรงงานได้งานทำจริง มีรายได้เพิ่มขึ้นจริง และตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง
- การบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติด้วยความเป็นธรรม: การเดินหน้าหารือทวิภาคีร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน (เมียนมา กัมพูชา ลาว และมาเลเซีย) เพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิแรงงาน ควบคู่กับการสร้างตลาดแรงงานภูมิภาคที่ปลอดภัย ยั่งยืน และมีเสถียรภาพ
เยี่ยมชม สวทช.: โชว์ศักยภาพวิทย์-เทคโนโลยีไทย ขับเคลื่อนแรงงานแห่งอนาคต
เพื่อแปรนโยบายบนโต๊ะประชุมสู่สภาพการปฏิบัติจริง ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพได้นำคณะรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนบวกสาม (ASEAN Plus Three Labour Ministers) และคณะผู้แทน เดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จังหวัดปทุมธานี โดยมี ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. นำคณะผู้บริหารให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ พร้อมแสดงศักยภาพอันล้ำสมัยของของประเทศไทยในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาเป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนากำลังคนผ่าน 5 สถานีเทคโนโลยีแห่งอนาคต ได้แก่

- Station 1: Microelectronics and Semiconductor (TMEC) – จัดแสดงแผนยุทธศาสตร์ในการ Upskill, Reskill และ Cross-skill กำลังคนตลอดห่วงโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงมายังอาเซียน
- Station 2: Artificial Intelligence (AI) and Industry 4.0 – นำเสนอ SMC Academy ในการพัฒนากำลังคนเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0, แพลตฟอร์มการเรียนรู้เฉพาะบุคคล LEAD Education Platform และ ABDUL Uni ระบบจัดการเรียนรู้ออนไลน์พร้อม AI Tutor เพื่อสร้างความพร้อมด้าน AI Literacy ให้แก่แรงงาน
- Station 3: Modern Agriculture (PTEC) – สาธิตการทดสอบนวัตกรรมเกษตรแม่นยำ เช่น รถไถไฟฟ้า โดรนการเกษตร และเรือรดน้ำอัตโนมัติ เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านแรงงานภาคการเกษตรสู่การจ้างงานสีเขียว (Green Jobs)
- Station 4: Humanoid Robotics – จัดแสดงเทคโนโลยีการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ (Human-Robot Collaboration) เพื่อลดความเสี่ยงจากการทำงานอันตราย และช่วยยืดอายุการทำงานของแรงงานสูงวัยในยุคสังคมผู้สูงอายุ
- Station 5: Battery Technology and EV Industry – โชว์สายการประกอบแบตเตอรี่ต้นแบบการหมุนเวียนแบตเตอรี่ EV ที่หมดอายุสู่ระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) พร้อมหลักสูตร NSTDA-EV ที่ใช้เทคโนโลยีจำลอง SIL, PIL, HIL และ CAN Bus สร้างวิศวกรและช่างเทคนิคทักษะสูงตอบโจทย์อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
ก้าวต่อไปของอาเซียน: สู่ความยั่งยืนและการส่งไม้ต่อให้ “ติมอร์-เลสเต”

การประชุม ALMM ครั้งที่ 29 และการผนึกกำลังร่วมกับสถาบันวิจัยชั้นนำของประเทศอย่าง สวทช. ในครั้งนี้ ได้สร้างแรงขับเคลื่อนครั้งสำคัญที่ตอกย้ำว่า “อาเซียนพร้อมแล้วที่จะเติบโตไปข้างหน้าโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ประเทศไทยในฐานะประธาน ALMM พร้อมที่จะนำข้อตกลงและทิศทางความร่วมมือทั้งหมดไปสู่การปฏิบัติจริงตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง 2 ปี เพื่อยกระดับคุณค่า เปลี่ยนทักษะแรงงานให้กลายเป็นโอกาส และเปลี่ยนเทเคโนโลยีให้กลายเป็นความมั่นคงทางอาชีพของทุกคน

และในพิธีปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ ประเทศไทยได้ทำพิธีส่งมอบหน้าที่เจ้าภาพและประธานการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 30 ให้แก่ ประเทศติมอร์-เลสเต ซึ่งจะรับไม้ต่อในการเป็นเจ้าภาพจัดงานในอีก 2 ปีข้างหน้า สานต่อพันธกิจในการขับเคลื่อนกำลังคนและทุนมนุษย์ของอาเซียนให้เข้มแข็ง ยืดหยุ่น และโดดเด่นบนเวทีโลกอย่างยั่งยืนสืบไป



