‘ประเสริฐ’ เล็งปลดภาระผู้ค้ำหนี้ครู ดับวงจร ‘งูกินหาง’ จ่ออัดหลักสูตรวินัยการเงินเข้ม
เมื่อวันที่ 8 กันยายน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งถือเป็นปัญหาที่มีภาระผูกพันเรื้อรังและสะสมมาอย่างยาวนาน ว่า สำหรับกรณีผู้กู้ลาออกจากราชการหรือหลบหนี ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไข จนส่งผลให้ผู้ค้ำประกันต้องเข้ามารับผิดชอบหนี้แทนนั้น ศธ.มีแนวคิดที่จะหาทางตัดภาระของผู้ค้ำประกันออก
เนื่องจากมองว่าระบบการค้ำประกันในรูปแบบเดิมอาจสร้างปัญหา และทำให้ครูจำนวนหนึ่งได้รับผลกระทบทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้กู้หรือเป็นผู้ก่อหนี้โดยตรง ซึ่งแนวคิดดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะยกเลิกความรับผิดชอบในการชำระหนี้ของผู้กู้ แต่ต้องการหากลไกที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้ผู้ค้ำประกันต้องแบกรับภาระจากปัญหาของผู้กู้จนเกินสมควร โดยจะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เพราะเกี่ยวข้องกับกฎหมาย และเรื่องนี้จำเป็นต้องหารือร่วมกับสหกรณ์ออมทรัพย์และสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
“ในส่วนกรณีที่ผู้กู้เสียชีวิต ก็มีระบบประกันชีวิตหรือเงินช่วยเหลือทางสวัสดิการ เข้ามาครอบคลุมภาระหนี้สินอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาใหญ่เกิดจากระบบ ‘การค้ำประกันไขว้’ ระหว่างครูด้วยกันเอง ทำให้เกิดลักษณะ ‘งูกินหาง’ ต่างคนต่างกู้และต่างคนต่างค้ำ เมื่อคนหนึ่งมีปัญหาไม่สามารถชำระหนี้ได้ ก็จะล้มตามกันเป็นวงกว้างกลายเป็นภาระหนักหน่วง ทั้งที่ในปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ทั่วไปต่างเลิกใช้ระบบบุคคลค้ำประกัน แล้วเปลี่ยนไปใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันแทน ดังนั้น ในส่วนของครู ซึ่งมีทั้งเงินเดือนหักชำระและมีประกันชีวิตค้ำประกันอยู่แล้ว จึงตั้งใจจะเสนอให้ยกเลิกการใช้เพื่อนครูมาค้ำประกัน เพื่อหยุดภาระและตัดวงจรดังกล่าว” นายประเสริฐ กล่าว
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีข้อเรียกร้องให้ยกเลิกการทำประกันเงินกู้ของ ช.พ.ค. กับธนาคารออมสิน เนื่องจากเห็นว่ามีความซ้ำซ้อนกับเงินสวัสดิการ ช.พ.ค. ที่ได้เมื่อเสียชีวิตอยู่แล้ว ขอดูรายละเอียดในข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างถี่ถ้วนก่อน สิ่งสำคัญที่สุดคือ การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ครูบางคนตั้งธงมาตั้งแต่เริ่มรับราชการว่าจะต้องกู้เงิน ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง หลังจากนี้ ศธ. จะเน้นย้ำเรื่องการสร้างวินัยทางการเงิน โดยจะจัดอบรมให้ความรู้อย่างเข้มข้น และได้เสนอแนวคิดดังกล่าวต่อคุรุสภากำหนดเรื่องการบริหารจัดการทางการเงินเป็นหนึ่งในเกณฑ์มาตรฐาน หรือ KPIเพื่อให้สามารถบริหารจัดการรายรับรายจ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ



