ม.อ.-การไฟฟ้านครหลวง ผนึกกำลังขับเคลื่อน Smart Solar Grid 5 วิทยาเขต

14.09.26 | 14:04 น.

ม.อ.-การไฟฟ้านครหลวง ผนึกกำลังขับเคลื่อน Smart Solar Grid 5 วิทยาเขต

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง (MEA) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ และเปิดโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และสมาร์ตกริดเพื่อการบริหารจัดการพลังงานสำหรับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 5 วิทยาเขต (PSU Smart Solar Grid : PSSG) เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ห้องประชุม 210 ชั้น 2 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านการบริหารจัดการพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า และขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม


ภายในพิธี รศ.ดร.วศิน สุวรรณรัตน์ รองอธิการบดีวิทยาเขตหาดใหญ่ กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของโครงการ จากนั้น ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวต้อนรับ และ น.ส.ภัทรา สุวรรณเดช รองผู้ว่าการธุรกิจการไฟฟ้านครหลวง กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงาน โดยมีคณะผู้บริหาร บุคลากรของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และการไฟฟ้านครหลวง เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

รศ.ดร.วศิน สุวรรณรัตน์ รองอธิการบดีวิทยาเขตหาดใหญ่ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีภารกิจทั้งด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และการบริการสังคมในทั้ง 5 วิทยาเขต ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยจึงจำเป็นต้องพัฒนาการบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น โดยโครงการ PSSG ไม่ได้มุ่งเพียงการติดตั้งระบบ Solar PV แต่เป็นการวางรากฐาน “ระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ” ด้วยการนำสมาร์ตกริดและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ติดตาม วิเคราะห์ และบริหารจัดการการผลิตและการใช้พลังงานของทั้ง 5 วิทยาเขต ตลอดจนพัฒนาให้เป็นต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดและระบบพลังงานอัจฉริยะในอนาคต

ด้าน ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวงมีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบบริหารจัดการพลังงานของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะการนำพลังงานสะอาด เทคโนโลยีสมาร์ตกริด และระบบดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของทั้ง 5 วิทยาเขต สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างยั่งยืน ทั้งการลดการใช้พลังงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด เพื่อมุ่งสู่ มหาวิทยาลัยคาร์บอนต่ำและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ พร้อมคาดหวังให้ความร่วมมือครั้งนี้นำไปสู่ต้นแบบการบริหารจัดการพลังงานที่สามารถสร้างประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัย สังคม และประเทศต่อไป

Advertisement

ขณะที่ น.ส.ภัทรา สุวรรณเดช รองผู้ว่าการธุรกิจการไฟฟ้านครหลวง กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ MEA ในฐานะหน่วยงานด้านพลังงานที่พร้อมนำองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีด้านระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ มาสนับสนุนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ให้สามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเหมาะสมกับบริบทของแต่ละวิทยาเขต พร้อมร่วมติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โครงการบรรลุเป้าหมายและสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนในระยะยาว

โครงการ PSU Smart Solar Grid ครอบคลุมทั้ง 5 วิทยาเขต ได้แก่ หาดใหญ่ ปัตตานี ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และตรัง มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 11.28 เมกะวัตต์ (MW) คาดว่าจะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 20.80 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 7,839.87 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี (tCO2-eq/ปี) สะท้อนผลลัพธ์ของการบริหารจัดการพลังงานที่เชื่อมโยงทั้งมิติเศรษฐกิจ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม

โครงการนำระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคามาทำงานควบคู่กับระบบสมาร์ตกริดและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการติดตาม วิเคราะห์ และบริหารจัดการพลังงาน ตลอดจนสนับสนุนการตัดสินใจด้านพลังงานของมหาวิทยาลัย ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่การบริหารจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน

นอกจากประโยชน์ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมแล้ว PSSG ยังมุ่งพัฒนาพื้นที่มหาวิทยาลัยให้เป็น แหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดและระบบพลังงานอัจฉริยะ สำหรับนักศึกษา บุคลากร นักวิจัย และประชาชน พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการต่อยอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านพลังงานสู่การเรียนการสอน การวิจัย และการพัฒนาในอนาคต

การลงนามความร่วมมือและเปิดโครงการ PSU Smart Solar Grid ครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และการไฟฟ้านครหลวง ในการผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญ เพื่อสร้างต้นแบบการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะในระดับมหาวิทยาลัย พร้อมวางรากฐานการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด มหาวิทยาลัยคาร์บอนต่ำ และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน