อย.ลุยโกดังพิมรี่พาย หาห่อ ‘พริกทอด’ เจ้าปัญหา ชี้อาจมีความผิดร่วมผลิต โทษแค่ปรับ 3 หมื่น

7.07.22 | 13:43 น.

อย.ลุยโกดังพิมรี่พาย หาห่อ ‘พริกทอด’ เจ้าปัญหา ชี้อาจมีความผิดร่วมผลิต โทษแค่ปรับ 3 หมื่น

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ภก.วีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นสินค้า ‘พริกทอด’ ของ ‘พิมรี่พาย’ ที่มีการระบุวันที่ผลิตไว้เป็นปี 2566 ว่า การผลิตอาหารจะประกอบขึ้นจาก 2 ส่วน คือ ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่าย ซึ่งอาจเป็นบริษัทเดียวกันก็ได้ หรือจะเป็นคนละบริษัทก็ได้ แต่ไม่ได้หมายรวมถึงพ่อค้าแม่ค้าที่ไปรับของมาขายต่ออีกที อย่างกรณีดังกล่าว ตนมีความเห็นเบื้องต้นอย่างเป็นกลางว่า อาจไม่ได้ขึ้นโดยเจตนา แต่เกิดจากความเลินเล่อและไม่มีระบบตรวจสอบคุณภาพ (QC) ของบริษัท หรือโรงงานผลิต เพราะหากคนจะติดฉลากวันที่ผลิตล่วงหน้าจริง เต็มที่ก็ล่วงหน้า 1 เดือน ซึ่งคงไม่มีใครตั้งใจติดวันผลิตล่วงหน้าเป็นปี หากเรามองว่าเป็นความผิดหรือไม่ ก็เป็นความผิด แต่ในเจตนาก็จะเป็น human error ในการผลิต


ข่าวน่าสนใจอื่น :

“หากจะเป็นความผิด ก็จะเป็นมาตรา 6 (10) ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อาหาร ซึ่งเป็นโทษปรับสถานเดียว ไม่เกิน 3 หมื่นบาท ทั้งนี้ หากคุณพิมรี่พายเป็นคนขายสินค้า แต่ไม่ใช่เจ้าของโรงงานผลิต เท่ากับว่าคุณพิมรี่พายเป็นผู้เสียหาย กรณีหากซื้อสินค้าคนอื่นมาขาย ก็จะไม่เกี่ยวกับคนขาย แต่ถ้าคุณพิมรี่พายไปจ้างโรงงานหนึ่งผลิตสินค้าให้เป็นแบรนด์ของตัวเอง ตรงนี้ คุณพิมรี่พายจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในฐานะผู้จัดจำหน่ายด้วย” ภก.วีรชัย กล่าว

Advertisement

ภก.วีระชัย กล่าวว่า การตรวจสอบเบื้องต้นของพิมรี่พายพบว่า มีความเกี่ยวข้องในโรงงานผลิต 2 แห่ง คือ จ.สมุทรสาคร และ กรุงเทพมหานคร ซึ่งวันนี้ (7 กรกฎาคม 2565) เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จากส่วนกลาง ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเบื้องต้นแล้วในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยจะเข้าไปเก็บหลักฐานพยานที่เกิดขึ้นว่า พริกทอดที่อยู่ในสถานที่ผลิต หรือโกดังสินค้านั้นๆ เป็นไปตามในข่าวหรือไม่ ขณะเดียวกัน ก็ได้ประสานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สมุทรสาคร ให้ตรวจสอบสถานที่ผลิตแล้ว

“กรณีที่มีผู้บริโภคพริกทอดคุณพิมรี่พายแล้วท้องเสีย จริงๆ แล้ว ต้องเรียนตามหลักวิชาการว่า การที่เรากินอาหารรสจัดก็มีโอกาสเกิดการระคายเคืองระบบอาหารได้ ก็อาจทำให้ท้องเสียได้ โดยเฉพาะพริกที่มีแคปไซซิน (capsaicin) ดังนั้น การที่ท้องเสีย เกิดได้จากการกินอาหารที่ระคายเคือง อาจไม่เกี่ยวข้องกับความสกปรกอย่างเดียว” ภก.วีระชัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีสินค้าของพิมรี่พายมีผู้บริโภคแจ้งข้อผิดพลาดมามาก ทาง อย.จะต้องดำเนินการอย่างไรเพิ่มเติมหรือไม่ ภก.วีระชัย กล่าวว่า ต้องเรียนว่าการขายออนไลน์ ที่เป็นการไลฟ์สดในบ้าน หรือโกดังซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล จะต่างจากการตั้งร้านขายในที่สาธารณะ ซึ่งการขายในพื้นที่ส่วนบุคคลนั้น ทาง อย.ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ จนกว่าจะมีหมายศาลที่มาจากผู้เสียหายจริงๆ มีข้อมูลและหลักฐานความผิดจริงๆ ไม่ใช่บัตรสนเท่ห์ เช่น ผู้ที่กินอาหารนั้นๆ แล้วมีอาการป่วยแล้ว แพทย์ชี้ชัดว่าเกิดจากอาหารนั้นๆ

เมื่อถามว่า ขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้จะต้องเรียกพิมรี่พายมาให้ข้อมูลหรือไม่ ภก.วีระชัย กล่าวว่า ต้องรอเจ้าหน้าที่ส่วนกลางลงไปตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐานพื้นที่จริงๆ ได้ เพราะ อย.ไม่สามารถใช้เพียงภาพในข่าวมาดำเนินคดีกับใครได้ “ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่ได้ลงไปแล้ว ซึ่งหากมีห่อพริกทอดตามข่าวจริง ก็จะประมวลหลักฐานแล้วแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งเป็นโทษปรับสถานเดียว ทาง อย.มีอำนาจในการดำเนินคดีได้เลย” ภก.วีระชัย กล่าว