มอบตัวแล้ว! 2 หนุ่มรุมทืบชายวัย 42 ปีปางตาย รับสารภาพทำร้ายร่างกายจริง

9.12.22 | 08:47 น.

มอบตัวแล้ว! 2 หนุ่มรุมทืบชายวัย 42 ปีปางตาย รับสารภาพทำร้ายร่างกายจริง

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากกรณี ภาพกล้องวงจรปิดร้านขายอะไหล่รถยนต์ และอะไหล่เครื่องมือการเกษตร ริมถนนโพธิ์พระยา-ท่าเรือ หมู่ 4 ตำบลไผ่ขวาง อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี จับภาพเมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ ชาย 2 คน เข้ามาทำร้ายร่างกายชายอายุ 42 ปี อย่างรุนแรงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าของร้านและลูกจ้างพยายามเข้าไปห้าม กลับถูกด่าทอกลับมา

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 8 ธันวาคม ญาติของผู้ก่อเหตุได้พาตัว นายวีระยุทธ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี และ นายณัฐพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี 2 ผู้ก่อเหตุ เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.บ้านหมอ เบื้องต้นทั้งสองคนปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลกับนักข่าว ซึ่งก็ถือเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา

พ.ต.อ.ชาณภาค สุวรรณชื่น ผู้กำกับ สภ.บ้านหมอ กล่าวว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาทีมสืบสวนได้ลงพื้นที่ไปคุยกับญาติและผู้นำชุมชน เพื่อให้ไปเกลี้ยกล่อมให้ผู้กระทำผิดมามอบตัว จนสุดท้ายทั้ง 2 คน ยอมเข้ามอบตัวกับตำรวจ เบื้องต้นผู้ต้องหา รับสารภาพว่ามีการทำร้ายร่างกายนายสมทบ สังข์ศรี หรือแจ็ค อายุ 42 ปี จริง

โดยผู้ต้องหาให้การว่า ก่อนหน้านี้นายแจ็คชอบไปวุ่นวายที่บ้านของเขาหลายรอบแล้ว เพราะเขาเลี้ยงไก่ชนอยู่ จึงกลัวว่านายแจ็คจะเข้ามาขโมยไก่ชนของเขา จนวันเกิดเหตุทั้ง 2 คน เห็นนายแจ็คเข้ามาป้วนเปี้ยน วุ่นวายที่บ้านอีก ได้มีการห้ามปรามแต่นายแจ็คไม่ฟัง เป็นเหตุให้โมโหจึงไล่ทำร้ายลุงแจ็ค ทางฝั่งนายแจ็คจึงวิ่งไปหลบในร้านขายอะไหล่รถ หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็เป็นไปตามกล้องวงจรปิด

“หลังจากนี้ตำรวจต้องรอให้นายแจ็คอาการดีขึ้น แล้วจะเรียกตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม ส่วนผู้ต้องหาจะมีการดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายสาหัส” พ.ต.อ.ชาณภาคกล่าว

Advertisement

พ.ต.อ.ชาณภาคกล่าวว่า ส่วนประเด็นที่ญาติบอกว่า ตำรวจให้ญาติหาหลักฐานต่างๆ เอง และมีการตั้งคำถามถึงการทำงานของตำรวจ ผู้กำกับบอกว่าหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวผู้บาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาล และพี่สาวผู้เสียหายก็มาแจ้งความตอน 1 ทุ่ม ซึ่งร้อยเวรได้ลงบันทึกประจำวันไว้ และให้คำแนะนำว่าถ้ามีพยานหลักฐาน หรือมีหลักฐานอะไร ให้เอามาให้ตำรวจนะ ตำรวจจะช่วยดำเนินการต่อให้

ทางฝ่ายสืบสวนดำเนินการตามขั้นตอนควบคู่ไปด้วย โดยตำรวจก็คิดว่าญาติๆ อยู่หมู่บ้านเดียวกัน อาจหาข้อมูลอะไรได้เยอะกว่า จึงให้ญาติช่วยหาข้อมูลเพิ่มเติม และอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ญาติคิดว่าตำรวจขาดความรับผิดชอบได้

อีกทั้งในวันเกิดเหตุ ญาติๆ มาแจ้งความตอน 1 ทุ่ม ซึ่งเป็นเวลากลางคืน ตำรวจอาจจะยังหาข้อมูลได้ไม่เยอะ แต่วันต่อมาตำรวจก็ตามคดีปกติไปตามขั้นตอน ขอยืนยันว่าตำรวจไม่ได้มีเจตนาที่จะปัดความรับผิดชอบอย่างแน่นอน

ข่าวที่น่าสนใจอื่น
: แม่แห่โลงศพลูกสาวตั้งครรภ์ 8 เดือน เสียชีวิตหลังเข้ารักษาคลินิก ร้อง ยธ.ขอความเป็นธรรม
: จับกุมขบวนการส่งหนุ่มไทยค้ากามดูไบ ขายฝันทำงานสปา เงินเดือน 8 หมื่น ที่แท้แฝงค้าประเวณี
: รองรอย แถลง ตม.จับ 3 คดีสำคัญรวด จีนหนีคดีทางการต้องการตัว แก๊งคอลฯเกาหลี -โกง 491 พันล้านวอน