ส.ก.บางกอกใหญ่ อยากร้องไห้ แฉสภาพถนนเพชรเกษม-จรัญฯ หลังสร้างรถไฟฟ้า ชี้ ‘รฟม.ตีขลุม’ รัฐวิสาหกิจ ชอบเอาเปรียบกทม. แค่ 30 ล้านยังไม่จ่าย
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 มกราคม ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เข้าร่วมประชุม สภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก ครั้งที่ 3 ประจำปีพุทธศักราช 2566 โดยมี นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี พรรคเพื่อไทย นั่งเป็นประธานสภา กทม. มีผู้เข้าร่วมทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ได้แก่ ส.ก., คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครทั้งคณะ, ทีมคณะที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. และคณะเลขานุการผู้ว่าฯกทม. ร่วมประชุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครเร่งรัดให้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ส่งมอบพื้นที่ถนนจรัญสนิทวงศ์และถนนเพชรเกษมให้กับกรุงเทพมหานครตามเงื่อนไข ซึ่งเลื่อนมาจากวันพุธที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา

ในตอนหนึ่ง นายวิรัชกล่าวว่า ตนเน้นอยู่ 2 ประเด็น คือเร่งรัด และตามเงื่อนไข ตามที่ กทม.ได้มอบพื้นที่ ถนนจรัญสนิทวงศ์ และ ถนน.เพชรเกษม ให้กับ รฟม.เพื่อก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บาแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ โดยจะต้องดำเนินการตามเงื่อนไข ให้ รฟม. เข้าทำการก่อสร้าง ซึ่ง รฟม.เข้าดำเนินการเมื่อ 25 ส.ค.2554 และโครงการเสร็จสิ้น เริ่มเปิดใช้งานในปี 2562 แต่ยังไม่มีการส่งมอบพื้นที่ ถ.จรัญสนิทวงศ์ และ ถ.เพชรเกษม ให้กับ กทม.
“ปัจจุบัน สภาพถนนจรัญฯ ตั้งแต่ซอย 13 ผ่านสถานนีรถฟ้าท่าพระ ไปยันเพชรเกษม และสิ้นสุดที่หลักสอง มีการราดแอสฟัลต์ ทับถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก และฝาท่อระบายน้ำ บางจุดผิวจราจรชำรุด มีหลุมบ่อ เกิดน้ำขัง การตอกเสาเข็มใต้ฐานรากโครงสร้างอยู่ในเกาะกลางทำให้ถนนเป็นลูกคลื่น เป็นอุปสรรคต่อการสัญจรของประชาชน การดำเนินการยังไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนสัญจรสะดวกปลอดภัย และบรรเทาปัญหาจราจรติดขัด จึงขอให้ กทม.เร่งรัดให้ รฟม.ส่งมอบพื้นที่ตามเงื่อนไข” นายวิรัชกล่าว
นายวิรัชกล่าวต่อว่า ตนยืนยันว่าถนนเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่ปี 62 นี่ 4-5 ปีแล้ว ยังไม่มีการส่งมอบ ซึ่งเมื่อเช้านี้ตนโทรฯ ไปถามสำนักการโยธา ว่ามีการรับคืนพื้นที่หรือยัง ณ วันนี้ก็ยังไม่มีการรับคืน

“ในฐานะเป็น ส.ก.มา 3 สมัย และเข้าสู่สมัยที่ 4 เสียดาย 8 ปีไม่ได้เป็น ไม่อย่างนั้นคงได้เป็น 7-8 สมัย เวลามีการประชุมร่วมกับหนวยงานรัฐวิสหากิจอื่นๆ การประปา, รฟม. หรืออะไรก็แล้วแต่ ผมอยากจะร้องท่านประธาน ในฐานะที่ผมเป็นคนกรุงเทพฯ เป็น ส.ก. หน่วยงานนั้นๆ มักจะเอาเปรียบ กทม.จริงๆ เลย ยกตัวอย่างที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้
รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน มี 2 เส้นช่วงบน บางซื่อ-ท่าพระ เส้นข้างล่างหัวลำโพง-ท่าพระ เป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน แล้ววิ่งต่อไปที่ทางหลักสอง เดอะมอล์บางแค ทั้ง 2 เส้นนี้ถ้าไป เส้นบนบางซื่อ-ท่าพระ ปัญหาไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ก็ยังผิดเงื่อนไข” นายวิรัชชี้

นายวิรัชกล่าวถึงการส่งมอบพื้นที่ ที่ กทม.ให้ รฟม.ก่อสร้าง เมื่อหมดความจำเป็นต้องรีบส่งมอบคืน ได้แก่ เกาะกลาง ทางเท้า สิ่งประกอบทั้งมวล
“นี่ 4 ปีแล้ว รออะไรกันอยู่ ซึ่งมีตัวเลขตัวหนึ่งน่าสงสัย ว่ารออะไรกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องเก่า ไม่รู้ว่าสมัยนั้น ฝ่ายประสานงานมีภาพ หรือการส่งมอบพื้นที่ มีข้อมูลอะไรบ้าง ภาพถนนเป็นอย่างไรบ้าง ผมเก็บภาพไว้ตั้งแต่ปี 2557” นายวิรัชกล่าว และว่า
เงื่อนไขเขียนไว้สวย ดีมาก มีข้อถกเถียงในประเด็นการทรุดตัวหลังก่อสร้างถนนแล้วเสร็จ ซึ่งช่วงสี่แยกท่าพระ-หลักสอง จะมีการลงตอม่อ เสาบางต้นของ รฟม.ไม่เท่ากัน บางช่วงทำให้ถนนเป็นเนินขึ้นมา สรุปได้ว่า การทรุดตัวเป็นความรับผิดชอบของ รฟม. ต้องรับผิดชอบให้กับ กทม. จากการสร้างโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 2 ช่วง ต้องปฏิบัติงานเงื่อนไขที่ กทม.ยื่นไป

จากนั้น นายวิรัชกล่าวถึงการรื้อย้ายต้นไม้ จากบางพลัด ถ.จรัญฯ ไปถึง ถ.เพชรเกษม เขตบางแค 20 กม. ในอดีตก่อนปักตอม่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ย่านฝั่งธนฯ มีถนนสวย 2 เส้นที่อุดมไปด้วยต้นไม้เกาะกลาง คือ ถ.จรัญสนิทวงศ์ และ ถ.เพชรเกษม แต่พอหลังจากมีโครงการ ต้องรื้อย้ายต้นไม้ ในเงื่อนไขเขียนว่า รฟม.ต้องรับผิดชอบ และประเมินค่าเสียหายเป็นเม็ดเงิน ประมาณการณ์ 30 ล้าน จำได้ว่าเขตบางกอกใหญ่ได้ 3 ล้าน
“ประเด็นคือ บริษัทคู่สัญญาของ รฟม. มีหนังสือมาถึง สำนักการโยธา ว่าขอยกเว้นการจ่าย นี่คือประเด็นว่าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ พยายามจะเอาเปรียบ กทม. อยู่ตลอดเวลา แม้แต่เงินแค่ 30 ล้าน รฟม. มีงบประมาณ 80,000 ล้าน ผมไม่ยอมนะท่านประธาน ไม่อย่างนั้นผมจะเสนออีกญัตติในสภา กทม. ระหว่างนั้น ผอ.เขตบางกอกใหญ่ในขนะนั้นโทรมาหาผม ท่าน ส.ก.คะ บริษัทเอาเงินมาจ่ายให้เขตแล้ว เรื่องต้นไม้ เอาไปซุกไว้ไหน ผมไปถ่ายไว้หมด” นายวิรัชกล่าว
พร้อมเล่าถึงกรณีที่ดินจากการก่อสร้างของ รฟม. ในพื้นที่ กทม. ไปโผล่ในไซต์ก่อสร้างเอกชน
“บรรดาน้องๆ ส.ก. ใหม่ทั้งหลาย พี่เตือนไว้เลยว่า ทรัพย์สินที่เป็นดิน ในโครงการรถไฟฟ้าที่จะเกิดทั้งหลายใน กทม. ตรวจเช็กให้ดี เพราะเด็กนั่นคือทรัพย์สินของ กทม.” นายวิรัชชี้

จากนั้น นายวิรัชเปิดภาพความชำรุดของ ถ.เพชรเกษม ที่มีประชาชนมาร้องเรียนกับตน และขณะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ รฟม. ก่อนเปิดภาพที่ตนไปค้นข้อมูลมาจากผู้รับผิดชอบซ่อมถนนเพชรเกษม
“ผมไปจับผิดเขา มีงบที่จะไปซ่อมแซม ถ.จรัญฯ และ ถ.เพชรเกษมหรือไม่ เขาตอบว่าไม่มี ถ้าตอบว่ามีมีปัญหาแน่ ในเมื่อเป็นความรับผิดชอบ ของ รฟม. จะเอางบของ กทม.ไปซ่อมได้อย่างไร ถ้าเป็นแอสฟัลต์ ราคา 136 ล้าน ระยะ 10 กม. จากท่าพระถึงหลักสอง แต่ถ้าเป็นคอนกรีต จะตก 600 กว่าล้าน ราคาต่างกันนี้จึงเกิดการ ‘ตีขลุม’ ความหมายคือ ตู่ ทึกทัก ถือเอา เหมาเอา ไม่รู้ว่าด้วยความทึกทักของ รฟม.ตามหนังสือฉบับนี้หรือเปล่าเมื่อมาเห็นความแตกต่างของแอสฟัลต์ กับคอนกรีต เพราะเดิมเป็นถนนคอนกรีต ไม่ใช่แอสฟัลต์ ตู่เอาเพื่ออาจจะทำให้ประชาชนเข้าใจว่า เป็นความรับผิดชอบของ กทม. ไม่ใช่ รฟม.แล้ว” นายวิรัชกล่าว

นายวิรัชกล่าวยืนยันว่า ตนขับรถบนนถนนเพชรเกษม มา 10 กว่า ถ.เพชรเกษม เป็นถนนคอนกรีต
“ถ้าถูกต้องตามหลักวิศวกรรมจริง มีการส่งมอบจริง จะเกิดสภาพอย่างนี้หรือ” นายวิรัชกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้าย รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวชี้แจงต่อที่ประชุมว่า สาเหตุที่ รฟม.ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ เนื่องจากยังไม่สามารถเว้นระยะความกว้างทางเท้าบริเวณทางขึ้นลง 1.5 เมตร ได้ตามที่กำหนด โดยมีจุดที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้อีก 25 จุด ซึ่งอยู่ระหว่างการเวนคืนพื้นที่ ทั้งนี้ กทม.จะเร่งรัดให้ รฟม.จัดซ่อมถนนให้เข้มงวดและตรวจรับงานอย่างเคร่งครัด ในส่วนของการซ่อมแซมถนนซึ่งผิวถนนเดิมเป็นคอนกรีต การซ่อมจะดำเนินการเทคอนกรีตเป็นช่วงและลงแอสฟัลต์ทับหน้าเพื่อให้ผิวถนนเรียบ โดยกรุงเทพมหานคร จะตรวจคุณภาพการก่อสร้างและผลลัพธ์ของงานให้เคร่งครัด
ทั้งนี้ ส.ก.ต่างเห็นด้วยกับ ญัตติของนายวิรัช เห็นพ้องให้ กทม.เร่งรัด รฟม.ปรับปรุงพื้นผิวจราจรถนนจรัญสนิทวงศ์และถนนเพชรเกษม และส่งมอบพื้นที่ตามเงื่อนไข


