จับได้แล้ว 3 ราย ผู้ต้องหาค้าปืน พบหลักฐานขายกระบอกละ 16,000 ให้เด็ก 14 

5.10.23 | 11:25 น.

ผบ.ตร.สั่งล่าจับ 3 ผู้ต้องหา ค้าปืนเถื่อน เครื่องกระสุนขายต่อเด็กอายุ 14 ก่อเหตุกราดยิงพารากอน

ภายหลังจากเกิดเหตุสะเทือนขวัญ เด็กชายอายุ 14 ปี กราดยิงประชาชนในห้างสรรพสินค้าจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ก่อนที่เด็กชายจะถูกตั้งข้อหาหนัก และนำตัวส่งสถานพินิจฯไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวจึงได้มอบหมาย พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ติดตามเร่งรัดขยายผล กระทั่งทางตำรวจ สน.ยานนาวา ได้มีการขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญากรุงเทพใต้ จับกุม 3 บุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรณีเด็ก 14 ปี กราดยิงในห้างสรรพสินค้า โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า บุคคลทั้ง 3 ราย เป็นผู้ที่จำหน่ายอาวุธปืนแบลงค์กันให้กับผู้ก่อเหตุ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานระบุอีกว่า ตำรวจสามารถจับกุมได้แล้ว 3 ราย คือ

  • นายสุวรรณหงษ์ อายุ 44 ปี
  • นายอัครวิชญ์ อายุ 22 ปี สามารถจับกุมได้ที่ จ.ยะลา โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการนำตัวเข้ากรุงเทพฯ
  • นายปิยะบุตร อายุ 30 ปี สามารถจับกุมได้ที่กรุงเทพฯ

โดยทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันมีอาวุธและเครื่องกระสุนปืน โดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement

โดยแนวทางการสืบสวน เจ้าหน้าที่พบว่า เด็กชายอายุ 14 ปี ได้ซื้อปืนแบลงค์กัน ผ่านช่องทางออนไลน์ เป็นปืนยี่ห้อกล็อก 19 ซึ่งเป็นอาวุธชนิดเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุ จากนายสุวรรณหงษ์ และมีการโอนเงินซื้อขายกันจริง ในวงเงิน 16,000 บาท

โดยนายสุวรรณหงษ์ได้มีการกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม จากปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ยะลา ด้วยตัวเอง และเจ้าหน้าที่ยังพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องอีกหนึ่งรายคือนายอัครวิชญ์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ จ.ยะลา เช่นเดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่ จับกุมทั้งคู่ได้ที่บ้านหลังหนึ่ง ใน ต.สะเตง อ.เมืองยะลา จ.ยะลา พร้อมของกลางหลายรายการ อาทิ กระสุนแบลงค์กัน 209 นัด, ปลอกกระสุนใช้แล้วทิ้ง 33 ปลอก, หัวกระสุนขนาด 9 มม. 1 หัว, ท่อเหล็กสำหรับดัดแปลงปืนเส้นผ่านศูนย์กลาง 15 มม. จำนวน 33 แท่ง รวมถึงสลิปกดเงินของธนาคารจำนวนหนึ่ง

โดยเจ้าหน้าที่ยังพบอีกว่า นายอัครวิชญ์ เป็นเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “กุนซือ ยาบี” ซึ่งเป็นช่องทางในการขายอาวุธปืนแบลงค์กัน เปิดมาแล้วประมาณ 5 เดือน ก่อนที่จะปิดลงไปเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งสามรายยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกจับกุมที่ สภ.เมืองยะลา ก่อนควบคุมตัวทั้งคู่มาสอบปากคำเพิ่มเติมและดำเนินคดีที่ สน.ยานนาวา

โดยจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการจาก พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ในช่วงบ่ายวันนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง