สรุปไทม์ไลน์ ผ่าแผนหลบหนี 18 วัน ‘เสี่ยแป้ง’ ก่อนถูกจนท.เปิดปฏิบัติการปิดป่าล่าตัว

8.11.23 | 23:54 น.

สรุปไทม์ไลน์ ผ่าแผนหลบหนี 18 วัน ‘เสี่ยแป้ง’ ก่อนถูกจนท.เปิดปฏิบัติการปิดป่าล่าตัว

จากกรณี “เสี่ยแป้ง นาโหนด” หรือ  นายเชาวลิต ทองด้วง อายุ 37 ปี แหกคุก หลังเนียนแกล้งป่วยหนัก จนต้องไปรักษาโรงพยาบาลก่อนสะเดาะตรวนหนี ทั้งที่มีผู้คุมเฝ้าถึง 2 คน และรอนานถึง 3 ชั่วโมง ถึงจะดำเนินการแจ้งความ

ทั้งนี้พบว่า “เสี่ยแป้ง” วางแผนมานาน หวั่นฆ่าล้างแค้นพยาน จนต่อมา “กรมราชทัณฑ์” ได้ตั้งค่าหัวนำจับจำนวน 100,000 บาท ก่อนจะเพิ่มค่าหัวเป็น 1 ล้านบาท หลังจากที่ยังตามจับตัวไม่ได้นานหลายสัปดาห์ และเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจากเรื่องที่เกิดขึ้น

สำหรับ เสี่ยแป้งนั้น ถูกศาลจังหวัดพัทลุง สั่งจำคุก 20 ปี 6 เดือน โดยคดี เสี่ยแป้ง-เชาวลิต ร่วมกับพวก เข้าปล้นผู้ต้องหาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 ขณะจับกุมคดียาเสพติด

นอกจากนี้ยังมีคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาอีกหลายคดี เช่น คดีสมคบค้ายาเสพติด คดีฟอกเงิน คดีร่วมกันฆ่า เช่น คดีการลอบฆ่านายอนันต์ คลังจันทร์ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช

Advertisement

ทั้งนี้ ยังพบว่า เจ้าหน้าที่ ปปง.ได้อายัดทรัพย์สินของนายเชาวลิตที่ จ.สงขลา ที่นำเอาไปฝากไว้กับคนใกล้ชิด มูลค่าสูงถึง 150 ล้านบาท

โดยเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา “เสี่ยแป้ง” ถูกส่งออกไปรักษาทางทันตกรรม ณ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช แต่มีอาการวูบหมดสติ และขาอ่อนแรง จึงแอดมิตที่โรงพยาบาล และหลังจากนั้นได้หลบหนีไป

กางเส้นทาง’เสี่ยแป้ง’หลบหนี

หลังจาก “เสี่ยแป้ง” ถูกปลดพันธนาการลงจากลิฟต์มาได้ ก็มีรถมารับพาตัวหลบหนีไป เบื้องต้นพบว่าคนที่มารับชื่อนายเฉลิมพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี และนายจักรี (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี โดยนายจักรีนั่งรอในรถ ก่อนที่เสี่ยแป้งจะขึ้นรถกระบะสี่ประตูสีขาว ทะเบียน 8 กจ 3212 กรุงเทพ หลบหนีไป

จากนั้นเสี่ยแป้งกับลูกน้องคู่ใจ ได้ขับมุ่งหน้าเข้าจ.ตรัง และไปที่จ.กระบี่ เพื่อไปหาลูกพี่ แล้วมุ่งหน้าชายแดนประเทศเมียนมา แต่ถูกปฏิเสธ จึงต้องย้อนกลับมาที่จ.พัทลุง

ข้อสังเกตคือผู้รับหน้าที่ดูแลนายเชาวลิตมีอยู่ด้วยกัน 3 คน 1 คนได้แจ้งให้อีก 2 คนไม่ต้องมาเข้าเวรในช่วงกลางวัน แต่ให้มารับเวรช่วงหลังเที่ยงคืน และในช่วงกลางวันมี น.ส.วิลาวัลย์ หรือไหม รับจ้างเฝ้าไข้แทน

เมื่อตำรวจนำ น.ส.ไหม มาสอบสวนก็ยอมรับว่ามี นางยุวเรศ หรือหมวย จ้างให้มาอยู่เฝ้าไข้ โดยนายปอยแอบนำคีมตัดเหล็กมาส่งให้นายเชาวลิตใช้ตัดโซ่ในคืนวันที่ 20 ตุลาคม แต่ไม่สำเร็จ

วันรุ่งวันที่ 21 ตุลาคม จึงแจ้งผู้คุมขอเปลี่ยนโซ่ ปรากฏว่าผู้คุมได้นำโซ่ติดกุญแจมือมาเปลี่ยนให้ มีการพันธนาการแบบหลวมๆ

จนกระทั่งตอนดึกคืนวันที่ 21 ตุลาคม นายปอยทำทีมาเฝ้าอยู่ด้วย โดยอยู่ปะปนกับญาติคนอื่นๆ แบบเนียนๆ ได้ลงไปรับลูกกุญแจจาก นายจักรี หรือบิ๊ก ด้านล่างแล้วนำมาส่งให้

หลังจากนั้น “เสี่ยแป้ง” ได้ใช้ผ้าห่มคลุมทับไขกุญแจมือจนสำเร็จ แล้วไปเปลี่ยนผ้าเดินลงไปด้านล่างหนีหายไป ส่วนตัวเองด้วยความตกใจยังอยู่ด้านบนจนกระทั่งเจ้าหน้าที่ทราบเรื่อง

ก่อนที่จะทำการหลบหนีวันที่ 22 ตุลาคม ประเด็นอยู่ที่ว่ามีการเปลี่ยนโซ่ด้วยสาเหตุใด เพื่อเอื้อให้มีการไขหลบหนีไปได้โดยง่ายหรือไม่ เป็นเรื่องที่กรมราชทัณฑ์จะต้องสอบละเอียด

ผลการสอบสวน น.ส.ไหม ผู้รับจ้างเฝ้าไข้ ให้การเป็นประโยชน์ต่อคดีอย่างมาก โดยเฉพาะขั้นตอนการเข้าถึงตัวเสี่ยแป้งและลูกน้อง การนำอาวุธปืน กุญแจไขโซ่ข้อเท้ามาส่ง รวมทั้งการจ่ายเงินค่าแรงเฝ้าไข้

ส่วนผู้เกี่ยวข้องมีด้วยกัน 3 คน คือ นายจีรวุฒิ, นายจักรี และนางยุวเรศ แบ่งหน้าที่กันทำ ส่วน น.ส.ไหม ยืนยันว่า “เสี่ยแป้ง” นำโทรศัพท์มือถือของเธอไปใช้ และประสานงานให้หลบหนี หากสำเร็จจะให้ค่าตอบแทนเป็นเงิน 2 แสนบาท และให้บ้านที่ จ.ภูเก็ตอีก 1 หลัง แต่ที่ได้จริงตอนนี้คือเงิน 2 พันบาท ที่นางยุวเรศโอนให้เท่านั้น

สำหรับนางหมวย ซึ่งเป็นเมียของนายเจมส์ ลูกน้องเสี่ยแป้ง เมื่อ 3 ปีก่อน ได้ร่วมกับนายเจมส์ อุ้มฆ่าลูกหนี้สาวหลังไปทวงเงินแล้วไม่ได้ จึงนำตัวมาขัง ก่อนฆ่าทิ้ง นำศพไปทิ้งริมคลอง พื้นที่ ต.นาโหนด อ.เมือง จ.พัทลุง คดีดังกล่าวศาลตัดชั้นต้นสินจำคุกตลอดชีวิตนายเจมส์ ส่วนนางหมวยศาลยกฟ้อง

ต่อมาตำรวจระดมตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัย 4 จุดในพื้นที่พัทลุง ก่อนจับกุมนางยุวเรศได้ที่บ้านพัก ในพื้นที่ ต.นาโหนด อ.เมืองพัทลุง แต่เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ

การไล่ล่าตัวนายเชาวลิต หรือเสี่ยแป้ง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจากกองกำกับการ 6 กองบังคับการกองปราบปราม ลงพื้นที่ 3 จังหวัดคือ พัทลุง ตรัง สตูล

พบว่าขณะนี้นายเชาวลิต มีอาวุธปืนสงครามติดตัว หากเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่เชื่อว่าจะมีการยิงต่อสู้ โดย พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รักษาการผู้ช่วย ผบ.ตร.สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวังสูงสุด และหากมีการยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่สามารถป้องกันตัวได้ตามสถานการณ์

ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ออกหมายจับ ผู้คุมจากเรือนจำ 3 ราย ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือเสี่ยแป้งหลบหนี

มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดไล่ล่าภาค 8 ภาค 9 พบรถกระบะ ทะเบียน 8 กจ 9049 พัทลุง คันที่พาเสี่ยแป้งหลบหนีจาก รพ.มหาราชฯ ถูกจอดทิ้งไว้ใกล้ท่าเรือแห่งหนึ่งใน จ.สตูล ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศมาเลเซีย โดยคาดว่าเสี่ยแป้งพร้อมคนช่วยเหลืออาจหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว

แต่สุดท้ายเมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นเพียงข่าวลวง โดยชุดไล่ล่าเชื่อว่าน่าจะยังหลบหนีเข้ามาในเขตอิทธิพลเดิมของตนเองคือในพื้นที่ จ.พัทลุง ซึ่งยังมีลูกน้องเก่าคอยให้ความช่วยเหลืออยู่

ล่าสุด มีรายงานว่าเจ้าตัวน่าจะทิ้งรถหลบหนีขึ้นไปซ่อนตัวบนเทือกเขาบรรทัด ช่วง อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ซึ่งเต็มไปด้วยสวนยางพาราและขนำกระจายอยู่ทั่วไป โดยเข้าไปหลบร่วมกับลูกน้องคนสนิท 

ซึ่งรวมแล้ว 19 วัน ที่ “เสี่ยแป้ง” ได้หลบหนีไป

หลังจากที่มีรายงานว่า “เสี่ยแป้ง” และลูกน้องคนสนิทหลบหนีเทือกเขาบรรทัด เจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 8 และ ภาค 9 นำกำลังปิดล้อมเทือกเขาบรรทัด ในพื้นที่ จ.พัทลุง โดยมีเป้าหมายหมู่บ้านใจกลางหุบเขา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง

ระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่พบตัวเสี่ยแป้ง แล้วเกิดการยิงปะทะกัน ส่งผลให้ เสี่ยแป้ง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญ

ขอบคุณภาพจากเพจ อุทยานแห่งชาติตาพระยา Ta Phraya National Park

ซึ่งสอดคล้องกับรายงานล่าสุดของ ศปก.ตร. ที่ระบุว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่นำกำลังปิดล้อมเทือกเขาบรรทัด ในพื้นที่ จ.ตรัง โดยมีเป้าหมายหมู่บ้านใจกลางหุบเขา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง หลังทราบว่าเสี่ยแป้งหลบหนีเข้าไปในพื้นที่ป่าดังกล่าว

ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่พบตัวเสี่ยแป้งแล้วเกิดการยิงปะทะกัน เป็นเหตุให้เสี่ยแป้งถูกวิสามัญฆาตกรรม โดยผู้บังคับบัญชาระดับสูงอยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบ

ด้าน พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า พบกลุ่มของเสี่ยแป้งมีอาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก ปืนเอชเค 1 กระบอก และปืนพกสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก รวมทั้งเครื่องกระสุนปืนกว่า 600 นัด

อย่างไรก็ตาม ทางแหล่งข่าวรายงานว่าซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เปิดเผยว่า ขณะนี้ ยังไม่มีความชัดเจนเรื่อง เสี่ยแป้ง ถูกวิสามัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณน้ำตกโตนเต๊ะ ที่มีรายงานข่าวว่า เจอศพเสี่ยแป้งนั้น มีการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่า ไม่เจอศพเสี่ยแป้งแต่อย่างใด มีแต่รายงานข่าวเรื่องการปะทะกันเท่านั้น แต่ยังไม่มีรายงานว่าเสี่ยแป้ง เสียชีวิตแล้ว

ยันเสี่ยแป้งยังมีชีวิต-รอดตายเพราะหมา

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 8 พฤศจิกายน ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.พัทลุง / ภ.จว.นครศรีธรรมราช / ภ.จว.ตรัง ตำรวจภาค 8 ตำรวจภาค 9 และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้ร่วมกันไล่ล่าเสี่ยแป้ง ที่คาดว่าน่าจะหลบหนีอยู่ในพื้นที่บ้านตระ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง พื้นที่บ้านตระเป็นหมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาบรรทัด ห่างจากพื้นที่ราบ ไม่มีไฟฟ้า และไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเท้าระหว่างตรัง-พัทลุง ของกองกำลังคอมมิวนิสต์ในอดีต มีเส้นทางเข้าออกด้วยการเดินเท้า ใช้เวลานับวัน หรือทางจักรยานยนต์เท่านั้น และใช้เวลาหลายชั่วโมง จำนวน 4 เส้นทาง คือ เส้นทางขึ้นจากควนไม้ดำ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง, เส้นทางอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ 6 ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง, เส้นทางบ้านตระ-บ้านราวปลา และเส้นทางบ้านตระ-ภูผาเพชร อ.มะนัง จ.สตูล

พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รรท.ผบช.ภ.9 ผบ.เหตุการณ์ ออกมาเปิดเผยว่าวันนี้มีกระเเสข่าวว่าวิสามัญเเล้ว เเต่ข้อเท็จจริงก็ตามที่ผมเรียนในเบื้องต้น ลูกน้องของผมก็ยังปลอดภัยดีทุกคน คนที่หลบหนีเมื่อรู้ว่าเจ้าหน้าที่ติดตามตัวเขาก็เคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ

เป้าหมายที่เราหาก็เจอร่องรอยจริงๆ เเละที่สำคัญเขาพร้อมต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ทุกเมื่อ ตอนนี้เราส่งชุดปฏิบัติการเข้าไปในจุดเกิดเหตุ และเราตั้งจุดปฏิบัติการไว้สองฝั่ง เราตั้งด่านโดยรอบ เเละดึงประชาชนเข้ามาช่วย

ขณะที่  พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมที่กองอำนวยการร่วม น้ำตกโตนเต๊ะ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ว่า เชื่อว่าเสี่ยแป้งยังหลบซ่อนตัวอยู่บนเขาบรรทัด ยืนยันว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้วิสามัญเสี่ยแป้งแต่อย่างใด และยังหลบหนีอยู่ในบริเวณนี้ และอยากให้มอบตัว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็มีความเป็นไปได้สูงที่เสี่ยแป้งจะมีอาวุธหนักในมือ ส่วนสาเหตุที่ทำให้เสี่ยแป้งไหวตัวทัน เพราะสุนัขที่อยู่หน้าเพิงพักของเสี่ยแป้งเกิดเห่าขึ้นมา ทำให้เจ้าตัวรู้ว่าเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าประชิด จึงยิงสวนออกมา อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ามีคนช่วยเหลือเสี่ยแป้งอีกจำนวนหนึ่งเพื่อให้ที่พักพิงและพาหลบหนี

พบคราบเลือดในจุดปะทะ

ล่าสุด เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวบังเขียว ที่ให้การช่วยเหลือขณะแป้งหนีกบดานที่บ้านในตระ โดยทำหน้าที่จัดหาอาหารให้กับแป้ง โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมได้เมื่อเย็นของวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ขณะบังเขียวลงมาจัดซื้ออาหารไปให้แป้ง และเจ้าหน้าที่นำตัวมาสอบสวน พร้อมวางแผนให้บังเขียวเป็นตัวล่อ นำอาหารไปให้แป้งในเช้าวันนี้พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เมื่อไปถึง สุนัขเห่า แป้งจึงไหวตัวยิงใส่เจ้าหน้าที่ แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่บอกว่า แป้งหนีไปได้

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณบ้านใน เทือกเขาบรรทัดซึ่งเจ้าหน้าที่พบเพียงกองเลือด และยึดอาวุธปืน สงคราม เอ็มโฟร์ 1 กระบอก เครื่องกระสุน กว่า 600 นัด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยัน เลือดที่เจอไม่ใช่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะตำรวจทุกคนปลอดภัย

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามล่าตัวเสี่ยแป้ง ต้องจับตาต่อไปว่าการปฏิบัติการครั้งนี้ จะสามารถจับเสี่ยแป้งได้สำเร็จหรือไม่? 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง