จากกรณีถนนทรุดตัวจากการที่รถบรรทุกวิ่งผ่านเหยียบฝาครอบท่อระบายน้ำจนทรุดตัวลง จนส่งผลให้รถแท็กซี่และรถ จยย.ได้รับความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ ต่อมาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบชั่งน้ำหนักรถบรรทุกคันดังกล่าวว่าเกินมาตรฐานการบรรทุกที่กำหนด
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่า เวลา 18.30 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลพระโขนง ภายหลังการประชุมหารือของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
ด้านเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงกล่าวว่า ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและทางกรุงเทพมหานคร เพื่อนำเครื่องชั่งน้ำหนักแบบอัตโนมัติมาชั่งรถบรรทุกคันดังกล่าว
หลังจากที่ได้ชั่งแล้ว ปรากฏว่าน้ำหนักรถบรรทุกคันดังกล่าวอยู่ที่ 37,450 กิโลกรัมหรือ 37.450 ตัน เกินที่กำหนดไว้ประมาณ 12.45 ตัน ตอนนี้ให้ทางฝ่ายกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ดำเนินการต่อ ทางเรามีหน้าที่เพียงแค่ชั่งน้ำหนักเพียงเท่านั้น
โดยนางสายทิพย์ สุคนธ์มณี ผู้อำนวยการเขตพระโขนง ให้สัมภาษณ์ว่า ในส่วนของสำนักงานเขตพระโขนงได้อาศัยประกาศของผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นที่เรื่องการห้ามใช้รถบรรทุกที่มีน้ำหนักบรรทุกเกินกว่าที่ได้กำหนดหรือโดยที่ยานพาหนะนั้น หรือโดยที่ยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหาย ซึ่งทางหลวงท้องถิ่นนี้นั้นเป็นเขตรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นส่วนที่ 1 ของยานพาหนะชนิดรถเดี่ยว ข้อ 10 ซึ่งได้มีข้อกำหนดไว้ว่า “ยานพาหนะที่มี 3 เพลา 6 ล้อ 10 เส้น ชนิดเพลาท้ายใช้ยางคู่ จะต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน 20 ตัน หรือร่วมน้ำหนักยานพาหนะไม่เกิน 25 ตัน “ ซึ่งกรมทางหลวงได้เเจ้งแล้วว่าเกินกว่าที่กำหนดไว้ 12.45 ตัน

ดังนั้น จึงมีโทษตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 ตามมาตรา 73/2 ซึ่งผู้ใดฝ่าฝืนประกาศของผู้อำนวยการทางหลวงตามมาตรา 61 วรรค 1 ต้องมีโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับ 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งการดำเนินการตามกฎหมายนี้เป็นหน้าที่ของทาง สน.พระโขนง ต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ รรท.ผบก.น.5 กล่าวว่า คดีนี้ทาง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ได้สั่งการให้ บก.น.5 ดำเนินการอย่างเคร่งครัด โดยดำเนินการใน 2 ส่วน มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนในคดีนี้โดยเฉพาะ และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุที่เกิดขึ้น ที่ตรวจสอบพบเบื้องต้นจะมีการแจ้งข้อกล่าวหา 2 คดี คือขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับอันตรายสาหัส และขับรถบรรทุกเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีกับผู้ต้องหา และผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่เบื้องต้นแจ้งข้อหากับผู้ขับขี่ทั้ง 2 ข้อหา โดยพยานหลักๆ จะเป็นของกรมทางหลวง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเสนอให้ตรวจยึดรถของกลาง ที่ใช้ในการกระทำความผิด แต่อยู่ที่ดุลพินิจของศาล ส่วนกรณีที่มีการถ่ายเทน้ำมันและดินออกนั้น เชื่อว่าไม่มีผลต่อการดำเนินคดีเนื่องจากสิ่งที่ต้องการอยู่ที่น้ำหนักเกินหรือไม่ อย่างไรก็ตาม รถสิบล้อคันดังกล่าวหลังเกิดเหตุได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ซึ่งการที่จะทำอะไรต้องมาขออนุญาตพนักงานสอบสวนก่อน ทั้งนี้ จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบต่อไป
พ.ต.อ.วิทวัฒน์กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นอักษรตัว B หรือชื่อเล่นนายบิ๊กนั้น เป็นเจ้าของรถ จากการสอบถามนายบิ๊กแจ้งว่าเป็นสติ๊กเกอร์ทำไว้ใช้ในไซต์งาน เพื่อขนดินออกจากไซต์งานจะต้องมีสติ๊กเกอร์นี้เท่านั้น แต่ตนยังไม่ปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วจะมีการตรวจสอบว่ามีเสริมสติ๊กเกอร์เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ ทั้งนี้ หากพบว่าผู้ใดมีส่วนร่วม ถือว่าเป็นตัวการร่วม และจะตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-
-
- กู้ ‘รถบรรทุก’ กลางสุขุมวิท ผู้ว่าฯ จ่อล้อมคอก ‘ถนนยุบ’ ชั่งน้ำหนักเกิน ก่อนเข้ากรุงฯ
- ออกคำสั่งตั้งกรรมการสอบ ปมบรรทุกทำถนนยุบ มีสติ๊กเกอร์ติดหน้ารถ จนท.ละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
- น.1 สั่งรายงานด่วน ขีดเส้นภายใน 3 วัน รถสิบล้อขนดินทำถนนทรุดติดสติ๊กเกอร์ส่วย
- บิ๊กโจ๊กลุยสน.พระโขนง ลั่นทำคดีส่วยสติ๊กเกอร์ให้เป็นต.ย. ให้รถบรรทุกเข้ากทม.ต้องชั่งน.น.ทุกคัน
- ‘บิ๊กโจ๊ก’ เผย แจ้งข้อหาคนขับรถบรรทุก ‘เจ้าของรถ’ แจงปมติดสติ๊กเกอร์ ตร.ลุยสอบเพิ่ม
-

