เผยร.ต.ท.กบดานใกล้ดอนเมือง หวังบินหนีนอกปท. เล่านาทียิง 5 นัดดับเสี่ยหนุ่ม

เผยร.ต.ท.กบดานใกล้ดอนเมือง หวังบินหนีนอกปท. เล่านาทียิง 5 นัดดับเสี่ยหนุ่ม

เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 30 ธันวาคม พล.ต.ต.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ ผบก.น.4 เปิดเผยภายหลังจากการสอบปากคำ ร.ต.ท.ณรงค์วัส ทะชาดา (นัท) อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาในคดี “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพาอาวุธเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน”

จากกรณีก่อเหตุยิง นายกฤษฏิ์ อายุ 30 ปี เสี่ยหนุ่ม บนทางพิเศษฉลองรัช กม.ที่ 10 ช่วงเหนือถนนประดิษฐ์มนูธรรม ซอย 5 ฝั่งมุ่งหน้าลาดพร้าว เมื่อกลางดึกวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา ว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยจุดเริ่มต้นจากการทะเลาะวิวาทกัน มูลเหตุจูงใจขอสงวนในสำนวนการสอบสวน แต่รู้จักกันเพราะผู้ตายแจ้งความที่ สน.หัวหมาก ตั้งแต่เมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา

เมื่อถามว่าให้ช่วยเรื่องหนี้สินและวิ่งเต้นตำแหน่งนั้น พล.ต.ต.ธนันท์ธรกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะผู้ต้องหาจะให้การอะไรก็ได้ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถพูดได้ เพราะอาจทำให้รูปคดีเสียหาย อาจจะมีการใช้เวลาไปช่วยเหลือให้เงินบ้าง ขับรถได้ครั้งละ 1,000 บาท แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อกรณีดังกล่าวเพราะเงินค่อนข้างน้อย ส่วนเหตุที่กลับมายิงนั้นเพียงต้องการเอาโทรศัพท์ที่ทำตกอยู่ แต่เห็นผู้ตายยังไม่เสียชีวิตจึงใช้อาวุธปืนยิงซ้ำ รายละเอียดดังกล่าวอยู่ระหว่างสอบปากคำ ทั้งนี้ ต้องรอผลสรุปการรวบรวมพยานหลักฐานให้ความยุติธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

Advertisement

เมื่อถามว่า ผู้ต้องหามีความเครียดหรือไม่ ผบก.น.4 กล่าวว่า มีความเครียดแน่นอน เมื่อถามว่า ผู้ต้องหาเดินทางไปบ้านภรรยาเนื่องจากเห็นรถนั้น ขอสงวนไว้ก่อนเพราะอยู่ในสำนวน ส่วนรถยนต์ที่ก่อเหตุนั้นตรวจสอบรถที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบภายในรถ อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหาที่เป็นประจักษ์พยานเพียงคนเดียว ส่วนธุรกิจปิดที่ใช้เงินก้อนใหญ่นั้น ต้องดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินพิสูจน์ทราบการลงทุนร่วมกันหรือไม่

ส่วนการทำพาสปอร์ตนั้นเตรียมการหนีหรือไม่ ต้องทำการพิสูจน์ทราบว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นความจริงหรือไม่ ทั้งนี้ จะนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง เพื่อควบคุมตัวฝากขังที่ศาลอาญาในวันที่ 31 ธันวาคม จากนี้ บก.น.4 จะดำเนินการทำเรื่องออกจากราชการไว้ก่อนต่อไป

ทั้งนี้ จากการสอบสวนพบว่า ร.ต.ท.ณรงค์วัสทะเลาะกับผู้ตายระหว่างขับรถอยู่บนทางด่วน อ้างว่ามีปัญหาหนี้สินในระบบ 2 ล้าน จากการกู้เงินไปทำธุรกิจ จนมารู้จักผู้ตาย และทำงานเป็นคนขับรถให้ประมาณ 5 เดือน ได้รับสัญญาจะชดใช้หนี้และวิ่งเต้นโยกย้าย แต่สุดท้ายไม่สามารถทำได้ จึงแค้นและคิดว่าถูกหลอกใช้

โดยก่อนเกิดเหตุ ร.ต.ท.ณรงค์วัสใช้ปืนยิงที่ขาผู้ตาย 2 นัด เพื่อขู่บังคับให้ผู้ตายโอนเงินให้ 20 ล้านบาท แต่ผู้ตายไม่ยินยอม แล้วปีนข้ามมาแย่งปืน เปิดประตูรถหนีออกไป จึงตามไปยิงที่แขนอีก 1 นัด แล้วจะขับรถหนี แต่นึกได้ว่าทำโทรศัพท์ตกไว้ในที่เกิดเหตุจึงย้อนกลับมา

เมื่อเจอผู้ตายจึงบังคับอีกครั้งให้โอนเงิน 20 ล้าน แต่ก็ยังไม่ยอม จึงจ่อยิงที่ศีรษะ 2 นัด จนถึงแก่ความตายแล้วหลบหนีไป

ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งอีกว่า เจ้าหน้าที่ติดตามไปพบตัว ร.ต.ท.ณรงค์วัสที่ห้องพักรายวัน แขวงสีกัน ดอนเมือง กทม. ใกล้กับสนามบินดอนเมือง และพบพาสปอร์ตของผู้ก่อเหตุ จากการสอบสวนทราบว่า ร.ต.ท.ณรงค์วัสตั้งใจจะหลบหนีออกนอกประเทศ โดยไปยังประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่า แต่ก็ติดขัดเรื่องเงิน จึงยังไม่สามารถซื้อตั๋วเครื่องบินได้จนมาถูกติดตามจับกุมเสียก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image