เปิดปฏิบัติการ 10 วัน สืบภาค 9-สตม.-ตำรวจท่องเที่ยว-ดีเอสไอ ประสานตำรวจอินโดรวบตัว ‘เสี่ยแป้ง นาโหนด’
จากกรณี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางเข้าพบ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อรายงานถึงความคืบหน้า กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการจับกุม นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ แป้ง นาโหนด ได้ที่ประเทศอินโดนีเซีย ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเบื้องหลังการสืบสวนจับกุม แป้ง นาโหนด ในครั้งนี้เปิดฉากด้วยชุดสืบสวนสอบสวนของตำรวจภูธรภาค 9 นำโดย พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 9 (รองผบก.สส.ภ.9) สืบสวนหาข่าวติดตามตัวผู้ต้องหามาโดยตลอด กระทั่งพบความเคลื่อนไหวของบุคคลรอบตัว “แป้ง” ประกอบกับได้รับการยืนยันจากสายลับว่า “แป้ง” หลบหนีไปอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซีย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
จากนั้น บก.สส.ภ.9 ได้รับคำสั่งให้ประสานตรวจสอบความเคลื่อนไหวการเดินทางเข้าออกนอกประเทศของบุคคลรอบข้างของ “แป้ง” จึงประสานไปยังกองบังคับสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (บก.สส.สตม.) จนพบว่าในห้วงเวลาที่ผ่านมามีบุคคลที่เฝ้าระวังเดินทางไปยังประเทศอินโดนีเซียในลักษณะการไปกลับหลายครั้งจนเป็นที่น่าสงสัย ชุดสืบสวนจึงประสาน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะควบคุมกรมราชทัณฑ์
ต่อมา พ.ต.อ.ทวีมีคำสั่งให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เข้ามาร่วมสืบสวนคดีนี้ พร้อมออกคำสั่งแต่งตั้งชุดเฉพาะกิจให้ดีเอสไอเข้ามาร่วมสืบสวนสอบสวนกับตำรวจ ทั้งนี้ จากการสืบสวนพบว่าในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มี หญิงคนหนึ่ง ที่เชื่อว่าเป็นแฟนสาวของ “แป้ง” เดินทางไปยังเมืองเมดาน ประเทศอินโดนีเซีย
ชุดสืบสวนทั้งหมดจึงเดินทางไปยังประเทศอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 20 พ.ค. พร้อมประสานกับ ตำรวจประเทศอินโดนีเซีย ให้ความร่วมมือในการสืบสวนติดตามตัว เบื้องต้นจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่สนามบินวันที่หญิงสาว ซึ่งคาดว่าเป็นแฟนของแป้งเดินทางมาถึง พบว่าเดินทางไปที่ หอพักแห่งหนึ่งในเมืองเมดาน
ชุดสืบสวนของตำรวจไทยและตำรวจอินโดนีเซียจึงเดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าว พร้อมกับสอบปากคำพยานพบว่ามี รปภ.คนหนึ่งให้การยืนยันชัดเจนว่า เห็นในนายแป้งทะเลาะและมีปากเสียงกับผู้หญิงไทยคนหนึ่งอย่างรุนแรงจึงจำหน้าได้ ก่อนที่นายแป้งจะแยกย้ายกับหญิงไทยดังกล่าว และหญิงไทยคนดังกล่าวได้เดินทางกลับไปยังประเทศไทย
นอกจากนี้ การสืบสวนร่วมกันของทั้งสองประเทศยังพบว่า นายแป้งมีแฟนอีกคนหนึ่งเป็นชาวอินโดนีเซียและเดินทางไปเที่ยวที่บาหลีประเทศอินโดนีเซีย โดยก่อนเดินทางไปบาหลีนั้นได้ทำบัตรประชาชนปลอมของประเทศอินโดนีเซีย เพื่อจะเดินทางขึ้นเครื่องบินไปยังบาหลีดังกล่าว
เมื่อรู้เช่นนั้นชุดสืบสวนไม่รอช้า จึงเคลื่อนกำลังเดินทางไปที่บาหลีทันที ระหว่างนั้นตำรวจอินโดนีเซียก็สืบสวนพบว่าผู้หญิงชาวอินโดนีเซียที่เดินทางไปกับเสี่ยแป้งเป็นใคร
เมื่อตรวจสอบก็พบว่าหญิงคนดังกล่าวไม่สบาย พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลบาหลี จึงได้ประสานงานกับตำรวจบาหลีและเข้าสอบปากคำหญิงคนดังกล่าวทันที ซึ่งก็ให้การรับสารภาพว่าได้เดินทางมากับแป้งจริง แต่ระหว่างนั้นมีปากเสียงกัน เพราะจับได้ว่าเสี่ยแป้งมีกิ๊กสาวชาวอินโดนีเซียอีกหนึ่งคน จึงแยกทางกันเมื่อวันที่ 22 พ.ค. และบอกด้วยว่าที่พักที่สุดท้ายของเสี่ยแป้งอยู่ที่ไหน
เมื่อชุดสืบสวนของทั้งตำรวจไทยและตำรวจอินโดนีเซียไปถึงก็พบว่าแป้งออกจากที่พักเก่าไปแล้ว เจ้าหน้าที่จึงไล่กล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยาน และพบว่าแป้งพร้อมกิ๊กสาวอินโดนีเซียไปกบดานอยู่ในที่พักแห่งหนึ่งที่บาหลีจึงเข้าควบคุมตัวไว้ได้ที่ที่พักแห่งหนึ่งกลางเมืองบาหลีเมื่อช่วงเช้าของวันนี้
ปฏิบัติการนี้เป็นปฏิบัติการข้ามแดนที่ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากตำรวจอินโดนีเซีย ซึ่งใช้เวลาล่าตัวเพียง 10 วันก็สามารถจับกุมตัวได้ หลังจากนี้ พ.ต.อ.ทวี จะเดินทางไปยังกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อประชุมหารือเรื่องการส่งตัว “แป้ง นาโหนด” ต่อไป
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ด่วน! จับแล้ว แป้ง นาโหนด จนมุมที่อินโดฯ ทวี รุดรายงาน นายกฯ
- เปิดนาทีล็อกตัว ‘แป้ง นาโหนด’ จนมุมที่อินโดนีเซีย เร่งประสานเอาตัวกลับไทย (คลิป)
- เบื้องลึกจับ ‘แป้ง นาโหนด’ ดีเอสไอ ปลอมเป็นนทท.เช่าคอนโด ตรงข้าม เฝ้าแกะรอย ชี้เป้ารวบ
- ปิดฉากแหกคุก ‘แป้ง นาโหนด’ 222 วัน หลบหนีจากรพ. ซ่อนตัวบนเขาบรรทัด จนมุมที่อินโด
- นายกฯ เร่งรัดส่งตัว ‘แป้ง นาโหนด’ กลับดำเนินคดีไทย ยันไม่รู้ตร.ช่วยหลบหนี

