ชัชชาติสั่งลุย ‘256 ชุมชนแออัด’ กันเหตุเพลิงไหม้ – ย้ำ ระวังเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้

9.07.24 | 17:33 น.

ชัชชาติ สั่งลุยสำรวจ ‘256 ชุมชนหนาแน่น’ ทั่วกรุง ป้องกันเหตุเพลิงไหม้ – ย้ำระวังเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงกรณีเพลิงไม้ชุมชนตรอกโพธิ์ เขตสัมพันธวงศ์ ว่า วันนี้ได้สั่งการให้สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) สำรวจพื้นที่ชุมชนหนาแน่นที่มีความเสี่ยงเกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งมีอยู่ 256 ชุมชนทั่วกรุงเทพฯ ที่รถดับเพลิงเข้าถึงยาก ภายในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะเมืองชั้นใน เช่น เยาราช สำเพ็ง ราชวงศ์ พาหุรัด เจริญชัย คลองถม สิ่งที่สำคัญคือ ความยากง่ายต่อการเข้าดับเพลิง ความแออัดของชุมชน และสภาพสายไฟเก่า

“ปัญหาไม่ใช่ว่ามีประปาหัวแดงแล้วจะปลอดภัย แต่มีเรื่องอื่นที่ต้องดูแลด้วย เช่น ถังดับเพลิง การซ้อมหนีไฟ การเข้า-ออกของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ซึ่งประปาหัวแดงประชาชนทั่วไปใช้ไม่ได้ ต้องให้คนที่มีความเชี่ยวชาญและมีอุปกรณ์สามารถใช้ได้เท่านั้น ประปาหัวแดงคงไม่ใช่คำตอบเดียว การซ้อมเผชิญเหตุจึงเป็นเรื่องสำคัญ” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องสายไฟเก่าภายในชุมชน คงต้องให้ชุมชนดูแลกันเองก่อน กทม.คงไปเปลี่ยนใหม่หมดไม่ได้ รวมถึงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าค้างไว้ อย่างการเปิดพัดลม แอร์เคลื่อนที่ การจุดธูปเทียน เป็นเรื่องที่ชุมชนต้องเข้มงวดกันเองด้วย การช่วยจากต้นเหตุเป็นเรื่องดีที่สุด การระวังป้องกันไม่ให้เกิดตัวเชื้อเพลิงขึ้น

Advertisement

ด้าน นายสุริยชัย รวิวรรณ ผอ.สปภ. กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามเร่งรัดมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ชุมชนตรอกโพธิ์ ว่า สปภ.ร่วมกับสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ จัดตั้งศูนย์พักพิงให้กับผู้ประสบภัย พร้อมทั้งได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพในชีวิตประจำวัน จำนวน 128 ครอบครัว 224 ราย และให้คำแนะนำขั้นตอนการขอรับเงินช่วยเหลือจาก กทม. และหน่วยงานรัฐต่างๆ

นายสุริยชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมและมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะชุมชนที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ถนน ตรอก ซอยมีขนาดเล็กและแคบ หรือมีข้อจำกัดทางกายภาพ โดยที่ผ่านมาผู้บริหาร กทม. ได้ให้ความสำคัญและมีนโยบายให้สำนักงานเขตจัดทำแผนเผชิญเหตุอัคคีภัยในแต่ละชุมชนและกำหนดให้ฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ ร่วมกับสำนักงานเขตและสถานีดับเพลิงและกู้ภัยในพื้นที่ รวมทั้งได้สนับสนุนเครื่องดับเพลิงยกหิ้วฯ ให้กับชุมชนไว้ป้องกันตนเองในเบื้องต้น แต่เนื่องจากลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ปลูกติดกันหลายหลัง ทำให้การลุกลามของไฟเป็นไปอย่างรวดเร็ว

“สปภ.จะบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนสรุปบทเรียนจากเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ เพื่อนำมาปรับปรุงแผนเผชิญเหตุและประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย สร้างความมั่นใจในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนต่อไป

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ช่วยกันสำรวจตรวจตราอุปกรณ์ไฟฟ้า สายไฟภายในอาคารบ้านเรือน หากมีสภาพเก่า หรือชำรุด ขอให้ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนใหม่ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย หากประชาชนที่ประสบเหตุเพลิงไหม้ หรือเหตุสาธารณภัยสามารถขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 199 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” นายสุริยชัยกล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :