กรมอุทยานฯ ขยายพื้นที่ พลายลุงตู่ ช้างป่าบาดเจ็บดงใหญ่ รวม 14 ไร่ ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนขุดลอกสระน้ำ เล็งคืนสู่ป่าธรรมชาติ
.
27 มิถุนายน 2569 — กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินหน้ายกระดับสวัสดิภาพสัตว์ป่าและการจัดการความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าอย่างยั่งยืน เผยความคืบหน้าการดูแล “พลายลุงตู่” ช้างป่าบาดเจ็บในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จังหวัดบุรีรัมย์ ล่าสุดดึงภาคประชาชนร่วมขยายพื้นที่คอกกักให้ากินเองตามธรรมชาติให้มากที่สุด พร้อมปรับปรุงคุณภาพน้ำ ดันมาตรการเฝ้าระวังเชิงรุกป้องกันช้างออกนอกพื้นที่เกษตรกรรมช่วงฤดูเก็บเกี่ยว

.
นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการบริหารจัดการพื้นที่รองรับช้างป่าบาดเจ็บ “พลายลุงตู่” ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าได้ร่วมกับพื้นที่วางแนวทางพัฒนาความเป็นอยู่ของช้างป่าอย่างเร่งด่วน
.
ล่าสุด นายสมส่วน รักสัตย์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ได้รายงานผลการดำเนินงานปรับปรุงพื้นที่คอกกักเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีการดำเนินการหลัก 3 ด้าน ดังนี้
ขยายแนวรั้วไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์: ดำเนินการเพิ่มพื้นที่อีก 8 ไร่ จากเดิม 6 ไร่ รวมเป็น 14 ไร่ เพื่อเพิ่มพื้นที่ร่มเงาและแหล่งอาหารตามธรรมชาติ ช่วยลดความเครียดและส่งเสริมพฤติกรรมธรรมชาติของช้าง ▪️ปรับปรุงแหล่งน้ำสะอาด: เจ้าหน้าที่ได้ทำการขุดลอกวัชพืชออกจากบ่อน้ำที่พลายลุงตู่ใช้แช่ตัว พร้อมใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM) ในการปรับสภาพน้ำให้มีคุณภาพดีขึ้น รวมถึงจัดทำวงบ่อน้ำแยกต่างหากเพื่อให้ช้างได้มีน้ำดื่มที่สะอาดและถูกสุขลักษณะ
การดูแลทางสัตวแพทย์: ทีมสัตวแพทย์เคลื่อนที่ได้เข้าประเมินอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนการจ่ายยารักษาตามอาการและเสริมวิตามินบำรุงอย่างต่อเนื่อง
จากการปรับปรุงสภาพแวดล้อมดังกล่าว ส่งผลให้พลายลุงตู่มีสุขภาพและสภาพจิตใจที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สามารถเดินหากินหญ้าและใบข่อยในบริเวณคอกกักที่มีสภาพคล้ายป่าธรรมชาติได้มากขึ้น
นอกเหนือจากการดูแลช้างป่าบาดเจ็บแล้วเจ้าหน้าที่ยังได้บูรณาการมาตรการเฝ้าระวังช้างป่าร่วมกับฝ่ายปกครองและเครือข่ายภาคประชาชนอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์เข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรมของราษฎร โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูง การดำเนินงานในครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมืออันดีจากภาคประชาชน โดยเฉพาะ เครือข่ายภาคประชาชน “กลุ่มแบ่งปัน” โดยแม่กิ่งดาว ที่เข้ามามีส่วนร่วมและสนับสนุนการดำเนินงาน สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคมในการปกป้องและดูแลทรัพยากรสัตว์ป่าของชาติ


