อาลัย ‘อาจารย์อนุชิต สุนทรกิติ’ ปรมาจารย์ช่างภาพ เสียชีวิตพร้อมภรรยา หลังเกิดเหตุไฟไหม้บ้านพัก แมวตายกว่า 70 ตัว เผย ประวัติช่างภาพศิลป์ระดับอาเซียน
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเกิดไฟไหม้บ้านพักหลังหนึ่ง ภายในซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 11 ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี กทม. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายเป็นชายและหญิง พร้อมกับแมวจำนวนมาก
ต่อมาทราบว่า ผู้เสียชีวิตคือ นายอนุชิต สุนทรกิติ ช่างภาพศิลป์ระดับอาเซียน เสียชีวิตพร้อมกับภรรยา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร พบร่องรอยการเผาไหม้บริเวณเบรกเกอร์ไฟฟ้าชั้นล่างของบ้าน มีแมวที่เลี้ยงไว้ตายจำนวน 73 ตัว และช่วยเหลือรอดชีวิต 17 ตัว
กระทั่งบรรดาลูกศิษย์และคนในวงการภาพถ่าย ได้ร่วมโพสต์ข้อความไว้อาลัยแด่ อาจารย์อนุชิต สุนทรกิติ (ช่างภาพศิลป์ระดับอาเซียน) และภรรยา ที่เสียชีวิต
สำหรับ อาจารย์อนุชิต สุนทรกิติ ปรมาจารย์ช่างภาพแนวศิลปะภาพถ่ายบริสุทธิ์ (Fine Art Photography) ผู้มีชื่อเสียงของไทย ท่านเป็นศิลปินผู้มีมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ โดยนิยามตนเองเสมอ ว่า “ไม่ใช่ช่างภาพ ไม่ใช่อาร์ติสต์ แต่เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่เฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงของโลก”
- สลด ไฟไหม้บ้านย่านสำเหร่ เจ้าบ้านดับ 2 แมว 30 ตัวตายคากรงเลี้ยง จนท. ช่วยรอด 13 ตัว
- ‘ชัชชาติ’ เสียใจไฟไหม้ตากสิน11 วอนใครใจบุญ ‘รับเลี้ยงน้อง’ 17 ชีวิตที่ยังรอด
- วธ.ตามหา 11 คนในภาพ ร่วมบันทึกความรู้สึก-เล่าเหตุการณ์พระราชพิธีงานพระบรมศพ
ทั้งนี้ อาจารย์อนุชิตและภรรยาเป็นผู้ที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี เลี้ยงดูแลแมวจรจัดที่ชาวบ้านนำมาปล่อยหน้าบ้านมาเป็นเวลานับสิบปี
นายอนุชิต เกิดเมื่อปี พ.ศ.2507 ที่ จ.สระบุรี ก่อนเดินทางเข้ามาศึกษาและเติบโตในกรุงเทพมหานครที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จากนั้นศึกษาต่อสายอาชีวศึกษาในสาขาช่างเทคนิคสถาปัตยกรรม และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาสถาปัตยกรรม ในปี พ.ศ.2530

หลังสำเร็จการศึกษา ทำงานด้านการออกแบบและเขียนแบบสถาปัตยกรรม รวมถึงงานออกแบบตกแต่งภายใน ต่อมาในช่วงปี พ.ศ.2535-2543 ได้ทำหน้าที่อาจารย์สอนในระดับอนุปริญญา ถ่ายทอดความรู้ด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมไทย ตลอดจนประวัติศาสตร์ศิลปะและสถาปัตยกรรมทั้งไทยและตะวันตก
นายอนุชิตเริ่มศึกษาการถ่ายภาพด้วยตนเองในปี พ.ศ.2528 โดยใช้กล้อง Pentax K1000 ผลงานในระยะแรกมุ่งสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และมนุษย์ โดยเฉพาะภาพนกและสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ
กระทั่งปี พ.ศ.2551 เริ่มเปลี่ยนมาใช้กล้องดิจิทัล พร้อมเรียนรู้กระบวนการหลังการถ่ายภาพด้วยคอมพิวเตอร์แทนกระบวนการห้องมืด ทำให้สามารถควบคุมการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างครบถ้วนตั้งแต่การบันทึกภาพไปจนถึงการนำเสนอผลงานขั้นสุดท้าย
ในปี พ.ศ.2552 เริ่มพัฒนาผลงานแนวทางที่เรียกว่า Dynamic in the City ซึ่งสำรวจสภาพแวดล้อมในเมือง การเคลื่อนไหว และอารมณ์ของผู้คน ผ่านองค์ประกอบของพื้นที่ สี แสง และเวลา
พื้นฐานทางสถาปัตยกรรมมีอิทธิพลอย่างชัดเจนต่อภาษาภาพของนายอนุชิต โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพื้นที่ รวมถึงอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากแสง เงา และสิ่งแวดล้อมรอบตัว

สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือ หัวลำโพง เป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่เขาบันทึกภาพอย่างต่อเนื่อง อนุชิตมองสถานีรถไฟแห่งนี้ในฐานะพื้นที่สะสมเรื่องราวของเวลา การเดินทาง และชีวิตของผู้คน โดยใช้การเคลื่อนไหวของรถไฟและผู้โดยสารเป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่อง
เคยอธิบายว่า พื้นฐานด้านสถาปัตยกรรมทำให้เขาสนใจแสง พื้นที่ และอารมณ์ที่เกิดขึ้นภายในภาพ ขณะเดียวกันก็เชื่อว่าภาพถ่ายสามารถสื่อสารความรู้สึกข้ามข้อจำกัดทางภาษาและวัฒนธรรมได้ (Artfinder)
นอกเหนือจากภาพสีและผลงานทดลองที่ผสมผสานภาพถ่ายกับกระบวนการสร้างสรรค์ทางคอมพิวเตอร์แล้ว ยังสนใจภาพถ่ายขาวดำ โดยเฉพาะภาพชีวิตในธรรมชาติและบนท้องถนน ผลงานของเขาจึงเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างการบันทึกความจริงกับการตีความความรู้สึก และระหว่างโครงสร้างทางกายภาพของพื้นที่กับประสบการณ์ภายในของมนุษย์
ในปี พ.ศ.2555 นายอนุชิตก่อตั้งกลุ่ม Thailand Creative Art Photography – TCAP เพื่อสร้างพื้นที่สำหรับการพัฒนาภาพถ่ายเชิงศิลปะอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านความคิด เทคนิค และมาตรฐานทางวิชาการ
กลุ่มเติบโตขึ้นเป็นชุมชนภาพถ่ายขนาดใหญ่ มีสมาชิกหลายพันคน และจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้อย่างต่อเนื่อง เขาเชื่อว่าช่างภาพไม่ควรรอคอยเพียงการถูกค้นพบ แต่ควรร่วมกันสร้างพื้นที่ในการนำเสนอผลงาน แบ่งปันความรู้ และสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อผลักดันให้ภาพถ่ายได้รับการยอมรับอย่างแท้จริงในฐานะศิลปะ (Artfinder)
ผลงานของอนุชิตได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อและแพลตฟอร์มภาพถ่ายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ชื่อและผลงานของเขาปรากฏในนิตยสาร Fotoblur อย่างน้อยตั้งแต่ปี พ.ศ.2553-2554 ก่อนจะได้รับเลือกเป็น Featured Photographer


ในเวลาต่อมา ภาพถ่ายของเขายังได้รับการเผยแพร่โดย National Geographic Traveler ในปี พ.ศ.2554 โดยให้เครดิต “Anuchit Sundarakiti/My Shot” และผลงาน The Lost Train ได้รับเลือกให้อยู่ในรายชื่อ 25 ภาพยอดนิยมประจำสัปดาห์ของแพลตฟอร์ม 500px
ผลงานอื่น ๆ ของเขาได้รับการตีพิมพ์ จัดแสดง และนำเสนอผ่านนิทรรศการ สิ่งพิมพ์ และแพลตฟอร์มต่างๆ อาทิ National Geographic El Diario ประเทศอาร์เจนตินา, Artfinder, Art Loft Singapore, A’Lure Magazine, Central Premiere Magazine และ JPG Magazine
นอกจากนี้ เขายังได้รับเลือกเป็นหนึ่งในศิลปินภาพถ่ายเพื่อสร้างสรรค์ปฏิทินเนื่องในวาระครบรอบ 100 ปีสถานีรถไฟหัวลำโพง รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรม นิทรรศการ และการบรรยายด้านศิลปะและภาพถ่ายอย่างต่อเนื่อง
ในปี พ.ศ. 2559 ภาพถ่ายหญิงสาวกำลังเก็บขยะของอนุชิตได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “9 ภาพแห่งความจงรักภักดี” จากนิทรรศการ ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ ซึ่งรวบรวมภาพถ่ายเหตุการณ์ภายหลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผลงานดังกล่าวได้รับเลือกจากภาพที่ส่งเข้ามามากกว่า 50,000 ภาพ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการบันทึกจดหมายเหตุประวัติศาสตร์ชาติไทย
ตลอดเส้นทางการทำงาน อนุชิตยังทำหน้าที่เป็นวิทยากรด้านศิลปะและการถ่ายภาพให้กับสถาบันการศึกษาและชุมชนต่างๆ เป็นช่างภาพอาสาในการบันทึกเหตุการณ์สำคัญของชาติ เป็นช่างภาพสื่อมวลชนของกรมประชาสัมพันธ์ ตลอดจนทำงานอิสระด้านภาพถ่ายเชิงศิลปะ สถาปัตยกรรม และการออกแบบให้กับหน่วยงานและเอเจนซีทั้งในและต่างประเทศ
บทบาทของเขาจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างภาพ แต่ยังรวมถึงการถ่ายทอดความรู้ การสร้างพื้นที่ และการผลักดันคนรุ่นใหม่ให้เติบโตในวงการภาพถ่าย
อนุชิต สุนทรกิติ เป็นทั้งช่างภาพ นักออกแบบ ครู และผู้สร้างชุมชน ผู้ใช้ภาพถ่ายเป็นพื้นที่เชื่อมโยงธรรมชาติ เมือง สถาปัตยกรรม และชีวิตของผู้คน ผลงาน ความรู้ และแรงบันดาลใจที่เขาได้มอบไว้ จะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำและพัฒนาการของวงการภาพถ่ายไทยต่อไป

ที่มา : ข่าวสด

