สำนักยุทธศาสตร์ ของบทำเว็บฯ ‘ศูนย์บริหารผู้ทำงานชาวต่างชาติฯ’ รับกลุ่ม CEO ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง สร้างเม็ดเงิน – ด้าน ส.ก.ฝากดู ‘ต่างด้าว’ ห่วงกลุ่มนี้สร้างปัญหา-แย่งอาชีพ แนะเก็บข้อมูลไว้
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ห้องบางกอก ชั้น บี 2 อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง มีการประชุม คณะกรรมการวิสามัญพิจารณา ‘ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570’ ซึ่งมี นายฉัตรชัย หมอดี ส.ก.เขตบางนา เป็นประธานกรรมการ
โดยภายหลังจาก คณะอนุกรรมการฯ ได้รายงานผลการพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในระดับ ‘สำนักงานเขต’ เสร็จสิ้นครบทั้ง 50 เขตแล้วเมื่อ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา การประชุมในวันนี้จึงเข้าสู่ การรายงานผลการพิจารณาฯ ในระดับ ‘สำนัก’ ของกรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง
สำหรับหน่วยงานเข้าชี้แจงประจำวันนี้ ได้แก่ สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล, สำนักดิจิทัลกรุงเทพมหานคร, สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ สำนักเทศกิจ ตามลำดับ

ในตอนหนึ่ง นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี ในฐานะกรรมการ สอบถามว่า จากการรายงานของ สำนักงานเขตที่ผ่านมา 50 เขต จะมีรายรับอยู่หมวด 1 คือ ‘หมวดรับจดทะเบียน’ เกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ในเขตนั้นๆ มันเป็นข้อมูลที่ลิงก์มาในสำนักนี้หรือไม่
เกี่ยวกับเรื่องครุภัณฑ์ที่จะจัดซื้อ ซึ่งพบว่ามีแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมด อยากทราบว่าเป็นการซื้อทดแทน หรือซื้อเครื่องใหม่
“สำนักท่านเพิ่งแยกออกไปอีก 1 สำนักที่เกิดใหม่คือสำนักดิจิทัล เจ้าหน้าที่ที่แยกออกไปนั้น เขาเอาเครื่องคอมพิวเตอร์ไปด้วยหรือไม่ อุปกรณ์เขาเอาไปหมดเลยหรือไม่ เห็นตั้งสำนักใหม่อยู่ชั้นล่าง B1”
“อีกรายการ เรื่อง ค่าจ้างบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์นั้น เกี่ยวกับเรื่องการจดทะเบียนการค้า ที่ทุกสำนักงานเขตจะส่งเข้ามาเป็นข้อมูลกลางหรือไม่
“เวลาที่เราไปสอบราคาเบื้องต้น ถ้าได้ข้อมูลจากศูนย์นี้จะง่าย ผมไม่อยากให้เราไปอุดหนุนต่างจังหวัด เพราะบางรายการอาจจะมีอยู่ใน 50 เขต ถ้าท่านมีศูนย์ข้อมูล ทำแบบนี้ก็ดีสำหรับทุกสำนักงานเขต เข้ามาดูได้”
จากนั้น นายวิรัตน์ สอบถามถึงรายการเว็บไซต์ ‘ศูนย์บริหารผู้ทำงานชาวต่างชาติ Expat ในกรุงเทพมหานคร’ อันนี้ไม่ทราบเรื่องของวัตถุประสงค์
“ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงาน ถ้าผมนึกเร็วๆ ง่ายๆ ที่อยู่ในเขตพื้นที่ผม เห็นชาวต่างชาติที่ใช้แรงงาน อันนี้หรือเปล่า ที่ขึ้นทะเบียนไปแล้วทางเขตจะได้มีข้อมูลในการดูผ่านเว็บไซต์นี้? หรือว่าเป็นเว็บไซต์จัดหางาน อันนี้ไม่เข้าใจ เพราะผมดูในรายละเอียด ไม่เห็น หรืออาจจะเป็นโครงการที่เขามาเป็นประจำ ผมอาจจะไม่เคยมานั่งในคณะกรรมการวิสามัญนี้” นายวิรัตน์กล่าว

จากนั้น นายวิรัตน์กล่าวสรุป 3 คำถาม ได้แก่ 1.เรื่องครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ทั้งหมด เป็นการซื้อทดแทนหรือไม่ ตอบเพียงสั้นๆ ว่าใช่หรือไม่ 2.บำรุงรักษาศูนย์ข้อมูลเศรษฐกิจการค้า รายการนี้คืออย่างไร 3.การดูแลเว็บไซต์ต่างชาติ คือกลุ่มไหน ต่างชาติอะไร
ด้าน นายวิฑูรย์ อภิสิทธิ์ภูวกุล ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล เป็นผู้ชี้แจง คำถามแรกเรื่องครุภัณฑ์เป็นคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ในรายการต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นซื้อทดแทน มีจำนวน 3 เครื่องที่ซื้อเพิ่มเติมตามสัดส่วนของการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ เนื่องจากสำนักยุทธศาสตร์เดิมนั้น มีสำนักดิจิทัลหรือด้วย
“เมื่อแยกออกไป ก็มีหน่วยงานหนึ่งซึ่งอยู่ที่สำนักคลังในเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ โอนภารกิจเรื่องเว็บไซต์ที่กล่าวถึงนี้ มาที่ ‘สำนักยุทธศาสตร์’ ทำให้เกิดการปรับสัดส่วนคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับอัตราบุคลากร โดยเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด” นายวิฑูรย์เผย

นายวิฑูรย์กล่าวต่อว่า คำถามที่ 2 ในส่วนของลิงก์เว็บไซต์ เป็นค่าบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ ศูนย์ข้อมูลด้านส่งเสริมเศรษฐกิจนั้น มีข้อมูลการจดทะเบียนจุดมุ่งหมายหลักคือ เป็นเซ็นเตอร์ โดยภาพรวมมีระบบเว็บไซต์ที่ผู้ประกอบการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องใช้ สถิติ (stat) ประกอบการทำธุรกิจในการขับเคลื่อนตามหลัก Data Driven ซึ่งจะอยู่ในลิงค์นี้ที่ชื่อว่า economy.Bangkok.go.th ซึ่งในปัจจุบันมีการย้ายฐานข้อมูลและทำให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ในอนาคตนอกจากจะใช้ไปในการบำรุงรักษา (Maintenance) แล้วยังพัฒนาชุดข้อมูลต่างๆ ให้มีความตอบโจทย์ในเรื่องเศรษฐกิจด้วย
เรื่องของ ‘ศูนย์บริหารผู้ทำงานชาวต่างชาติ Expat ในกรุงเทพมหานคร’ โดยภาพรวมเรามีชาวต่างชาติที่มาทำงานกับเราทั้งในส่วนที่เป็นแรงงานต่างด้าว และส่วนที่เป็น CEO ซึ่งส่วนที่เป็น talent skill จะเข้ามา drive เศรษฐกิจในเมืองใหญ่และเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับแมคโครกับไมโคร เข้าด้วยกัน
“ซึ่งในส่วน Expat ตรงนี้จะเป็นการโฟกัสในส่วนชาวต่างชาติในระดับที่ได้รับ work permit ที่เข้ามาเป็น CEO หรือทีมบริหารของบริษัทใหญ่ๆ เป็น Headquarter ทั้งภาคการศึกษา ภาคธุรกิจสำคัญซึ่งโดยสถิติในขณะนี้มีอยู่ประมาณ 100,000 คน ที่อยู่ในกรุงเทพฯ”
‘ฉะนั้น ตรงนี้เราจะ integrates ในเรื่อง BOI การลงทุน ภาคธุรกิจต่างๆ ที่จำเป็นจะต้องซัพพอร์ตการต่อวีซ่า การอัพเดตข้อมูลต่างๆ รวมถึงการดูแลครอบครัว ในด้านการศึกษาเล่าเรียนก็จะมีฐานข้อมูลอยู่ในกลุ่ม Expat ทั้งหมด โดยเราพยายามใช้คอนเซ็ปต์ ที่จะทำทุกอย่างให้อยู่ในที่เดียวกันเพื่ออำนวยความสะดวก
และหวังว่าสิ่งนี้จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการดึงดูดงาน และผู้ที่มีทั้งสกิลต่างๆ ดึงดูดการลงทุน สร้างเม็ดเงินเข้าสู่ระบบในกรุงเทพมหานครต่อไป” นายวิฑูรย์เผย

จากนั้น นายวิรัตน์สอบถามต่อไปว่า ศูนย์ข้อมูลเศรษฐกิจนั้น ถ้าหากทุกเขตสามารถดูข้อมูลนี้ แล้วเลือกร้านค้า หรือประเภทที่จะจัดซื้อจัดจ้างได้ ตนก็มองว่าเป็นประโยชน์
“อันนี้ผมเห็นเป็นประโยชน์ เป็นเรื่องดี ต้องฝากทางสำนักงบฯ สั่งการให้เช็กในแต่ละเขต ไม่แน่ใจว่าเป็นข้อมูลต่างจังหวัดด้วยหรือเปล่า แบบดึงจากรัฐบาลหรือส่วนกลางมาใช้”
นายวิรัตน์สอบถามต่อว่า ส่วนประเด็นที่ท่านตอบเมื่อสักครู่ ‘แรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียน’ เป็นการดึงข้อมูลจากทางกระทรวงแรงงานที่เข้ามา แล้วมี work permit อย่างนั้นหรือเปล่า ?
“ส่วนนี้ดึงข้อมูลจากไหน เพราะว่าตอนนี้ในแต่ละสำนักงานเขตเห็นมีรายงานต่างด้าวมาแย่งอาชีพเราเยอะ เขตผมก็เยอะ (มีนบุรี) แปลงร่างจากลูกจ้าง มาเป็นเจ้าของแผงในตลาด
แล้วผมไม่ทราบว่าข้อมูลพวกนี้อยู่ในเว็บไซต์นี้ด้วยไหม หรือเว็บไซต์ที่เราจะทำขึ้นมา แล้วเราเอาข้อมูลใส่เข้าไปอย่างไร ใครเป็นกรอกข้อมูล”
ถ้าทางสำนักงานเขตมีเพิ่มเติม ให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเทศกิจไปตรวจ หรือฝ่ายสิ่งแวดล้อมที่ต้องไปตรวจร้านอาหาร สอบถามเจ้าของร้านด้วย ขอดูเอกสาร เพราะต่างด้าวเยอะจริงๆ ต้องเรียน”
“ศูนย์นี้ตั้งขึ้นมา ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์นะ เราจะได้รู้จำนวน แต่เมื่อกี้ท่านตอบเราว่ามีแค่แสนคน เฉพาะแถวบ้านผมแรงงานต่างด้าว คลองสามวา ที่ขึ้นชื่อ สุเหร่าคลอง 1 กับตามตลาดใน กทม.ผมว่าเกินนะ
แรงงานต่างด้าวสมัยช่วงที่ปฏิวัติ เราเคยขึ้นทะเบียน กรุงเทพฯ เราให้ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวใน 50 สำนักงานเขต ผมเห็นจำนวนเป็นล้านเลยนะ แล้วท่านก็ได้ข้อมูลน้อยไปหน่อย” นายวิรัตน์กล่าว
นายวิรัตน์แนะว่า ถ้าจะเป็นประโยชน์ในเรื่องเศรษฐกิจ ควรจะเป็นฐานข้อมูลที่ครบ ซึ่งทางสำนักนี้ เพิ่งรับโอนภารกิจมา ปีหน้าคิดว่าท่านก็คงจะขยายผลให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น
“แต่ผมเห็นด้วย อยากทราบขอบเขตชัดๆ เพื่อที่จะได้เข้าไปดู และเป็นประโยชน์สำหรับพวกเราด้วย” นายวิรัตน์กล่าว

นายวิฑูรย์ชี้แจงว่า ขอทดแทนส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งให้แมตช์กับจำนวนบุคลากร ตามจำนวนที่ยังขาดเหลืออยู่
ส่วน link เรื่องของ Expat ต้องแยกกัน 2 ส่วน แรงงานต่างด้าวส่วนหนึ่ง Expat ก็ส่วนหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มีทักษะพิเศษ จะอยู่ในภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ โดยเฉลี่ยมีประมาณหลักแสน แต่แรงงานต่างด้าวก็จะเป็นอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งตรงนี้น่าจะมีจำนวนมาก
“เราโฟกัสที่กลุ่ม talent skill เพื่อดึงดูดการลงทุน ส่วนข้อมูลแรงงานต่างด้าวเชื่อว่ามีอีกหลายหน่วยงานที่มีข้อมูลฐานนี้อยู่ ซึ่งก็น่านำมาใช้งานได้” นายวิฑูรย์เผย
นายวิรัตน์กล่าวต่อว่า ถ้าอย่างนั้นตนก็ขอฝากดูแรงงานต่างด้าวนิดนึง ไม่ใช่กลุ่ม CEO เพราะกลุ่มนี้สร้างปัญหาไว้เยอะ ควรจะมีสถิติตัวเลขเนื่องจากมาใช้แรงงานแล้ว บางครั้งก็ไม่มี work permit ด้วย
“แล้วก็ยังอยู่กับเรา และใช้บริการระบบสาธารณูปโภคเรา บางครั้งก็ใช้บริการสาธารณสุขของเราด้วย แล้วเราเองก็ต้องเสียเงินในส่วนนี้ไปให้เขา โดยที่อ้างข้อตกลงระดับนานาชาติ, ระหว่างประเทศอีก ก็มีปัญหาผมว่าถ้าท่านเก็บข้อมูลเพิ่มเติมได้ก็จะดี” นายวิรัตน์ระบุ





