หน้าแรก ในประเทศ อนุทิน จี้เข้...

อนุทิน จี้เข้มงานข่าว ถกฝ่ายมั่นคง-วันนอร์แก้ไฟใต้ ผอ.ข่าวกรองเผย 3 ปมป่วน ทวีเชื่อ 500 คนร่วมก่อเหตุ

25.08.26 | 06:15 น.

‘อนุทิน’ จี้เข้มงานข่าว ถกฝ่ายมั่นคง-วันนอร์แก้ไฟใต้ ผอ.ข่าวกรองเผย3ปมป่วน ทบ.จ่อยกระดับด้านการข่าว ทวีเชื่อ 500คน ร่วมก่อเหตุ

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัญมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เรียกหน่วยงานด้านความมั่นคงขึ้นหารือบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบหลายจุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เมื่อวันที่ 22-23 สิงหาคม คาดว่าการประชุมจะเป็นการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะด้านการข่าว และช่องบ่าย นายอนุทิน เชิญนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการผู้แทนพิเศษรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อพูดคุยถึงสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนใต้


นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยถึงผลการประชุมว่า ประเมินสถานการณ์ คงมีการทำงานร่วมกับกองทัพภาคที่ 4 แม่ทัพภาคที่ 4 ก็ขับเคลื่อนทำงานอยู่ โดยเฉพาะการติดตามและพิสูจน์ทราบกลุ่มก่อเหตุ เชื่อว่าทางกองทัพภาคที่ 4 ทำเต็มที่ โดยเฉพาะการดูแลหลังเกิดเหตุการณ์ มีการใช้กำลังออกมาปฏิบัติเพื่อควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ตั้งแต่วันเกิดเหตุ เรามีเป้าหมายคือดูแลความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกระทบต่อประชาชนโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ เป้าหมายสำคัญคือต้องให้ประชาชนกระทบน้อยและมีความปลอดภัย กลุ่มก่อเหตุอาจจะแสดงการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์กับภาครัฐที่มีความเข้มข้น ภายหลังจากการเสียชีวิตของทหารพราน 5 นาย จึงเป็นไปได้ว่าฝ่ายไม่เห็นด้วยก็ตอบโต้ฝ่ายความมั่นคง แม้จะไม่มีผู้เสียชีวิตแต่มีผู้บาดเจ็บ ส่วนการประชุมครม.สัญจรสงขลา 1 กันยายน ไม่กังวล พร้อมดูแล รวมถึงประสานงานหน่วยงานในพื้นที่ทราบว่าแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้บัญชาการทหารบก ทำเรื่องนี้เต็มที่ในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาดังกล่าว

เมื่อถามว่า มีการรายงานหรือไม่ว่าการก่อเหตุครั้งนี้ เป็นเพราะกลุ่มใหม่เป็นวัยรุ่นหรือกลุ่มเก่า นายฉัตรชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ผสมผสานกันจะบอกว่าเป็นกลุ่ม BRN ก็คงไม่ถึงขนาดนั้นแต่มีกลุ่มภัยแทรกซ้อนมาเกี่ยวข้องด้วย สังเกตได้จากการเผาที่ทำการ อบต. ข้อสังเกตว่าทำไมเป้าหมายถึงเป็นที่ทำการของ อปท. ทั้งหลาย เป็นจุดหนึ่งเราต้องสืบสวนสอบสวนดู เพื่อวิเคราะห์สาเหตุของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงรูปแบบการก่อเหตุไม่ได้มุ่งเป้าที่ประชาชนก็เป็นส่วนหนึ่งเราต้องไปสืบสวน อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนเป็นหลัก ล่าสุดทางกองทัพภาคที่ 4 พยายามขับเคลื่อนและเข้าไปควบคุมสถานการณ์

นายกรัฐมนตรีได้กำชับว่างานข่าวต้องเข้มข้นขึ้น ส่วนอีกเรื่องคือชายแดนทราบว่าส่วนหนึ่งมาจากภายในเยอะ แต่ก็ต้องป้องกันภัยภายนอกด้วย โดยเฉพาะด่านต่างๆและท่าข้ามและอีกด้านหนึ่งคือความร่วมมือกับมาเลเซีย 3 ส่วนนี้ต้องทำไปควบคู่กัน และเชื่อมโยงการทำงานระหว่างส่วนกลางกับพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน”นายฉัตรชัยกล่าว

Advertisement

นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และหัวหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเมินถึงสาเหตุการก่อเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายจุดช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า ประเมินมี 3 สาเหตุหลัก 1.การพูดคุยสันติสุขกำลังจะเดินหน้า คาดว่าเป็นช่วงปลายเดือน ตุลาคม ฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นการสร้างอำนาจเพื่อต่อรองในโต๊ะเจรจา และถ้าเรารีบวิ่งไปเจรจาก็จะเสียเปรียบ และรีบยอมรับข้อเสนอของเขา เพื่อส่งผลให้เราเสีย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องวางแผนต่อไปว่าจะต้องเตรียมการพูดคุยอย่างไร 2.ขณะนี้เป็นช่วงใกล้สับเปลี่ยนกำลังของทหาร เขาอาจจะมองเป็นช่องว่าง เพื่อประเมินท่าทีเจ้าหน้าที่ว่ามีจุดแข็งหรือจุดอ่อนอย่างไร และการก่อเหตุลักษณะนี้เป็นลักษณะการก่อกวน อย่างเช่นในพื้นที่จังหวัดยะลา และมีหลากหลายมิติในการก่อเหตุ นอกจากนี้ยังมีการก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ เห็นได้จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นเป้ามากกว่าเห็นได้จากการเผาสถานที่และรถของทางราชการ เป็นเรื่องที่หน่วยข่าวจะต้องมาประเมิน และมาชี้ให้เห็นว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง และ 3.ขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน ของที่เตรียมอาจจะเสียหาย ช่วงนี้ก็ได้จังหวะพอดี

พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีข้อวิจารณ์การก่อเหตุคืนเดียว กว่า 51 จุด เจ้าหน้าที่หายไปไหนหมดว่า หากเปรียบเทียบพื้นที่กับจำนวนเจ้าหน้าที่ แล้วนำมาหารเฉลี่ย ก็ไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นหลักทั่วไปของ กอ.รมน. ต้องใช้ควบคู่กับงานด้านการข่าว และงานด้านการข่าวปัจจุบันก็ยังสามารถทำได้ แต่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพ เพราะการก่อเหตุส่วนใหญ่ไม่ใช่พื้นที่ชุมชน และส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่พื้นที่เพ่งเล็งสูง ต้องดูว่า แผนทางยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่ทหาร, ตำรวจ และฝ่ายปกครองได้กำหนดพื้นที่ไว้อย่างไร ซึ่งจะมีความเข้มข้นในการดูแลแตกต่างกัน

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า จากข้อมูลของ กอ.รมน. พบการก่อเหตุแล้วกว่า 51 จุด และหากรวมเหตุการณ์เผายางอาจมีจำนวนเกือบ 100 จุด โดยประเมินว่าปฏิบัติการครั้งนี้น่าจะมีผู้เข้าร่วมก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 500 คน สะท้อนให้เห็นว่าเป็นการปฏิบัติการที่มีการวางแผนและดำเนินการเป็นขบวนการ เป้าหมายสำคัญการก่อเหตุคือการทำลายเศรษฐกิจและทรัพย์สินของประชาชน ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นโดยตรง เพราะการพัฒนาพื้นที่ต้องอาศัยคนจากภายนอกเข้ามาลงทุนและท่องเที่ยว แต่เมื่อเกิดเหตุความไม่ปลอดภัย ย่อมทำให้ผู้คนเกิดความหวาดกลัวและไม่กล้าเข้ามาในพื้นที่ เศรษฐกิจที่อยู่ได้ทุกวันนี้เป็นเพราะคนในพื้นที่ลุกขึ้นมาต่อสู้ ปรัชญาสำคัญคือเรื่องของคนชายแดนใต้ ต้องให้คนชายแดนใต้ได้แก้ปัญหาเอง ส่วนการประเมินความเสียหาย ขณะนี้ทีมบริษัทประกันภัยได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายแล้ว คาดว่าจะทราบผลและรายละเอียดเกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทนภายใน 1 เดือน ทั้งนี้เงินค่าสินไหมจากบริษัทประกันภัยจะเป็นส่วนเพิ่มเติมจากสิทธิและเงินช่วยเหลือเยียวยาที่ภาครัฐดำเนินการตามหลักเกณฑ์