แบรนด์ซอส แจ้งความ จ้างบริษัททำลาย แต่ สินค้าหมดอายุ กลับถูกร้านนำไปไลฟ์ขาย 5-10 บาท
กรณีปรากฏคลิบการขนย้ายเครื่องปรุงอาหาร ซึ่งมีคนงานสวมชุด PPE ขนย้ายออกจากรถบรรทุกโดยมีการไลฟ์ขายในราคาขวดละ 5-10 บาท ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากผู้บริโภค ต่อมาร้านที่มีการไลฟ์ที่เป็นต้นโพสต์ ได้มีการลบโพสต์และออกมาชี้แจง
ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม เพจของโรงงานผู้ประกอบการ ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า “ชี้แจงกรณีนำสินค้าไปจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ตามที่ปรากฏเมื่อเมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2569 ณ สะดวกซื้อร้านแห่งหนึ่ง พื้นที่คลอง 5 อ. ธัญบุรี จ. ปทุมธานี ซึ่งมีการเผยแพร่ภาพและถ่ายทอดสดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งซอสและเครื่องปรุงรส โดยได้มีการกล่าวอ้างว่าสินค้าดังกล่าวว่ายังไม่หมดอายุ
ทางบริษัทได้ทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาพลักษณ์ของบริษัท
บริษัทขอชี้แจงว่า สินค้าที่ปรากฏในเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นสินค้าที่บริษัทดำเนินการตามกระบวนการการจัดสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่เหมาะสมสำหรับจำหน่าย โดยบริษัทได้ว่าจ้างผู้ให้บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องในการขนย้ายและดำเนินการทำลายสินค้า
ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค และมีเอกสาร หลักฐาน ตลอดจนขั้นตอนการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการและทำลายสินค้าอย่างเป็นระบบ
จากการตรวจสอบเบื้องต้น บริษัทพบข้อมูลและพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่า สินค้าดังกล่าวได้ถูกนำออกจากกระบวนการในการจัดการของบริษัทและนำไปจำหน่ายต่อโดยไม่ได้ได้รับอนุญาต ซึ่งไม่เป็นไปตามนโยบายและขั้นตอนที่บริษัทกำหนดไว้ และเป็นการกระทำที่บริษัทยอมรับไม่ได้โดยเด็ดขาด
ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว บริษัทได้ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาโดยทันที พร้อมทั้งจัดตั้งคณะทำงานเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง และหลักฐานพยานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และป้องกันมิให้สินค้าดังกล่าวถูกนำไปจำหน่ายหรือส่งต่อผู้บริโภคอีก
บริษัทขอยืนยันว่า บริษัทให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ รวมถึงความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคและคู่ค้าทุกฝ่าย บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบกระบวนการคัดเลือก และกำกับดูแลผู้ให้บริการภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการขนย้ายและทำลายสินค้าอย่างเข้มงวด พร้อมยกระดับมาตรการควบคุมและตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพและรัดกุม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวอีก
บริษัทขออภัยต่อผู้บริโภค คู่ค้า และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้มั่นใจว่า บริษัทจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โปร่งใส และรับผิดชอบ โดยจะรายงานความคืบหน้าและผลดำเนินการให้ทราบต่อไปตามความเหมาะสม
โดยวันนี้ ทางบริษัทดังกล่าวได้มีการมอบให้ ตัวแทน เป็นผู้รับมอบอำนาจไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยมีหลักฐานว่าวันที่ 8 ส.ค. 2569 บริษัทได้ว่าจ้างผู้รับเหมารายหนึ่งนำผลิตภัณฑ์ของบริษัท อาทิเช่น ซอสปรุงรส น้ำจิ้มไก่ และอื่น ๆ ที่ไม่ได้มาตรฐาน หมดอายุ และสินค้าชำรุด นำไปกำจัดทำลายทิ้งตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ตามหนังสือว่าจ้างขนขยะ เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา
และได้ปรากฏเป็นข่าวในโซเชียล มีสื่อมวลชนหลายสำนักลงข่าวว่ามีผู้ที่นำผลิตภัณฑ์ของบริษัทไปจำหน่ายต่อให้แก่ประชาชน โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค และทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย เป็นการทำลายภาพลักษณ์ขององค์กร และทำให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นในแบรนด์สินค้า ซึ่งการกระทำดังกล่าวบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น
เบื้องต้นจึงได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อที่จะตรวจสอบกันว่าบุคคลใดที่เกี่ยวข้องทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย และพร้อมที่จะดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทางกฎหมายต่อไป
โดยได้มีการมาลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้มีการดำนินการออกหมายเรียกผู้ประกอบการรายหนึ่ง เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง และติดตามบุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยังต้องรอว่าร้านที่ไลฟ์ขายของจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร หากพบว่ามีส่วนก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย
ที่มา : โหนกระแส



