สาวร้อง ถูกทนายดังทำร้าย ต่อหน้าลูก 5 ขวบ เผยพฤติกรรมกร่างขับรถไล่ชนคนทั้งหมู่บ้าน
เมื่อวันที่ 14 กันยายน นางยิ่งฐาฐ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกเพื่อนบ้านอาชีพทนายความทำร้ายร่างกาย ทั้งใช้ขวดซีอิ๊วตีศีรษะ รัวหมัด และบีบคอ เหตุจากชนวนเหตุเรื่องการจอดรถหน้าบ้าน เผยเพื่อนบ้านสุดทน พฤติกรรมก่อเหตุระรานคนในหมู่บ้านจนต้องพากันหลีกเลี่ยง
นางยิ่งฐาฐ์ กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.40 น. ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง พื้นที่ อ.เมือง จ.นนทบุรี ขณะตนกำลังถอยรถเข้าจอดบริเวณหน้าบ้านเช่า ซึ่งใช้เป็นสถานที่ทำกิจกรรมบำบัดให้ลูก ซึ่งอยู่ในวัย 5 วบ คู่กรณีซึ่งเป็นทนายความอาศัยอยู่เพื่อนบ้าน ได้เดินออกมาโวยวายและเรียก รปภ. มากล่าวหาว่ารถของตนเหยียบกล่องโฟม Highlighting จนเกิดการโต้เถียงกัน
นางยิ่งฐาฐ์ กล่าวว่า คู่กรณีได้เตะกล่องโฟมมาที่ท้ายรถและพูดท้าทาย ก่อนเดินเข้ามาดันตัว ตนจึงผลักออก แต่กลับถูกคู่กรณีใช้ขวดซีอิ๊วพลาสติกตีเข้าที่ศีรษะอย่างแรงจนฝาหลุด ซีอิ๊วกระจายเต็มตัว จากนั้นเข้ามารัวต่อยใบหน้าหลายครั้งจนล้มลงไปกองกับเบาะรถ และตรงเข้าบีบคอขณะตนพยายามร้องขอความช่วยเหลือ เหตุการณ์ยุติลงเมื่อเจ้าหน้าที่ รปภ. และนิติบุคคลเข้ามาช่วยห้ามปราม ก่อนที่คู่กรณีจะเดินกลับเข้าบ้านและขับรถหลบหนีไปก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง

นางยิ่งฐาฐ์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ตนเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แพทย์พบร่องรอยบาดแผลบวมปูดบริเวณหน้าผาก โหนกแก้ม ขมับ ดวงตา และรอยแดงที่ลำคอ แม้ผลตรวจไม่พบกระดูกแตกหักหรือเลือดออกในสมอง แต่ยังคงมีอาการมึนศีรษะและระบมท้ายทอย จึงนำหลักฐานเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บางศรีเมือง
นางยิ่งฐาฐ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะมาโดยตลอด ตั้งแต่เข้ามาเช่าบ้านเมื่อเดือนตุลาคม 2568 แต่ก็ถูกก่อกวน ทั้งการฉีดน้ำใส่บ้าน นำกระถางต้นไม้มาวางขวาง และตั้งกล้องวงจรปิดหมุนส่องเข้ามาในบ้าน นอกจากนี้ คู่กรณียังมีพฤติกรรมขับรถพุ่งใส่ชาวบ้านและเด็กเยาวชนนักกีฬาทีมชาติที่กำลังซ้อมวิ่ง จนชาวบ้านและผู้ปกครองในหมู่บ้านต่างเอือมระอาและหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัย
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า จะเร่งประสานไปยัง ผกก.สภ.บางศรีเมือง และทีมพนักงานสอบสวน เพื่อเร่งรัดติดตามคดีและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย พร้อมกำชับให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยของชาวบ้านในพื้นที่อย่างใกล้ชิด




