‘วิพุธ’ โอดสภากทม.ตัดงบหุ่นยนต์สนับสนุนดับเพลิง 1 คัน วงเงิน 3.77ล. ชี้ไฟไหม้กทม.มีแค่ 1 คันพื้นที่กว้างประจำการจุดไหน ห่วงชีวิตนักดับเพลิง
เมื่อวันที่ 15 กันยายน นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงสภากรุงเทพมหานครมีการพิจารณาเรื่องรายการแปรญัตติเพิ่มงบประมาณรายจ่ายฯ รายการหุ่นยนต์สนับสนุนดับเพลิง 1 คัน จำนวนเงิน 3,770,000 บาท ว่า วันนี้สภากรุงเทพมหานครมีมติ 26 ต่อ 23 เสียง ให้ปรับลดงบประมาณ หุ่นยนต์สนับสนุนดับเพลิง จำนวน 1 คัน วงเงิน 3.77 ล้านบาท ออกจากงบประมาณปี 2570 ในระหว่างการพิจารณา มีประโยคหนึ่งที่ฟังแล้วติดอยู่ในใจ ผู้สงวนได้อภิปรายว่า “เอาไปลองใช้ก่อนตัวหนึ่ง” ตนเคารพมติของสภาครับ แต่ยอมรับว่า เสียดายโอกาสจริงๆ เข้าใจเหตุผลของการลองใช้ก่อน และเห็นด้วยว่าเทคโนโลยีใหม่ต้องผ่านการทดสอบ ต้องพิสูจน์ว่าใช้งานได้จริง ราคาเหมาะสม และตอบโจทย์ภารกิจก่อนที่เมืองจะนำมาใช้งาน แต่ประเด็นสำคัญคือ ในที่ประชุม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ชี้แจงว่า ก่อนการส่งมอบ หุ่นยนต์จะต้องผ่านการทดสอบตามมาตรฐานและเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อพิสูจน์ว่าสามารถใช้งานได้จริงเสียก่อน
‘ดังนั้น คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า เราควรทดลองก่อนหรือไม่ เพราะการทดสอบก่อนรับมอบเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว คำถามที่กังวลมากกว่าคือ ถ้าเรามีเพียง 1 คัน แล้ววันที่เกิดเหตุอยู่อีกฝั่งของกรุงเทพฯ หุ่นยนต์หนึ่งคันจะประจำอยู่ฝั่งพระนคร หรือฝั่งธนบุรี ถ้าเกิดเหตุอีกฝั่งหนึ่ง จะใช้เวลาเคลื่อนย้ายไปถึงกี่นาที และ Response Time ระดับไหนจึงจะยังมีความหมายสำหรับเหตุเพลิงไหม้ การบริหารความปลอดภัยจึงไม่ใช่แค่ถามว่า หนึ่งคันใช้ได้ไหม แต่ต้องถามต่อว่าหนึ่งคันครอบคลุมความเสี่ยงของเมืองนี้ได้ไหม’ นายวิพุธ ระบุ
นายวิพุธ กล่าวว่า เห็นด้วยเต็มที่ว่าอุปกรณ์พื้นฐานของนักดับเพลิงต้องพร้อม ตั้งแต่ชุดป้องกันภัย ถุงมือ รองเท้า เครื่องช่วยหายใจ ไปจนถึงกำลังคน สวัสดิการ และที่พักของเจ้าหน้าที่ ทุกเรื่องต้องได้รับการสนับสนุน แต่ไม่คิดว่าเราจำเป็นต้องเลือกระหว่าง ดูแลคน กับ ลงทุนในเทคโนโลยีที่ช่วยลดความเสี่ยงให้คน หุ่นยนต์ดับเพลิงไม่ได้มีไว้แทนนักดับเพลิง และไม่ใช่คำตอบของเพลิงไหม้ทุกประเภท แต่ในบางสถานการณ์ที่มีความร้อนสูง ควันหนา ความเสี่ยงจากการระเบิด โครงสร้างไม่มั่นคง พื้นที่แคบ หรือพื้นที่ใต้ดิน หากเราสามารถส่งเครื่องจักรเข้าไปก่อน แทนที่จะต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเสี่ยง คิดว่านั่นคือ อีกหนึ่งชั้นของความปลอดภัยที่มีความหมาย
นายวิพุธ กล่าวว่า เคยทำงานอยู่ในระบบที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง Safety มาก สิ่งหนึ่งที่ถูกปลูกฝังมาตลอดคือความปลอดภัยไม่ได้เกิดจากอุปกรณ์ชิ้นเดียว แต่มาจากการสร้างชั้นของการป้องกันให้มากที่สุดเท่าที่เราทำได้ต่อให้เครื่องมือหนึ่งช่วยลดความเสี่ยงได้เพียงเล็กน้อย ยังให้คุณค่ากับความเสี่ยงที่ลดลงนั้น เพราะปลายทางของตัวเลขไม่ใช่แค่เปอร์เซ็นต์ มันอาจหมายถึงเจ้าหน้าที่หนึ่งคนที่ได้กลับบ้านไปหาครอบครัว แน่นอน การเป็นอุปกรณ์ Safety ไม่ได้หมายความว่าเราจะซื้ออะไรก็ได้โดยไม่ตรวจสอบ ต้องกำหนดมาตรฐานให้ชัด ต้องทดสอบ ต้องพิสูจน์ ต้องตรวจสอบราคา ต้องฝึกผู้ปฏิบัติงาน และ ถ้าทดสอบแล้วไม่ผ่านเงื่อนไขที่กำหนด ก็ไม่ควรรับมอบ แต่ก็ไม่คิดว่าเรายังไม่เคยใช้ควรเท่ากับ เราไม่ควรมีเพราะสำหรับอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย เราสามารถ ทดสอบก่อนรับมอบ ได้ แต่เมื่อรับมอบแล้ว สิ่งที่ต้องคิดต่อคือ จะวางกำลังอย่างไรให้พร้อมใช้ในวันที่เกิดเหตุจริง
‘หลังจากมติวันนี้ จึงอยากฝากคำถามไว้กับ กทม. ว่า หุ่นยนต์สนับสนุนดับเพลิงที่เหลือเพียง 1 คัน จะประจำอยู่ที่ไหน และจะบริหาร Response Time อย่างไรให้สามารถช่วยประชาชนและเจ้าหน้าที่ได้จริงเมื่อเกิดเหตุ เพราะในวันที่เกิดเพลิงไหม้ ประชาชนคือคนที่พยายามวิ่งออกจากพื้นที่อันตราย แต่นักดับเพลิงของเรา คือคนที่ต้องเดินเข้าไป ผมเคารพมติ 26 ต่อ 23 ของสภากรุงเทพมหานคร แต่วันนี้ผม เสียดายโอกาสจริงๆ ไม่ใช่เพียงเพราะกรุงเทพฯ ถูกปรับลดหุ่นยนต์ไปหนึ่งคัน แต่เพราะเราเสียโอกาสที่จะเพิ่ม อีกหนึ่งชั้นของความปลอดภัย ให้กับคนที่มีหน้าที่เดินเข้าไป ในขณะที่คนอื่นกำลังวิ่งออกมา’ ส.ก.เขตบางรัก ระบุ



