พลพีร์ แถลงผลปฏิบัติการ ปราบเซียนนครพิงค์ บุกทลาย 2 บ่อนการพนันถาวรรายใหญ่กลางเมืองเชียงใหม่ รวบนักพนันและผู้จัดให้มีการเล่นกว่า 100 ราย ยึดของกลางเงินสดและชิปรวมกว่า 2 ล้านบาท
.
วันที่ 18 กันยายน นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการปฏิบัติการ “ปราบเซียนนครพิงค์” เมื่อเวลา 20.00 น. โดยบุกทลายบ่อนการพนันขนาดใหญ่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงพร้อมกัน 2 จุด ใจกลางเมืองเชียงใหม่
โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายสิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสํานักอํานวยการกองอาสารักษาดินแดน พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ร่วมลงพื้นที่

.
นายพลพีร์ กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามข้อสั่งการและนโยบายจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมุ่งเน้นการขจัดแหล่งอบายมุข สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และฟื้นฟูภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับนโยบายชัดเจนว่าให้เดินหน้าปราบปรามอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้หยุดยั้ง และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

.
“สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากการร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน กรมการปกครองจึงมอบหมายให้ชุดสืบสวน สำนักการสอบสวนและนิติการ ลงพื้นที่แฝงตัวสืบสวนเชิงลึก เก็บพยานหลักฐานและพฤติการณ์ย้อนหลังอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นเป้าหมายพร้อมกัน 2 แห่ง ได้แก่ “บ่อนภัทรวัลย์” ย่านสันติธรรม บริเวณชั้น 1 อาคารภัทรวัลย์เพลส ตำบลช้างเผือก ซึ่งดัดแปลงเป็นห้องโถงขนาดใหญ่เปิดให้เล่นไฮโล ตู้ยิงปลา และบาคาร่า และ “บ่อนศรีปิงเมือง” ย่านหายยา บริเวณศูนย์อาหารกาดเวียงพิงค์ ถนนศรีปิงเมือง ตำบลหายยา ซึ่งเปิดให้เล่นพนันทายภาพสัตว์ น้ำเต้าปูปลา (มะโขกโหลก/บักโตคอน) บนโต๊ะขนาดใหญ่”

.
นายพลพีร์ กล่าวต่อไปว่า จากการตรวจสอบทางกายภาพและโครงสร้างการบริหาร พบว่าทั้ง 2 แห่งเป็นบ่อนการพนันแบบถาวร ไม่ใช่บ่อนวิ่งหรือเปิดชั่วคราว โดยมีการจัดระบบเวรการทำงานของพนักงานและการ์ดอย่างเป็นระบบถึงวันละ 3 กะ มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดรวมกันนับสิบตัว มีเคาน์เตอร์ตรวจค้นร่างกายและยึดอุปกรณ์สื่อสารก่อนเข้าอย่างเข้มงวด ตลอดจนมีระบบอำนวยความสะดวกทางการเงินอย่างครบวงจร ทั้งการโอนเงินผ่านระบบคิวอาร์โค้ด (QR Code) เพื่อแลกรับชิปแทนเงินสดได้ทันที นอกจากนี้ จากพยานเอกสารบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่ตรวจยึดได้ แสดงให้เห็นว่าบ่อนดังกล่าวเปิดลักลอบดำเนินการมาอย่างยาวนานต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 2 ปี โดยพบหลักฐานบัญชีย้อนหลังไปจนถึงปี 2565

.
“ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าควบคุมพื้นที่ ณ จุดย่านสันติธรรม พบว่ามีพนักงานบางส่วนพยายามวิ่งหลบหนีออกทางด้านหลังอาคารและกระโดดลงจากชั้น 2 โดยทิ้งทรัพย์สินส่วนตัวไว้ และจากการตรวจสอบเชิงลึกยังพบประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ โดยพบว่ามีสมาชิกสภาเทศบาลเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดหาและควบคุมกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (การ์ด) ซึ่งระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ได้ปรากฏสายโทรศัพท์เรียกเข้ายังโทรศัพท์มือถือของพนักงานที่ถูกตรวจยึด แสดงชื่อ รูปภาพ และตำแหน่งของสมาชิกสภาเทศบาลรายดังกล่าวอย่างชัดเจน อีกทั้งยังตรวจพบสัญญาและใบเสร็จการเช่าสถานที่ซึ่งระบุชื่อบุคคลผู้เช่า เชื่อมโยงกับประวัติสถานที่ที่เคยถูกจับกุมเมื่อราว 2 ปีก่อน” นายพลพีร์ กล่าว
.
นายพลพีร์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับผลการจับกุมในภาพรวม เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้กระทำความผิดได้รวมกว่า 100 ราย ประกอบด้วย กลุ่มนักพนันทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 100 ราย ผู้จัดให้มีการเล่น 14 ราย (เป็นคนต่างด้าว 8 ราย) และผู้สนับสนุนให้มีการเล่น 4 ราย พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางเป็นเงินสดและชิปแทนเงินสดรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท รวมถึงอุปกรณ์การเล่นพนันจำนวนมาก สมุดบัญชีเงินหมุนเวียน และเอกสารสัญญาเช่าสถานที่ ทั้งนี้ พนักงานส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 และพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 อย่างชัดเจน
.
“โดยหลังจากนี้ พนักงานฝ่ายปกครองจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งข้อมูลบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด เอกสารบัญชีการเงิน และพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด พร้อมดำเนินการสอบปากคำพนักงานและผู้เล่นทั้งหมดอย่างรอบด้าน เพื่อขยายผลดำเนินคดีไปถึงเจ้าของบ่อน ผู้เช่าสถานที่ ตลอดจนผู้มีอิทธิพลและนักการเมืองท้องถิ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือให้การสนับสนุน โดยตนขอยืนยันว่า กระทรวงมหาดไทย จะเดินหน้าปราบปรามบ่อนการพนันและแหล่งอบายมุขทั่วประเทศอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความสงบเรียบร้อยและความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชนถ้วนหน้า” นายพลพีร์ กล่าว
ทั้งนี้ ในระหว่างเข้าทำการจับกุมบ่อน และได้ยึดโทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นของเจ้าหน้าที่บ่อน และระหว่างที่สอบถามข้อมูล ก็มีโทรศัพท์โทรเข้ามา โดยปรากฏชื่อ ตำแหน่ง และภาพ ทางนายพลพีร์ จึงขออนุญาตโทรกลับไปและพูดคุยกัน ซึ่งรายละเอียดก็จะให้ทางเจ้าหน้าที่สืบสวนได้ดำเนินการต่อไป
.



