หน้าแรก ในประเทศ ส.ก.พร้อมใจให...

ส.ก.พร้อมใจให้ผ่าน! ข้อบัญญัติงบฯ ดึงเงินสะสม 1,139 ล้านบาท ‘เยียวยาน้ำท่วม กทม.’  

4.11.26 | 17:54 น.

ส.ก.พร้อมใจให้ผ่าน! ข้อบัญญัติฯ งบรายจ่ายเพิ่มเติม – ดึงเงินสะสมจ่ายขาดของ กทม. 1,139 ล้านบาท ‘เยียวยาน้ำท่วม’

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน เวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหาร ตลอดจนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานครสมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 4) ประจำปีพุทธศักราช 2569 โดยมี น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย เป็นประธานสภาฯ


บรรยากาศการประชุมในช่วงบ่าย มีการพิจารณา ระเบียบวาระที่ 4 ญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2570 พ.ศ. … เพื่อพิจารณาในวาระที่สอง และวาระที่สาม

โดย นายฉัตรชัย หมอดี ส.ก.เขตบางนา ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญฯ รายงานผลการพิจารณา หลังจากสภากทม. มีมติตั้ง คกก.วิสามัญฯ ขึ้นในคราวประชุมสมัยสามัญ สมัยที่ 4 ครั้งที่ 3 เมื่อ 28 ต.ค.69  โดยคณะกรรมการวิสามัญประกอบด้วย กรรมการจำนวน 28 ท่าน โดยพิจารณา ร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมฯ พ.ศ.2570 จำนวนเงินทั้งสิ้น 1,139,273,100 บาท เป็นรายจ่ายพิเศษ โดยจ่ายจากเงินสะสมจ่ายขาดของ กทม.

Advertisement

โดยรับฟังเหตุผลความจำเป็นในการ ขอตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมของหน่วยงาน ซึ่ง คกก.วิสามัญ ได้พิจารณาร่างข้อบัญญัติ กทม.เรื่องงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2568 พ.ศ. ….. แล้วจึงพิจารณารายละเอียดการของบประมาณนี้ จนจบ โดยมีมติ ให้ผ่านงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม เป็นจำนวนเงิน 1,139,273,100 บาทถ้วน โดยไม่มีการขอสงวนความเห็น จึงขอให้สมาชิกสภากทม. ทุกท่าน โปรดพิจารณาร่างข้อบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่ 2

จากนั้น เลขานุการ สภากทม. อ่านรายงานผลการพิจารณา โดยชื่อร่างข้อบัญญัติ รวมทั้งหลักการเหตุผล และคำปรารภ ไม่มีการแก้ไข อย่างไรก็ดี ในข้อที่ 3 มีการแก้ไขเฉพาะคำว่า ‘โครงการสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัยและปัญหาเฉพาะหน้า‘ เป็น ‘โครงการสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร’ พร้อมมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ คือ รายการประเมินค่าวัสดุที่เสียหาย กทม.ควรจ่ายตามราคาปัจจุบัน และ หลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินเยียวยา ควรประชาสัมพันธ์ให้เกิดความเข้าใจตรงกัน

ในตอนหนึ่ง นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย ร่วมอภิปรายถึงกรณีชื่อโครงการที่เปลี่ยนไป ซึ่งตนน่าจะเข้าใจถูกว่า เป็นการขอเพื่อไปแก้ไขและช่วยเหลือผู้ประสบภัยปัญหาน้ำท่วม เหมือนการแก้ไขชื่อโครงการ ตนสงสัยว่ามีความแตกต่างจากเดิมอย่างไร ?

ด้าน นายฉัตรชัยชี้แจงว่า คำว่าแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยจุดประสงค์คือต้องการให้นำเงินก้อนนี้ไปใช้ในการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ในก้อนแรก ที่มีบัญชีค้างอยู่

จากนั้น นายนภาพล สอบถามเพิ่มเติมว่า เป็นการขอเงินในลักษณะไปกองไว้ก่อนหรือไม่ คือใช้บางส่วนและอีกส่วนหนึ่งสำรองไว้ใช้ในคราวหน้าต่อไป หรือไม่ ขอความชัดเจนในเจตนาจากฝ่ายบริหาร

ด้าน น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่า ชื่อเดิมคือ ‘โครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัย และปัญหาเฉพาะหน้า (อุทกภัย) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร’ ซึ่งในที่ประชุม มีกรรมการท้วงติงว่า กรอบวงเงิน 1,139,273,100 บาทนี้ เป็นการคำนวณจากความเสียหายเบื้องต้นใน claim.bangkok.go.th และแอพพ์ทางรัฐ เทียบมาว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

 

“ดังนั้นเงินจำนวนนี้ควรใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการช่วยผู้ประสบภัยจากอุทกภัยครั้งที่เพิ่งเคยเกิดขึ้นเท่านั้น อาจจะมีการเผื่อในการคำนวณอยู่บ้าง เนื่องจากมีอยู่ 1 เขตที่สถานการณ์ยังไม่สิ้นสุด แต่ก็ถือว่าเป็นส่วนน้อยมากในค่าใช้จ่าย จึงขอให้ตัดคำว่า ‘ปัญหาเฉพาะหน้า‘ ออกไป เพื่อให้เงินจำนวนนี้ถูกใช้สำหรับการช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้เท่านั้น”

หากบังเอิญว่ามีเงินเหลือจ่ายจริง ขอให้ ‘คืน’ แล้วค่อยขอใหม่ ในกรณีมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีกหรือไม่เพียงพอในอนาคต” น.ส.ทวิดากล่าว

จากนั้น นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี ในฐานะ คณะกรรมการวิสามัญ และเป็นผู้ที่ตั้งข้อสังเกตให้แก้ไขชื่อดังกล่าว เผยว่า ตนมองว่าหากใช้ชื่อเดิมจะขัดต่อหลักการและเหตุผล ที่ทาง สภากทม. อนุมัติไป เนื่องจากมีคำว่า ‘เฉพาะหน้า’ ซึ่งวัตถุประสงค์ชัดเจนว่าเยียวยาเฉพาะกลุ่ม โดยตัวเลขผู้ที่จะเยียวยามีการสำรวจเรียบร้อยแล้ว

จากนั้น ไม่มีผู้ร่วมอภิปรายซักถามเพิ่มเติม ประธานสภากทม. จึงเข้าสู่วาระที่ 3 โดยสมาชิก ส.ก.ร่วมลงมติโดยใช้เครื่องออกเสียงลงคะแนน

ทั้งนี้ ที่ประชุมที่มติเห็นชอบ ให้ประกาศใช้เป็นข้อบัญญัติกทม. ด้วยมติเห็นชอบ 41 เสียง, ไม่ลงคะแนนเสียง 1 ท่าน จากจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 42 คน