ส.ก.วัฒนา จี้ กทม. ‘ก่อสร้างตึกกู้ภัยพระโขนง’ 5 ปีไม่คืบ – นักดับเพลิง ต้องเช่าห้องอยู่ ห่วงกระทบ KPI ต้องไปถึงจุดเกิดเหตุใน 8 นาที
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน เวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหาร ตลอดจนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานครสมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 4) ประจำปีพุทธศักราช 2569 โดยมี น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย เป็นประธานสภาฯ
ในตอนหนึ่ง นางสาวภัคญดา อำนวยเดชกร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตวัฒนา ยื่นกระทู้ถามสด เรื่อง ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอาคารสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพระโขนง
นางสาวภัคญดา กล่าวถึง สวัสดิการและความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง และกู้ภัยพระโขนง ซึ่งทาง กทม.ได้มีการกำหนด KPI สำหรับนักดับเพลิงและกู้ภัยที่ต้องเข้าไปถึงที่เกิดเหตุภายใน 8 นาที
“ดิฉันอยากตั้งคำถามว่า สำหรับผู้ดับเพลิงในที่แห่งนี้ ทาง กทม.ได้มีการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานแล้วหรือยัง”
“ในช่วงเริ่มต้นโครงการก่อสร้างสถานที่แห่งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า ให้ออกไปก่อน 1 ปี เป็นเหมือนสัญญาใจว่าถ้ากลับมาแล้วสถานที่แห่งนี้จะดีขึ้นกว่าเดิม เจ้าหน้าที่บางส่วนก็ออกไปเช่าห้องพักเอง เนื่องจากว่าหากเข้าไปพักอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางจะไม่สามารถเดินทางออกมาปฏิบัติหน้าที่ได้ทันเวลา แต่จากหนึ่งปีตอนนี้ก็เข้ามาสู่ปีที่ 5 แล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาภาระค่าใช้จ่ายค่าครองชีพต่างๆ ตกอยู่ที่เจ้าหน้าที่ผู้ที่ปฏิบัติงาน นับ KPI เป็นหลักนาที แต่เจ้าหน้าที่ต้องแบกรับค่าครองชีพที่มากับความล่าช้า มาแล้วหลายปี” นางสาวภัคญดาเผย

นางสาวภัคญดากล่าวว่า ตนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่พักชั่วคราวที่ อ่อนนุช 39 ซึ่งใช้เป็นอาคารเดิม เดิมทีเป็นอาคารของสำนักอนามัย โดยได้รับข้อมูลว่าสถานีดับเพลิงกับสำนักอนามัยแห่งนี้ มีข้อตกลงอนุญาตให้ใช้พื้นที่ถึงปลายปีหน้า คือปี พ.ศ.2570 พื้นที่แห่งนี้ต้องรองรับ การพัก การฝึกซ้อม การจัดเก็บอุปกรณ์ และการเตรียมรถดับเพลิงเพื่อการออกปฏิบัติการ
“ลองนึกภาพตามนะ ถ้าให้เตรียมรถแล้วกว่าจะนำรถออกจากพื้นที่ กว่าจะไปถึงพื้นที่เกิดเหตุแล้ว 8 นาทีเจ้าหน้าที่จะสามารถไปได้ทันได้อย่างไร และที่สำคัญกว่านั้น สถานที่จัดเก็บอุปกรณ์ชั่วคราวก็มีข้อจำกัดมากๆ อุปกรณ์โรยตัวต้องจัดเก็บในสำนักงานของหัวหน้าสถานีเนื่องจากว่ากลัวจะขึ้นรา เมื่อเผชิญสภาพที่ไม่เหมาะสมก็ย่อมเสื่อมสภาพก่อนกาลเวลา
ดิฉันไม่ได้ตั้งคำถามถึงเรื่องของ KPI ที่เจ้าหน้าที่จะทำได้หรือไม่ แต่กำลังตั้งคำถามว่า กทม.ได้ทำหน้าที่ของตนเองมากเพียงพอแล้วหรือยัง เพื่อให้เจ้าหน้าที่จะมีโอกาสทำ KPI ได้จริงๆ” นางสาวภัคญดากล่าว

นางสาวภัคญดา ถามต่อถึงคำถามที่สองว่า ทางกทม. มีมาตรการที่เป็นรูปธรรมอย่างไร ในการแก้ไขและเยียวยาต่อภาระที่เจ้าหน้าที่ต้องแบกรับอย่างไม่รู้จบ เพราะขวัญและกำลังใจมีผลกระทบต่อการทำงาน และความปลอดภัยของชาวเขตวัฒนา ก็ขึ้นอยู่ในมือของพวกเขา
จากนั้น นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า ในส่วนของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็ได้มีการรับผิดชอบของสถานีดับเพลิงในพื้นที่ ทั้ง 43 สถานีหลัก ซึ่งเขตพระโขนงก็เป็นสถานีหนึ่ง ก็เป็นปัญหาจริงๆ ในเรื่องการที่ต้องย้ายออกจากสถานที่เดิม แต่เพื่ออนาคตที่จะมีการใช้พื้นที่เกิดประโยนช์สูงสุด เราก็ได้มีการขยับมาสถานีชั่วคราว ส่วนในเรื่องสวัสดิการต่างๆ ก็เป็นไปตามข้อเท็จจริงว่า น้องๆ มีการดำเนินการที่หาที่พักอยู่แต่ว่าในตัวสถานีเอง เราก็มีการจัดทำกองร้อย เราจัดหาเตียง 2 ชั้นให้กับผู้ที่เข้าเวรและก็สามารถพักสแตนบายอยู่ที่สถานีชั่วคราวได้
“ในส่วนของสวัสดิการต่างๆ ที่ผ่านมาเรื่องของค่าครองชีพ 2 ปีที่ผ่านมาทางผู้บริหารก็ได้มีการเพิ่มในค่าอาหาร ค่าทำการนอกเวลาให้กับเจ้าหน้าที่ ก็มีการจัดเวรกันเป็นเวรแบบวันเว้นวัน เท่ากับทำงานหนึ่งวัน น้องๆ จะได้พักในอีกวันหนึ่ง ในหนึ่งวันที่ทำงานจะได้ค่าตอบแทนวันละ 200 บาท เท่ากับว่าจะมีรายได้เพิ่มจำนวน 3,000 บาท ต่อเดือน” นายสุริยชัยกล่าว

นายสุริยชัยกล่าวเสริมว่า ในเบื้องต้นก็ได้มีการช่วยเหลือสวัสดิการหรือการดูแลพื้นที่ของเขตวัฒนาเรามีการเสริมในเรื่องของการจัดหารถจักรยานยนต์ดับเพลิง เพื่อที่จะได้เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุได้ง่ายขึ้น รวมทั้งการสร้างเครือข่ายของอาสาสมัครต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อที่จะเข้าไปดำเนินการและถึงตามเวลาที่เรากำหนดไว้ที่ 8 นาที
ที่ผ่านมาได้มีการฝึกซ้อมร่วมกับอาสาสมัครในการจัดระบบของสถานีข้างเคียง ถ้าเกิดเหตุด้วยก็จะมีการแจ้งไปที่ 3 สถานีหลัก เพื่อที่จะสามารถไปถึงในที่เกิดเหตุได้รวดเร็วขึ้น
ทางด้าน นางสาวภัคญดา ถามคำถามสุดท้ายว่า ตนอยากได้คำตอบที่ชัดเจนว่า กทม. จะทำอย่างไรกับโครงการนี้ต่อไป ที่จริงแล้วสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพระโขนงแห่งนี้ เป็นสถานีต้นแบบของโครงการก่อสร้างดับเพลิงแต่ก็ประสบพบปัญหาล่าช้าอย่างต่อเนื่อง จากการที่ตนได้ลองศีกษาความพอจะเป็นไปได้ที่ไม่ต้องรอเวลาให้นานนับปี เพราะทุกวันนี้อาคารที่เสื่อมสภาพหรือสิ่งที่ดำเนินการไปแล้วก็เสื่อมสภาพในแต่ละวัน ตนก็ได้รับข้อมูลมาว่าหากจะยกเลิกสัญญา กทม. จะต้องดำเนินงานสำรวจผลงานและความเสียหาย จัดทำงบประมาณเพื่อดำเนินการในส่วนที่เหลือและจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่ ซึ่งอาจจะต้องใช้งบกลางหรือดำเนินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
นางสาวภัคญดากล่าวต่อว่า ตนเข้าใจกระบวนการเหล่านี้ว่าต้องดำเนินการทำการทางกฎหมายแต่อย่างไรก็ดี การยกเลิกสัญญาก็ควรจะต้องมีแผนรองรับ ไม่ใช่ยกเลิกไปแล้วและปล่อยให้โครงการชะงักเพื่อหยุดรอการจัดสรรงบประมาณ โดยไม่มีกำหนด แต่หากให้ผู้รับจ้างเดิมดำเนินการต่อก็ต้องอธิบายให้ชัดว่ามีหลักประกันอะไรที่จะทำให้เชื่อได้ว่าจะเสร็จตามกำหนดการ
นางสาวภัคญดากล่าว และมีอีกประเด็นที่ตนคาดว่ายังมีความน่าเป็นห่วงจากข้อมูลที่ได้รับ มี รายการครุภัณฑ์บางส่วนถูกตัดออกไปเพื่อโยกย้ายวงเงินเพื่อไปใช้กับงานระบบและโครงสร้างที่จำเป็น ตนจึงอยากทราบครุภัณฑ์ที่ถูกตัดลดออกไปนั้น มีการจัดสรรไปอย่างไร และใช้งบประมาณจากส่วนใดจัดสรรกลับมา เพราะต่อให้ กทม. สร้างอาคารแห่งนี้เสร็จ แต่หากไม่มีครุภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการพักอาศัยและผู้ปฏิบัติงานแห่งนี้ ส่งมอบ แต่ไม่ส่งความพร้อมให้กับเจ้าหน้าที่ที่ใช้งาน

“ดิฉันจึงเห็นว่าพนักงานดับเพลิงไม่สมควรที่จะต้องเข้าไปอยู่ที่อาคารใหม่ ด้วยสภาพที่แบกเสื่อผืนหมอนใบ เข้าไปอยู่หลังจากที่อดใจรอมาเกือบ 5 ปี และดิฉันก็อยากตั้งคำถามไปยังฝ่ายบริหารว่า กทม. จะมีข้อยุติสัญญาเมื่อใด จะให้ผู้รับจ้างดำเนินการต่อหรือจะยกเลิกสัญญา เพราะพิจารณายกเลิกสัญญามามากกว่า 1 ปี 1 เดือนแล้ว อีกทั้งจะจัดหาครุภัณฑ์ที่ถูกปรับลดออกไปกลับคืนมาอย่างไร และสุดท้ายจะมีกำหนดเปิดสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพระโขนงที่มีความพร้อมทั้งอาคาร ระบบ และสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่ได้เมื่อใด” นางสาวภัคญดากล่าว
จากนั้น นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการ กทม. ชี้แจงว่า วิธีการบอกเลิกสัญญามีขั้นตอนท่านสมาชิกก็ได้ทราบแล้วว่าต้องใช้เวลานานพอสมควร มีการตั้งกรรมการ มีการประเมินคุณภาคโครงสร้างหรือความเสียหายใน
“ปัจจุบัน ปกติโดยทั่วไปการหาผู้รับจ้างที่เข้ามาทำแทนโครงการเดิมระหว่างการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ก็ยากอยู่ เพราะมันต้องใช้เวลาในการจัดจ้าง เพราะฉะนั้นเป็นเหตุผลที่ว่าแผนงานที่ทางผู้รับจ้างในงานปัจจุบันก็มีความคืบหน้าในโครงสร้างสถาปัตย์เสร็จเรียบร้อยไปมาก ส่วนเรื่องครุภัณฑ์ที่ถูกตัดออก ขอไปหาข้อมูลมาก่อนว่าเป็นอะไร อย่างไรก็ตามการเปิดใช้งานต้องให้มีความพร้อมในตัวสถานี” นายวิศณุ กล่าว




