‘ผอ.รพ.จะนะ’ จวกคำสั่งห้ามรถ อปท.ส่งผู้ป่วย กระทบมากสุด ‘คนจน-พิการ-ด้อยโอกาส’

จากกรณี นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ออกมาเปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) สั่งห้ามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นำรถฉุกเฉินรับผู้ป่วยกลับบ้าน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง กระทั่ง นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ต้องออกมาแจงว่า กรมต้องขอเรียนว่า การดำเนินการของ อปท.ต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ.2551 ซึ่งกำหนดไว้ว่า  ผู้ป่วยฉุกเฉิน” คือบุคคลซึ่งได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการป่วยกะทันหัน ซึ่งเป็นภยันตรายต่อการดำรงชีวิต หรือการทำงานของอวัยวะสำคัญ จำเป็นต้องได้รับการประเมินการจัดการ และการบำบัดรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันการเสียชีวิต หรืออาการรุนแรงขึ้นของการบาดเจ็บหรือการป่วยนั้น นั่นคือรถฉุกเฉินของ อปท. มีวัตถุประสงค์การใช้เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ฉุกเฉินจริงๆ เท่านั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม นพ.สุภัทรกล่าวว่า จากหนังสือสั่งการฉบับนี้จะส่งผลกระทบมากในพื้นที่ชนบท เพราะปัจจุบันรถพยาบาลฉุกเฉินได้เป็นเครื่องมือสำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่ อปท.ใช้บริการประชาชนที่เจ็บป่วย คนพิการและคนด้อยโอกาส ซึ่งคำสั่งนี้ไม่รู้ว่ากระทบกี่แห่ง ความจริงกระทรวงมหาดไทย (มท.) ก็น่าจะมีการประเมินก่อน คนที่ได้รับผลกระทบไม่ใช่ อปท.แต่คือคนจนคนลำบาก คนที่มีรถเอง ญาติพี่น้องมีรถ พอจะหยิบยืมไหว้วานได้ เขาไม่มาขอใช้รถฉุกเฉินหรอก ส่วนใหญ่เขาก็พยายามพึ่งตนเองหรือพึ่งกันเองอยู่แล้ว คิดว่าประเด็นสำคัญของหนังสือฉบับนี้สะท้อนความคิดรวบอำนาจของรัฐราชการอย่างหนัก อย่างน้อย 2 มิติคือ 1.ไม่มีความคิดจะกระจายอำนาจ ทั้งที่ อปท. ควรต้องมีอำนาจในการดูแลประชาชนในพื้นที่ ควรมีดุลพินิจในการตัดสินใจบริหารจัดการประเด็นในพื้นที่ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เคยห้าม อปท.ซื้อและฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าให้กับสุนัข จนเกิดปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าระบาด นี่ยังไม่เป็นตัวอย่างอีกหรืออย่างไร

นพ.สุภัทรกล่าวอีกว่า ดังนั้น มหาดไทยควรเปิดกว้างให้ท้องถิ่นตัดสินใจเอง แล้วมหาดไทยคอยตรวจสอบว่ามีการเอื้อประโยชน์ส่วนตนไหม ถ้ามีก็จัดการเป็นรายๆ ไปแบบนี้จึงจะถูกต้อง และ 2.คำสั่งเดียวใช้ทั่วประเทศ แบบนี้มีปัญหาตลอด แต่ละพื้นที่มีบริบทต่างกัน ทำไมต้องใช้เกณฑ์แบบเดียวกัน ควรวัดที่ผลลัพธ์ เปิดกว้างวิธีการ ไม่ใช่ล็อกตั้งแต่วิธีการว่าจะไปกรุงเทพฯให้เดินถอยหลังเท่านั้น

“วันนี้ อปท.และประชาชนเขาไม่ใช่เด็กอนุบาลแล้ว คำสั่งเดียวใช้ทั่วประเทศจึงควรพิจารณาอย่างหนักก่อนลงลงนาม เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแพ้ชนะของประเด็น แต่เราสู้กันที่วิธีคิด ราชการส่วนกลางก็ทุจริตและไร้ประสิทธิภาพไม่แพ้ส่วนท้องถิ่น เราสู้เรื่องนี้เพราะรัฐราชการกำลังพยายามจำกัดบทบาทท้องถิ่น แต่เรามีความเชื่อมั่นในการกระจายอำนาจไม่ใช่กระจุกอำนาจเช่นยุคนี้ เรื่องนี้จึงสู้กันยาวๆ เพราะเราไม่ได้สู้เฉพาะเรื่องรถฉุกเฉิน แต่เราสู้ให้เกิดการกระจายอำนาจสำหรับอนาคตของประเทศไทย” นพ.สุภัทรกล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

“หมอสุภัทร” โต้กลับอปท.ห้ามรถฉุกเฉินส่งผู้ป่วย แต่รถถังกลับใช้รัฐประหารได้

ปธ.มูลนิธิปลัดอบต. จี้ตั้งกก.ร่วมระดับอำเภอ แก้ปม ‘รถตู้ฉุกเฉิน’ หลัง ‘นพ.สุภัทร’ จวกแรง

อธิบดีกรมฯ แจงปม ‘ห้ามรถฉุกเฉิน อปท.รับผู้ป่วยกลับบ้าน’ ยันทำตามกฎ

ผอ.รพ.จะนะ โวย รับไม่ได้ กรมท้องถิ่น สั่งห้ามรถฉุกเฉินอปท.รับผู้ป่วยกลับบ้าน

 

บทความก่อนหน้านี้ทูต ‘นริศโรจน์’ เตือนระวังโอละพ่อปมดราม่าบินไทย ติงสื่อ ‘ใส่สีตีไข่’
บทความถัดไปเตือนชาวนาอย่าเชื่อ! ใช้ยาปฏิชีวนะรักษาโรคใบไหม้ในข้าว เสี่ยงอันตรายทั้งคน-สิ่งแวดล้อม