‘ส.ก.บางซื่อ’ อึ้ง คนกรุงรับฝุ่นพิษ เท่าสูบบุหรี่วันละ 3.5 มวน หนุนผลักดัน ‘รถเมล์อนาคต’ ผิดหวังถูกมองเป็นการเมือง

25.01.23 | 16:44 น.

‘ส.ก.บางซื่อ’ หนุนตั้ง คกก.วิสามัญผลักดัน ‘รถเมล์อนาคต’ ผิดหวัง ปธ.สภามองเป็นเรื่องการเมือง เผย คน กทม.รับฝุ่น PM 2.5 เท่าสูบบุหรี่ 3.5 มวนต่อวัน

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566 ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก ครั้งที่ 4 ประจำปีพุทธศักราช 2566 โดยมี นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี พรรคเพื่อไทย นั่งเป็นประธานสภา กทม. พร้อมด้วยฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครทั้งคณะ ทีมคณะที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. คณะเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. ร่วมประชุม

ในตอนหนึ่ง น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.เขตบางซื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมการวิสามัญ เพื่อศึกษาอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพฯ ในการตราข้อบัญญัติเพื่อลดฝุ่นควันพิษและส่งเสริมสิ่งแวดล้อมในการขนส่งสาธารณะทุกประเภท เพื่อผลักดันให้เกิดรถเมล์โดยสารไฟฟ้าทั่วทั้ง กทม.

น.ส.ภัทราภรณ์กล่าวว่า ปัญหาเรื่องมลพิษทางอากาศโดยเฉพาะ PM 2.5 ถูกยกมาเป็นประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางมานานหลายปี ปัญหานี้ส่งผลทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่อสุขภาพ และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร โดยปัญหา PM 2.5 ใน กทม. 54 % มีสาเหตุมาจากการขนส่งทางบกซึ่งรวมถึงรถเมล์ รถบรรทุก รถยนต์ส่วนบุคคล และรถจักรยานยนต์ จากตัวเลขทั้งหมด หากเรานับเฉพาะฝุ่นควันจากรถเมล์จะสูงถึง 10% ดังนั้น หากข้อบัญญัติรถเมล์อนาคตนี้ผ่านการอนุมัติจาก สภา กทม.เราจะสามารถเปลี่ยนให้รถเมล์เป็นไฟฟ้าได้ทั้งหมดใน 7 ปี ปัญหา PM 2.5 จะต้องลดลงอย่างแน่นอนถึง 10% นอกจากนี้ ยังมีงานศึกษาผลกระทบทางสุขภาพที่เปรียบเทียบการรับฝุ่น PM 2.5 กับการสูบบุหรี่ พบว่า คน กทม.รับฝุ่น PM 2.5 เท่ากับการสูบบุหรี่ 1,261 มวนต่อปี หรือเท่ากับว่าทุกคนสูบกันไปคนละ 3.5 มวนต่อวัน

Advertisement

“ถ้าท่านประธานจะถามดิฉัน ว่าทำไมดิฉันถึงต้องผลักดันข้อบัญญัติรถเมล์อนาคตนี้ให้เกิดขึ้นจริงให้ได้ นอกจากเรื่องสุขภาพของพี่น้องประชาชน เรื่องการพัฒนาคุณภาพการขนส่งสาธารณะแล้ว ดิฉันคงต้องตอบว่า แล้วทำไมท่านจะไม่ทำ ก่อนหน้านี้ดิฉันคิดว่า สภา กทม.อันทรงเกียรติของเราทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง เนื่องจากเพื่อนสมาชิกทุกท่านก็เป็นตัวแทนของแต่ละเขตใน กทม. แต่วันนี้ท่านประธานสภา ก็มองว่าการที่ประชาชนจะมีสิทธิในการเข้าถึงอากาศสะอาดอย่างเท่าเทียมกันเป็นเรื่องทางการเมือง น่าผิดหวังมาก และการที่ท่านกล่าวโทษไปทางสำนักเลขานุการสภา กทม. ก็เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ขนาด ผอ.เขตดิฉันเอง ตั้งแต่รับตำแหน่งมาเมื่อเดือนตุลาคม 2565 ท่านสัมมนาอย่างเดียวจนถึงทุกวันนี้ มาแค่งานถ่ายรูปส่งฝ่ายบริหาร นัดท่านเข้าประชุมคณะอนุกรรมการเป็นสิบครั้ง ท่านมาแค่ครั้งเดียว ดิฉันยังไม่โทษท่าน ผอ.เขตบางซื่อเลย” น.ส.ภัทราภรณ์กล่าว

น.ส.ภัทราภรณ์กล่าวต่อว่า ตนตัดสินใจเข้าสู่สนามการเมืองก็เพื่อที่จะใช้อำนาจรัฐแก้ไขในสิ่งที่ตนไม่เคยทำได้ในฐานะประชาชนธรรมดา วันนี้นายพุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ ส.ก.เขตยานนาวา ได้นำญัตติข้อบัญญัติรถเมล์อนาคตนี้เข้าสู่ สภา กทม.เป็นโอกาสที่ตนและเพื่อนสมาชิกจะได้ทำสิ่งที่ สภากทม.ห่างหายไปเป็นเวลากว่า 22 ปี นั่นคือการออกข้อบัญญัติที่ทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อสร้างเมืองที่คนมีสิทธิในการเข้าถึงอากาศสะอาดอย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้น การเปลี่ยนรถเมล์เป็นไฟฟ้าให้หมดภายใน 7 ปี เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ถึง 10% จึงเป็นเส้นทางที่สมเหตุสมผลที่สุด สำหรับการควบคุมมลพิษของ กทม.

“สุดท้ายนี้ ดิฉันขอให้เพื่อนสมาชิกนึกถึงวันแรกๆ ที่ท่านก้าวเข้าสู่สนามการเมือง ไม่ว่าจะเป็น 10 ปี 20 ปี หรือไม่กี่เดือนเหมือนดิฉัน ท่านมีความหวัง มีความฝันที่จะเปลี่ยนแปลงบ้านเกิดของท่านอย่างไร อยากให้ลูกหลานของท่านเติบโตมาในสิ่งแวดล้อมอย่างไร ในวันนี้โอกาสนั้นได้มาถึงแล้ว”  น.ส.ภัทราภรณ์กล่าว

อ่านข่าว : 3 ส.ก.ผนึกลุกโวย ญัตติรถ EV หายไปไหน ? ปธ.สภากทม.แจง ไม่ได้ปัดตก อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบข้อ กม.

‘ชัชชาติ’ ขอโละกฎหมายเก่า ยื่นสภากทม. ‘ยกเลิก 11 เทศบัญญัติ’ บอกล้าสมัย ไม่จำเป็น ซ้ำซ้อนผังเมืองรวม

ส.ก.ลาดกระบัง ลั่น ‘ฟอร์ด เรนเจอร์’ ที่ว่าดุดัน ยังต้องเกรงใจ ‘จุดกลับรถ’ สุดโหด แคบแถมเหล็กโผล่ ทำยางแตกไปหลายคัน