‘สภากทม.’ ผ่านงบปี 67 กว่า 90,000 ล้าน – ลดเงินสร้าง ‘ห้องเรียนปลอดฝุ่น’ หลัง ส.ก.ลุกท้วงจัดหนัก
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 กันยายน ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนาศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร ส.ก.ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมวิสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 1) ประจำปีพุทธศักราช 2566 โดยมี นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม
บรรยากาศในที่ประชุม นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 รายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมการวิสามัญ รายละเอียดการปรับลด รวมถึงข้อสังเกตทั่วไป และข้อสังเกตเฉพาะหน่วยงาน ซึ่งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 โดยได้ตั้งเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 90,570,138,630 บาท
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การพิจารณา คณะกรรมการวิสามัญได้พิจารณาร่างข้อบัญญัติฯ เริ่มจากชื่อร่างข้อบัญญัติ หลักการ เหตุผล คำปรารภ ตัวร่างข้อบัญญัติ เรียงตามลำดับแล้วจึงพิจารณารายละเอียดของงบประมาณรายจ่ายจนจบ โดยมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงบประมาณกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงรายละเอียดประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ กรรมการวิสามัญฯได้ขอสงวนความเห็นเพื่อให้สภากรุงเทพมหานครวินิจฉัยในรายการของสำนักการศึกษา สำนักการระบายน้ำ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักสิ่งแวดล้อม และสำนักพัฒนาสังคม

นายสุทธิชัยกล่าวว่า งบประมาณที่ผ่านคณะกรรมการวิสามัญฯ ในครั้งนี้มีมากกว่า 90,000 ล้านบาท กรรมการได้พิจารณาโดยยึดหลักความคุ้มค่า เป็นประโยชน์กับประชาชน รวมถึงสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจสังคมในปัจจุบัน
“ขอบคุณกรรมการและอนุกรรมการ ที่ได้ร่วมกันกลั่นกรองงบประมาณในครั้งนี้ และขอบคุณหัวหน้าหน่วยงานที่ได้ร่วมชี้แจงรายละเอียดและตอบข้อซักถามของคณะกรรมการ ขอบคุณฝ่ายเลขานุการ สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร และสำนักงบประมาณที่ได้ร่วมปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเท เสียสละมาต่อเนื่อง 45 วัน ทำให้กรุงเทพมหานครได้มีงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ” นายสุทธิชัยกล่าว
สำหรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.ประจำปี 2567 ของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 90,570,138,630 บาท เรียงลำดับหน่วยงาน/เขตที่ได้รับงบประมาณสูงสุดและน้อยสุด ดังนี้
หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ สำนักการโยธา จำนวน 10,199,547,439 บาท สำนักการระบายน้ำ จำนวน 7,860,495,076 บาท และสำนักสิ่งแวดล้อม จำนวน 7,673,180,800 บาท
หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุด 3 ลำดับ คือ สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จำนวน 71,184,800 บาท สำนักงบประมาณ จำนวน 85,596,510 บาท สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร จำนวน 189,471,700 บาท
สำนักงานเขตที่ได้รับงบประมาณมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ สำนักงานเขตลาดกระบัง จำนวน 774,356,920 บาท สำนักงานเขตหนองจอก จำนวน 754,150,533 บาท และสำนักงานเขตจตุจักร จำนวน 701,898,570 บาท
สำนักงานเขตที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุด 3 ลำดับ คือ สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ จำนวน 237,412,410 บาท สำนักงานเขตบางรัก จำนวน 251,616,775 บาท และ สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย จำนวน 275,383,900 บาท
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบ “ปรับลดงบโครงการปรับปรุงห้องเรียนปลอดฝุ่น” เพิ่มเติม
โดยโครงการที่คณะกรรมการวิสามัญฯ ได้ขอสงวนความเห็นไว้เพื่อขอให้สภากรุงเทพมหานครวินิจฉัย ได้แก่ นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง นางกนกนุช กลิ่นสังข์ ส.ก.เขตดอนเมือง น.ส.รัตติกาล แก้วเกิดมี ส.ก.เขตสายไหม นายวิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ ขอสงวนความเห็นในประเด็นโครงการการปรับปรุงห้องเรียนปลอดฝุ่นชั้นอนุบาล 6 กลุ่มเขต โดยขอให้ตัดเนื่องจากไม่คุ้มค่ากับงบประมาณในการปรับปรุง และให้ความเห็นว่าการเขียนโครงการต้องเขียนให้สอดคล้องกับนโยบายของผู้ว่าฯ กทม.เรื่องเส้นเลือดฝอย การประมาณการเพื่อทำโครงการควรวิเคราะห์ให้สมเหตุผล ซึ่งคำขอรับงบประมาณทุกกลุ่มเขตไม่มีการให้รายละเอียดแต่อย่างใด ไปจนถึงเหตุผลว่า การปรับปรุงห้องเรียนโดยการจัดซื้อเครื่องปรับอากาศอาจเป็นการแก้ไขปัญหาไม่ถูกวิธี ต้นทางการแก้ปัญหาคือการปลูกฝังให้เด็กได้เรียนรู้การปลูกต้นไม้เพื่อกรองฝุ่น ควรปลูกฝังให้เด็กมีความรักและผูกพันกับต้นไม้ และอาจร่วมด้วยการงดกิจกรรมการแจ้ง และการหมั่นทำความสะอาด

ทั้งนี้ ความปลอดภัยของเด็กเป็นเรื่องสำคัญ แต่การนำเด็กไปไว้ในห้องปรับอากาศตลอดเวลาเหมาะสมและปลอดภัยหรือไม่ รวมถึงงบประมาณค่าไฟที่จะต้องเพิ่มขึ้นมา อย่างไรก็ตามหากกรุงเทพมหานครจะเสนอโครงการพร้อมรูปแบบการติดตั้งโซลาเซลล์ในคราวเดียวกันจะเหมาะสมมากกว่า
อย่างไรก็ดี ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร มีมติเห็นชอบกับผู้สงวนความเห็น ให้ตัดงบประมาณของสำนักการศึกษาในโครงการดังกล่าว ในวงเงิน 219,339,000 บาท
ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวชี้แจงในที่ประชุมว่า เรื่องนี้อยู่ในนโยบายการจัดพื้นที่ปลอดฝุ่นให้กลุ่มเปราะบาง อายุ 1-6 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงอายุที่สมองจะสามารถพัฒนาได้ดีที่สุด
“หลายครั้งเราละเลยการสอนให้เด็กกลุ่มนี้ ประกอบกับเด็กเล็กใส่หน้ากากทำได้ยาก จึงได้เกิดแนวคิดทำเรื่องห้องเรียนปลอดฝุ่น หลายครั้งที่ได้ไปเยี่ยมโรงเรียนและเห็นว่าเด็กอยู่ในห้องเรียนที่ร้อน ห้องของเด็กที่เป็นอนาคตของชาติ การลงทุนงบประมาณกับเด็กถือเป็นเรื่องที่คุ้มค่า อนาคตต้องมีการติดโซล่าเซลล์ให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเด็กรวยหรือเด็กจน ควรได้รับโอกาสในการเรียนในห้องเรียนปรับอากาศ” นายชัชชาติกล่าวฃ
จากนั้น ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครได้มีมติเห็นชอบร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ซึ่งจะได้จัดส่งให้ฝ่ายบริหารดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ข้อบัญญัติงบประมาณฉบับนี้จะใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป
- อ่านข่าว : ส.ก.วิรัช ห่วง ร.ร.แบกไม่ไหว ภาระค่าไฟพุ่งกว่า 50 ล้าน/ปี – ชี้ ‘ปลูกต้นไม้กรองอากาศ’ ดีกว่า
- ส.ก.ถามผู้ว่าฯ เบิกค่าไฟจากใคร – ไม่กลัวโดนฟ้อง ทำโลกร้อน? แนะใช้ 200 ล. ซ่อมห้องเรียนทรุดโทรม
- ชัชชาติ ลั่น ‘ขนาดห้องผู้ว่ายังติดแอร์’ แต่ไม่มีลงทุนอนาคตชาติ ? ยกวิทย์แจง ของบฯ ‘ห้องเรียนปลอดฝุ่น’
- ส.ก.จอห์น เสิร์ชเน็ตเทียบราคา ‘ติดแอร์ห้องเรียนปลอดฝุ่น’ ไม่คุ้ม ลงทุนซื้อเครื่องฟอกฯ ใช้แค่ 164 ล้าน
- ปธ.อยากฟาดบ้าง! ส.ก.ขุดหลักฐาน ‘ตีเช็คเปล่า?’ ท้วงโครงการ ‘ห้องเรียนปลอดฝุ่น’ 20 ตรม.ติดแอร์ 2 ตัว
- ‘เฮียล้าน’ ขอบคุณเพื่อน ส.ก.ช่วยกันตัด ‘งบรายจ่าย กทม.ปี 67’ สรุปผ่าน ‘9 หมื่นล้าน’
- จับตา ‘สภากทม.’ ญัตติแน่น! ตั้งแต่ขยะ เสาไฟ ป้ายโฆษณา ยันตั้งกก.วิสามัญ

