แพทยสมาคมฯ เปิดโลก ‘อาชีพแพทย์’ ผ่านหมอ 2 เจเนอเรชัน ชูแนวคิดรู้จักตัวเองควบคู่ดูแลสุขภาพจิต

13.08.26 | 16:47 น.

แพทยสมาคมฯ เปิดโลก ‘อาชีพแพทย์’ ผ่านหมอ 2 เจเนอเรชัน ชูแนวคิดรู้จักตัวเองควบคู่ดูแลสุขภาพจิต

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่หอประชุมใหญ่ โรงเรียนหอวัง กรุงเทพมหานคร แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสมาคมนักเรียนเก่ามัธยมหอวัง แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดกิจกรรมเชิงรุก “Chill & Choose” เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้วิธีจัดการความเครียด ค้นหาตัวเอง และเปิดมุมมองเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพ โดยมีนักเรียนเข้าร่วมกว่า 600 คน


ภายในกิจกรรมมีทั้งการให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพจิต การบริหารจัดการเวลา ตลอดจนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากแพทย์รุ่นพี่ เพื่อให้นักเรียนเห็นภาพการเรียนและการทำงานในวิชาชีพแพทย์มากกว่าการมองเพียงเรื่องคะแนนสอบหรือภาพจำว่า “หมอ” เป็นอาชีพที่ต้องเก่งและเรียนหนัก

พ.ต.นพ.ชาญฤทธิ์ ล้อทวีสวัสดิ์ อุปนายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต สมาคมนักเรียนเก่ามัธยมหอวังฯ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจของรุ่นพี่ที่ต้องการกลับมาส่งต่อประสบการณ์ให้กับรุ่นน้อง เพราะช่วงวัยมัธยมเป็นช่วงสำคัญของการค้นหาตัวเอง ทั้งเรื่องการเรียน การใช้ชีวิต การเข้าสังคม ตลอดจนการตัดสินใจเลือกเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต โดยเฉพาะนักเรียนช่วงมัธยมปลายที่ต้องเริ่มวางแผนว่าจะเรียนต่อด้านใด และอาจต้องเผชิญกับความกดดันจากทั้งตัวเอง ครอบครัว และสังคม

“อยากให้น้องๆ มองข้อจำกัดของตัวเองว่าเป็นสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้และก้าวข้ามได้ ไม่จำเป็นต้องคิดว่าตัวเองต้องสมบูรณ์แบบตั้งแต่วันนี้ แต่ให้ใช้ช่วงเวลาที่อยู่ในโรงเรียนเป็นโอกาสในการพัฒนาตัวเอง ทั้งด้านความรู้ วินัย และความแข็งแรงของจิตใจ เพราะเมื่อเราแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ เราจะมีพื้นฐานที่ดีในการก้าวไปสู่ช่วงมัธยมปลายและการเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง” พ.ต.นพ.ชาญฤทธิ์ กล่าว

Advertisement

พ.ต.นพ.ชาญฤทธิ์ กล่าวว่า การเลือกอาชีพไม่ควรตัดสินจากเพียงว่าอาชีพใดมีชื่อเสียง มีรายได้ดี หรือเป็นอาชีพที่คนรอบข้างมองว่าประสบความสำเร็จ แต่ควรเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้และรับฟังประสบการณ์จากคนที่ทำงานจริง เพื่อทำความเข้าใจว่าแต่ละอาชีพมีลักษณะการทำงานอย่างไร ต้องใช้ทักษะอะไร และเหมาะสมกับตัวเองหรือไม่

“อยากให้น้องๆ ไม่ว่าจะเลือกอาชีพอะไร ขอให้เป็นสิ่งที่เราชอบและสามารถมีความสุขกับมันได้ เปิดโอกาสให้ตัวเองได้ฟังประสบการณ์จากรุ่นพี่หรือคนที่ทำงานในอาชีพนั้นจริงๆ เพราะบางครั้งภาพที่เราเห็นจากภายนอกอาจไม่เหมือนกับชีวิตการทำงานจริง การได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่นจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้น” พ.ต.นพ.ชาญฤทธิ์ กล่าว

พ.ต.นพ.ชาญฤทธิ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากเรื่องการเรียนและการเลือกอาชีพแล้ว สิ่งที่อยากให้นักเรียนให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือการดูแลจิตใจ เพราะความเครียดและแรงกดดันเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถพบเจอได้ในชีวิต หากรู้จักสังเกตตัวเอง รู้ว่าเมื่อใดกำลังเผชิญความเครียด และรู้จักขอความช่วยเหลือหรือพูดคุยกับคนรอบข้าง ก็จะช่วยให้สามารถรับมือกับปัญหาได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ในฐานะรุ่นพี่และศิษย์เก่าหอวัง อยากให้นักเรียนใช้ช่วงเวลาที่อยู่ในโรงเรียนให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ทั้งการเรียนรู้ การทำกิจกรรม การสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนและครู รวมถึงการค้นหาความสนใจของตัวเอง เพราะประสบการณ์เหล่านี้จะกลายเป็นต้นทุนสำคัญในการก้าวไปสู่ชีวิตการทำงานในอนาคต และไม่ว่าจะเลือกเดินไปในเส้นทางใด หากเป็นสิ่งที่เหมาะกับตัวเองและสามารถสร้างความสุขให้กับชีวิตได้ ก็ถือเป็นความสำเร็จในแบบของตัวเอง

ขณะที่ พญ.ศุภานัน เจนธีรวงศ์ นายกเครือข่ายแพทย์ยุคใหม่ แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ และอดีตนายกสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย (สพท.) กล่าวว่า การเลือกอาชีพไม่ควรเริ่มต้นจากคำถามเพียงว่า “คะแนนถึงหรือไม่” หรือเลือกเพราะเป็นอาชีพที่มีคนบอกว่าดี แต่ควรเริ่มจากการสำรวจตัวเองว่า ชอบอะไร ถนัดอะไร สิ่งที่ทำสามารถสร้างคุณค่าให้กับผู้อื่นได้หรือไม่ และเป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้หรือไม่

พญ.ศุภานันกล่าวว่า สำหรับอาชีพแพทย์ แม้จะเป็นอาชีพที่ต้องใช้ความรู้สูง มีความรับผิดชอบและต้องเสียสละ แต่โลกของแพทย์ในปัจจุบันมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาล ยังมีเส้นทางการทำงานทั้งด้านบริหาร ระบบสาธารณสุข งานวิชาการ งานวิจัย และการทำงานเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพ

นอกจากนี้ พญ.ศุภานัน ยังชวนให้นักเรียนมอง “สุขภาพจิต” เป็นเรื่องที่ต้องดูแลไม่ต่างจากสุขภาพกาย โดยเฉพาะในวัยเรียนที่ต้องรับมือกับความกดดันหลายด้าน ความเครียดจึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องปฏิเสธ แต่สิ่งสำคัญคือการรู้เท่าทันสัญญาณของตัวเองและรู้จักวิธีจัดการอย่างเหมาะสม หนึ่งในเครื่องมือที่นำมาให้นักเรียนทดลองใช้คือการจัดลำดับความสำคัญของงาน โดยแบ่งงานออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ เรื่องสำคัญและเร่งด่วนที่ต้องจัดการทันที เรื่องสำคัญแต่ไม่เร่งด่วนที่ควรวางแผนล่วงหน้า เรื่องไม่สำคัญแต่เร่งด่วนที่ควรจำกัดเวลา และเรื่องที่ไม่สำคัญและไม่เร่งด่วนซึ่งควรหลีกเลี่ยงหรือลดเวลา

ส่วนเทคนิคการบริหารเวลา มีการแนะนำ “Pomodoro Technique” ซึ่งแบ่งการทำงานหรืออ่านหนังสือเป็นช่วงละ 25 นาที แล้วพัก 5 นาที และเมื่อครบ 4 รอบจึงพักยาวขึ้น เพื่อช่วยให้มีสมาธิและลดความรู้สึกว่าภาระงานมีมากจนรับมือไม่ไหว

พญ.ศุภานันกล่าวว่า นักเรียนไม่จำเป็นต้องมีคำตอบเกี่ยวกับอาชีพในอนาคตทันที หากยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไร สามารถใช้ช่วงเวลานี้ทดลองเรียนรู้จากหลายอาชีพ ฟังประสบการณ์จากคนทำงานจริง และค่อยๆ ค้นหาตัวเอง เพราะการเลือกอาชีพที่เหมาะสมควรเป็นการเลือกจากความชอบ ความถนัด คุณค่าที่ต้องการสร้างให้สังคม และความเป็นไปได้ในการดำรงชีวิตไปพร้อมกัน ทั้งนี้ กิจกรรม “Chill & Choose” จึงไม่ได้มุ่งเพียงแนะแนวให้นักเรียนเลือกอาชีพ แต่ต้องการให้นักเรียนรู้จักดูแลจิตใจ บริหารเวลา และเปิดโอกาสให้ตัวเองค้นหาความถนัด ก่อนตัดสินใจเลือกเส้นทางการเรียนและการทำงานในอนาคต