สธ.-ยธ.–สวทช. ยกระดับเฝ้าระวังโรคในเรือนจำทั่วประเทศ ผ่าน ‘Traffy Fondue‘ คาดเปิดใช้งานปี 2570

7.09.26 | 13:04 น.

สธ.-ยธ.–สวทช. ยกระดับเฝ้าระวังโรคในเรือนจำทั่วประเทศ ผ่าน ‘Traffy Fondue‘ คาดเปิดใช้งานปี 2570

เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เป็นประธานการแถลงข่าวความร่วมมือในการขับเคลื่อนนวัตกรรมการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคในเรือนจำ ผ่านแอพพลิเคชัน Traffy Fondue โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พ.ต.อ.อิทธิกร จิรัตนานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ร่วมแถลงข่าว


นายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญในการยกระดับระบบเฝ้าระวังป้องกัน และควบคุมโรคให้มีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมถึงในพื้นที่เฉพาะที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศ เช่น เรือนจำ เนื่องจากมีคนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก และมีการหมุนเวียนของผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่ รวมถึงญาติที่เข้ามาเยี่ยม หากเกิดการระบาดของโรคติดต่อ อาจส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่ และมีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายสู่ชุมชนภายนอกได้

ข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ปี พ.ศ. 2568 พบเหตุการณ์การระบาดในเรือนจำรวม 91 เหตุการณ์ โดยโรคที่พบการระบาดมากที่สุด ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่ 50 เหตุการณ์ มีผู้ป่วย 6,795 ราย โรคโควิด 19 จำนวน 18 เหตุการณ์ มีผู้ป่วย 1,960 ราย และโรคอาหารเป็นพิษ/อุจจาระร่วง จำนวน 7 เหตุการณ์ มีผู้ป่วย 1,869 ราย นอกจากนี้ ยังพบการระบาดของโรคติดต่ออื่น ๆ ด้วย เช่น โรคไข้กาฬหลังแอ่น โรคปอดอักเสบ โรคสุกใส โรคหิด และโรคตาแดง ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นของระบบเฝ้าระวังโรคที่สามารถแจ้งเหตุและส่งต่อข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถสอบสวนโรคและควบคุมการระบาดได้ทันต่อสถานการณ์

“การนำ Traffy Fondue มาประยุกต์ใช้ครั้งนี้ มุ่งเป้าในเรือนจำทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและตอบโต้การระบาด ลดผลกระทบต่อผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่ และประชาชน โดย Traffy Fondue เวอร์ชันเฉพาะสำหรับเรือนจำ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนา โดยจะมีระบบแจ้งเตือน (Alert) และระบบยกระดับการแจ้งเตือน หากการสอบสวนโรคล่าช้าเกินกว่า 72 ชั่วโมง เพื่อส่งข้อมูลไปยังส่วนกลางและผู้บริหารกรมควบคุมโรค ให้สามารถติดตามสถานการณ์และสั่งการได้อย่างทันท่วงที คาดว่าจะเริ่มเปิดใช้งานฟังก์ชันดังกล่าวได้ในปี พ.ศ. 2570” นายพัฒนา กล่าว

Advertisement

ทพญ.ศรีญาดา กล่าวว่า การนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ เป็นหนึ่งในแนวทางที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้ความสำคัญ ซึ่งการนำ Traffy Fondue ที่พัฒนาโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ มาสนับสนุนการเฝ้าระวังและบริหารจัดการภัยสุขภาพในเรือนจำ ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางรับแจ้งเหตุ แต่เป็นระบบบริหารจัดการที่เชื่อมโยงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรู้ ติดตามสถานการณ์ และจัดการเหตุการณ์ร่วมกันบนข้อมูลชุดเดียวกันได้อย่างเป็นระบบ ช่วยให้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเชิงรุก ตั้งแต่เริ่มรับแจ้งจนถึงการยุติเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที

ด้าน พ.ต.อ.อิทธิกร กล่าวว่า การดูแลสุขภาพผู้ต้องขัง เป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งในมิติสาธารณสุข กระบวนการยุติธรรม และหลักสิทธิมนุษยชน แม้บุคคลจะถูกจำกัดอิสรภาพตามกฎหมาย แต่สิทธิในการได้รับการดูแลสุขภาพและเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานยังคงเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องให้ความคุ้มครองอย่างเหมาะสมและเท่าเทียม ซึ่งการนำ Traffy Fondue มาใช้ ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทของเรือนจำ เป็นการสนับสนุนการทำงานสำหรับพัฒนาต้นแบบการเฝ้าระวังและบริหารจัดการภัยสุขภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพของผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความสูญเสียจากโรคและภัยสุขภาพ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง