ข่วงอาหารปลอดภัย ‘เมืองเชียงราย’ สู่สุขที่สมดุล
ท่ามกลางความสนใจของผู้บริโภคที่ใส่ใจกับที่มาของอาหารมากขึ้น เชียงรายกำลังเดินหน้าสร้าง ‘ระบบอาหารปลอดภัย’ ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกร ผู้แปรรูป ร้านอาหาร ไปจนถึงผู้บริโภค โดยเครือข่ายอาหารปลอดภัยจาก 18 อำเภอ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ภายใต้โครงการ ‘การขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัยเมืองเชียงราย สู่สุขที่สมดุล’ ตั้งแต่การลงพื้นที่เรียนรู้กลุ่มวิสาหกิจชุมชน การแปรรูปผลผลิต การเชื่อมโยงสินค้าชุมชนกับร้านอาหาร ไปจนถึงการประกาศนโยบาย ‘เชียงราย เมืองอาหารปลอดภัย’
จุดเปลี่ยนสำคัญ ‘แม่สายโมเดล’
จุดเริ่มต้นของอันน่าประทับใจของ ‘แม่สายโมเดล’ มาจากเหตุการณ์ช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิต ที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เมื่อปี 2561 ขณะนั้นชาวนา 19 ราย บ้านหนองอ้อ หมู่ 2 ต.โป่งผา อ.แม่สาย นำโดย นายสมบูรณ์ เนมหาวรรณ์ ผู้ใหญ่บ้านหนองอ้อ ร่วมมือกับภาครัฐในการรับน้ำที่สูบออกจากถ้ำหลวงให้ไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวของตนเองจนเสียหายทั้งหมด และที่น่ายกย่องยิ่งกว่านั้น คือ เกษตรกรกลุ่มนี้ปฏิเสธที่จะรับเงินชดเชยจากทางราชการ โดยถือเป็นการเสียสละเพื่อส่วนรวม
เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นจุดเปลี่ยนให้เกษตรกรปรับจากเกษตรเคมี หันมาปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่และเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปเป็น ‘ข้าวบดผง’ ก่อนรวมกลุ่มจัดตั้ง ‘วิสาหกิจชุมชนข้าวไรซ์เบอร์รี่บดผงปฏิมาแม่สาย’ ในปี 2566 โดยเชื่อมโยงวัตถุดิบจาก อ.แม่ฟ้าหลวง และ อ.แม่สรวย มาผสมกับชาและกาแฟ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ พร้อมสร้างงานและรายได้ให้สมาชิกอย่างต่อเนื่อง
ปี 2568 ชาวหนองอ้อเข้าร่วมโครงการที่ดำเนินการโดยบริษัท ฟอร์เวิร์ด ซี จำกัด มี นายธันวา อารีย์ เป็นประธาน และ ดร.ทัศนีย์ ธรรมติน อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และรองผู้อำนวยการสถาบันถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นที่ปรึกษาและนักวิชาการโครงการ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส. และภาคีเครือข่าย
หลังเข้าร่วมโครงการ เกิดการตื่นตัวเรื่องการผลิตและบริโภคอาหารปลอดภัย มีครัวเรือนเข้าร่วมกว่า 400 คน และนำไปสู่การจัดตั้ง ‘วิสาหกิจชุมชนหนองอ้ออินทรีย์สุขภาพดีโป่งผา’ เพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุทางการเกษตรจำหน่ายแก่สมาชิกและชุมชน
แก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ
นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า เทศบาลมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต ให้คนเชียงรายมีสุขภาพดี แข็งแรง ลดการเจ็บป่วยและค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวที่มาเชียงรายควรรู้สึกปลอดภัย ทั้งจากอาชญากรรมและอาหาร
เทศบาลมองกระบวนการอาหารปลอดภัยเป็น ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยต้นน้ำคือเกษตรกร หากทำเกษตรอย่างยั่งยืนและมีรายได้เพียงพอ ก็ช่วยแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ ส่วนกลางน้ำ คือ กระบวนการตรวจสอบมาตรฐาน โดยมีมหาวิทยาลัยเข้ามาช่วยตรวจสอบ ทำให้เกษตรกรและผู้บริโภคเกิดความมั่นใจ ขณะที่ปลายน้ำ คือประชาชนทุกคนที่เกี่ยวข้อง
เทศบาลจึงนำเด็กนักเรียน 8 โรงเรียน กว่า 8,000 คน เข้ามาเป็นปลายน้ำก่อน เพื่อให้ต้นน้ำและกลางน้ำค่อยๆ พัฒนา ขณะเดียวกันเด็กที่เติบโตขึ้นอาจเลือกประกอบอาชีพในหลากหลายด้าน ทั้งเภสัชกร แพทย์ หรือภาคเกษตร และโรงเรียนยังฝึกให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองเรียนรู้การปลูกพืชผักปลอดภัยร่วมกัน โดยกรอบแนวคิดดังกล่าวดำเนินการมาประมาณ 7 ปี
จากชุมชน สู่จานอาหารเด็ก
น.ส.ศิริภัส ขัติยะ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 1 ศรีเกิด กล่าวว่า เทศบาลนครเชียงรายนำโครงการอาหารปลอดภัยเข้าสู่โรงเรียนเทศบาลทั้ง 8 แห่งต่อเนื่องประมาณ 3 ปี เพื่อให้เด็กได้รับอาหารปลอดภัย ลดสารเคมีตกค้าง และส่งเสริมสุขภาพ โรงเรียนร่วมกับฝ่ายอนามัย กองการแพทย์ นักโภชนาการ และสหกรณ์นครเชียงราย วางแผนเมนูและจัดหาวัตถุดิบจากชุมชนที่ผ่านการคัดกรองสารตกค้าง พร้อมสุ่มตรวจอาหารกลางวันทุกภาคเรียนและสื่อสารข้อมูลให้ผู้ปกครองทราบ
โรงเรียนยังให้ความรู้เรื่องโภชนาการ ลดหวาน มัน เค็ม และเข้าร่วมโครงการ ‘เด็กไทยไม่อ้วน’ หลังพบเด็กมีภาวะอ้วนประมาณ 30% ตั้งเป้าลดเหลือ 25% ภายใน 1 ปี แต่โรงเรียนควบคุมอาหารได้เพียง 1 มื้อต่อวัน จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ปกครอง บ้าน โรงเรียน และชุมชน เพื่อปรับพฤติกรรมการกินอย่างต่อเนื่อง
‘อาหารปลอดภัย’ เหมือนการวาดรูป
นายสมบูรณ์ เนมหาวรรณ์ ผู้ใหญ่บ้านหนองอ้อ กล่าวว่า ก่อน สสส. เข้ามาขับเคลื่อน ชุมชนเริ่มทำเรื่องอาหารปลอดภัยมาก่อน โดยช่วงแรกเกษตรกรต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างปลูก หากครอบครัวใดใช้ปุ๋ยเคมีแล้วปลูกผักได้สวยก็มีโอกาสขายดี แต่ปัจจุบันชุมชนพยายามให้ทุกครัวเรือนทำอาหารปลอดภัยไปพร้อมกัน
เมื่อคนในชุมชนปลูกผักรับประทานเองมากขึ้น พบว่าสุขภาพดีขึ้น มีความสุข และเจ็บป่วยน้อยลง หากมีผลผลิตเหลือก็สามารถนำไปจำหน่ายสร้างรายได้ การรู้ที่มาของอาหารตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ทำให้ผู้บริโภครับประทานได้อย่างสบายใจมากขึ้น
แม้ยังมีบางครอบครัวเลือกซื้อผักจากตลาดหรือรถเร่ แต่พฤติกรรมกำลังค่อยๆ เปลี่ยนแปลง โดยเปรียบการทำงานเรื่องอาหารปลอดภัยเหมือนการวาดรูป ที่ต้องค่อยๆ เติมองค์ประกอบจนเห็นภาพสมบูรณ์ คือคนในชุมชนมีสุขภาพดีขึ้น เจ็บป่วยลดลง และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
ตลาดเกษตรปลอดภัย เหมือนย้อนเวลากลับไปหาอดีต
ตลาดเกษตรปลอดภัยเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและผู้ผลิตในชุมชนนำผลผลิตมาจำหน่ายโดยตรง ไม่เพียงเป็นพื้นที่ซื้อขาย แต่ยังทำให้ผู้บริโภคเห็นแหล่งที่มาและกระบวนการผลิต โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ใส่ใจสุขภาพ
นางวรรณพร ชูสกุลพัฒนา ประชาชนที่มาเดินตลาดเป็นประจำ กล่าวว่า ชื่นชอบบรรยากาศตลาดอาหารปลอดภัย เพราะมีการตรวจสอบสินค้าและพ่อค้าแม่ค้าตั้งใจนำของดีมาจำหน่าย ลักษณะตลาดคล้ายการนำผลผลิตจากสวนหรือเกษตรกรเข้าสู่ตลาดโดยตรง และเหมือนย้อนเวลากลับไปหาอดีต
นอกจากนี้ การเลือกซื้อสินค้าจากตลาดแห่งนี้ยังเหมือนกับการช่วยอุดหนุนประชาชนหรือเกษตรกรในพื้นที่ของตนด้วย เพราะเป็นการสนับสนุนให้คนในชุมชนสามารถผลิตและจำหน่ายผลผลิตของตนเองได้
ชุมชนเข้มแข็ง สู่เมืองเกษตรกรรม
ดร.นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ ประธานกรรมการแผนคณะที่ 3 กล่าวว่า สสส. เข้ามาขับเคลื่อนอาหารปลอดภัยเพราะอาหารเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและเกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพ โดยเน้นสร้างเสริมสุขภาพตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะเกษตรอินทรีย์
เชียงรายมีความพร้อมจากชุมชนที่เข้มแข็งและมีส่วนร่วมในการผลิต เพราะเป็นเมืองเกษตรกรรมและเป็นต้นทางของอาหารหลายประเภท ขณะเดียวกันสถาบันวิชาการช่วยดูแลมาตรฐานและตรวจประเมินผลผลิตก่อนออกสู่ตลาด รวมถึงบางพื้นที่ผลิตอาหารส่งโรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วย
“เป้าหมาย คือ ให้เกิดการผลิตอาหารในพื้นที่เพื่อป้อนกลับสู่พื้นที่ ทั้งโรงพยาบาล ร้านค้า และภาคการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยสร้างผู้ผลิตที่มีคุณภาพและทำให้รายได้จากภาคเกษตรมีความมั่นคงขึ้น”
อีกแนวทางคือการจัดพื้นที่ ลานในโรงเรียน หรือ ‘ข่วง’ ให้ชุมชนนำผลผลิตและเมนูจากวัตถุดิบในพื้นที่มาจำหน่ายแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเป็นความร่วมมือระหว่างท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และสถาบันวิชาการที่ช่วยดูแลและรับรองคุณภาพ
ตั้งแต่ต้นทางที่ผลิตวัตถุดิบปลอดภัย ไปจนถึงกลางทางที่เชฟชุมชนท้องถิ่น นำวัตถุดิบมาประกอบอาหาร โดยเน้นเมนูไม่หวาน ไม่เค็ม และไม่มัน เพื่อลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เมื่อชุมชนเข้มแข็งและเกิดการมีส่วนร่วม
ท้ายที่สุด ทั้งนักเรียนและผู้ป่วยในโรงพยาบาลควรได้รับอาหารที่ปลอดภัย ขณะที่ชุมชนสามารถพัฒนาเมนูที่เหมาะสมกับสุขภาพของประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่า ‘อาหารปลอดภัย’ ไม่ใช่เพียงเรื่องของอาหาร แต่เป็นการเชื่อมโยงสุขภาพ เศรษฐกิจ ชุมชน และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกัน



