‘จุลพันธ์’ ผนึกพลังรัฐ-เอกชน ปั้นแรงงานโลจิสติกส์ สร้างโอกาสการมีงานทำ

11.09.26 | 14:13 น.

‘จุลพันธ์’ ผนึกพลังรัฐ-เอกชน ปั้นแรงงานโลจิสติกส์ สร้างโอกาสการมีงานทำ

เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่โรงแรม Graph Hotel Bangkok นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีมอบวุฒิบัตรให้แก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมตามโครงการความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานด้านโลจิสติกส์ โดยมี น.ส.บุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ผู้แทนสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ สมาคมผู้ประกอบธุรกิจวัตถุอันตราย สมาคมตัวแทนออกของรับอนุญาตไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม


นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันระบบโลจิสติกส์มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมของประเทศ ตั้งแต่กระบวนการจัดซื้อ การจัดเก็บสินค้า การบริหารคลังสินค้า การขนส่ง ตลอดจนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ดังนั้น การพัฒนากำลังแรงงานให้มีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ จึงเป็นภารกิจสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยโครงการดังกล่าวถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งภาครัฐสนับสนุนการพัฒนาทักษะและมาตรฐานฝีมือแรงงาน ขณะที่ภาคเอกชนร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง

น.ส.บุปผา กล่าวว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยสถาบันพัฒนาบุคลากรเทคโนโลยีชั้นสูงด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน บูรณาการความร่วมมือกับสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ สมาคมผู้ประกอบธุรกิจวัตถุอันตราย และสมาคมตัวแทนออกของรับอนุญาตไทย ดำเนินการฝึกอบรมภายใต้โครงการพัฒนาบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ เพื่อพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานด้านโลจิสติกส์ และสนับสนุนนโยบาย “เรียนได้งบ จบได้งาน” ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

“สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดฝึกอบรมยกระดับฝีมือให้แก่กำลังแรงงาน ระยะเวลา 120–240 ชั่วโมง จำนวน 5 หลักสูตร ได้แก่ ธุรกิจการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศ การปฏิบัติการธุรกิจการขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ การจัดการโลจิสติกส์สินค้าอันตรายเพื่อการขนส่งข้ามแดนในเขตอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (CLMVT) ตัวแทนออกของเพื่อการส่งออกและนำเข้า และการพัฒนาศักยภาพตัวแทนออกของด้านการนำเข้า–ส่งออกและโลจิสติกส์ มีผู้ผ่านการฝึกอบรมรวม 355 คน ใช้งบประมาณดำเนินการ 5,317,400 บาท” น.ส.บุปผา กล่าว

Advertisement

น.ส.บุปผา กล่าวต่อว่า ผลจากการฝึกอบรมพบว่า มีสถานประกอบกิจการที่เป็นสมาชิกของสมาคมดังกล่าวรับผู้สำเร็จการฝึกอบรมเข้าทำงาน จำนวน 147 บริษัท ผู้สำเร็จการฝึกอบรมมีรายได้รวม 3,994,600 บาทต่อเดือน คิดเป็นรายได้ประมาณ 47,935,200 บาทต่อปี สะท้อนผลสำเร็จของการพัฒนาทักษะที่เชื่อมโยงกับความต้องการของภาคประกอบการ สามารถสร้างโอกาสในการมีงานทำและสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยในวันนี้มีผู้สำเร็จการฝึกอบรมเข้ารับวุฒิบัตร จำนวน 200 คน

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 กรมพัฒนาฝีมือแรงงานกำหนดเป้าหมายจัดฝึกอบรมตามโครงการพัฒนาบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ธุรกิจขนส่งและการค้าระหว่างประเทศ จำนวน 600 คน เพื่อเดินหน้าพัฒนากำลังแรงงานให้มีทักษะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน สนับสนุนการมีงานทำ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านโลจิสติกส์และเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง