สสจ.ยโสธรชี้ถอดเข็มน้ำเกลือเป็นหน้าที่พยาบาล รับเคส ‘น้องยูฟ่า’ ต้องทบทวนมาตรฐาน พร้อมดูแลครอบครัวเต็มที่
เมื่อวันที่ 14 กันยายน นพ.ปฐมพงศ์ ปรุโปร่ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าอาการของเด็กชายวัย 1 ขวบ หรือ “น้องยูฟ่า” ซึ่งได้รับบาดเจ็บที่นิ้วชี้ข้างขวาจากเหตุการณ์ระหว่างการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาล (รพ.) สมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา จ.ยโสธร โดยกล่าวแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอโทษครอบครัวน้องยูฟ่าในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และยืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุข รวมถึงผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ได้รับทราบเรื่องและกำชับให้ดูแลน้องอย่างเต็มที่ โดยระบุว่า ขณะนี้น้องยูฟ่าเข้ารับการรักษาอยู่ที่รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นรพ.ศูนย์ประจำเขตสุขภาพที่ 10 โดยมีทีมแพทย์เฉพาะทาง ทั้งศัลยกรรมตกแต่งและศัลยกรรมกระดูก ร่วมกันดูแลอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่เริ่มเข้ารับการรักษา มีการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง และนำไปสู่การผ่าตัดครั้งที่ 2 เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างเต็มศักยภาพ
นพ.ปฐมพงศ์ กล่าวถึงความคืบหน้าล่าสุดว่า จากการสอบถามรพ.สรรพสิทธิประสงค์เมื่อช่วงเช้า พบว่าส่วนปลายนิ้วที่นำมาต่อยังคงอยู่ และยังมีเลือดมาเลี้ยงในระดับหนึ่ง ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี ทำให้ยังมีโอกาสที่ปลายนิ้วจะกลับมาติดได้ อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง โดยทีมแพทย์ยังต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลการรักษาต่อไป
“ตอนนี้ตัวนิ้วส่วนปลายที่ถูกตัดไป ยังมีเลือดมาเลี้ยงได้ระดับหนึ่ง เป็นสัญญาณที่ดีอยู่บ้าง หากดูแลต่อไปดีๆ ก็อาจมีโอกาสที่จะกลับมาได้” นพ.ปฐมพงศ์ กล่าว
นพ.ปฐมพงศ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนการดูแลระยะยาว สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธรมีแผนดูแลน้องอย่างเต็มที่ ตั้งแต่กระบวนการรักษา การทำกายภาพบำบัด ตลอดจนการส่งต่อหรือรักษาเพิ่มเติม หากมีความจำเป็น โดยจะประสานแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผลการรักษาออกมาดีที่สุด และผู้ปกครองไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในกระบวนการรักษาที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุข
ขณะที่ แม่น้องยูฟ่า กล่าวว่า อยากให้น้องได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด และได้รับความเป็นธรรมที่สุด เพราะไม่รู้ว่านิ้วของน้องจะกลับมาเหมือนเดิมหรือไม่ และกังวลว่าอนาคตการใช้ชีวิตของน้องอาจเปลี่ยนไปทั้งหมด โดยเฉพาะความฝันในอนาคต เช่น การเป็นตำรวจหรือทหาร เพราะหากนิ้วได้รับความเสียหาย อาจส่งผลต่อโอกาสในการรับราชการ
“หนูอยากให้น้องได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด แล้วก็ได้รับความเป็นธรรมที่สุด เพราะนิ้วน้องก็ไม่รู้ว่าจะกลับมาเหมือนเดิมไหม อนาคตข้างหน้าการใช้ชีวิตของน้องคือมันก็เปลี่ยนไปหมดเลย อนาคตก็คือวันข้างหน้าน้องได้เป็นตำรวจ ได้เป็นทหาร” แม่น้องยูฟ่า กล่าว
เมื่อถามว่าขณะนี้อาการของน้องยูฟ่า โดยเฉพาะการต่อปลายนิ้วเป็นอย่างไร นพ.ปฐมพงศ์ กล่าวว่า จากการสอบถาม รพ.สรรพสิทธิประสงค์เมื่อช่วงเช้า พบว่านิ้วยังต่ออยู่ และปลายนิ้วที่ตัดออกไปยังมีเลือดมาเลี้ยงได้ระดับหนึ่ง ถือเป็นสัญญาณที่ดี ยังมีโอกาสที่จะกลับมาได้ แต่ต้องติดตามอาการต่อเนื่อง
เมื่อถามว่าหากนิ้วสามารถติดได้ ทางสาธารณสุขจะดูแลต่อถึงการทำกายภาพบำบัดหรือไม่ นพ.ปฐมพงศ์ กล่าวว่า ทางสาธารณสุขจะดูแลน้องอย่างเต็มที่ ทั้งการรักษา การกายภาพบำบัด และการส่งต่อหากจำเป็น
เมื่อถามว่าจะช่วยเรื่องการเดินทางของครอบครัวหรือไม่ นพ.ปฐมพงศ์ กล่าวว่า จะประสาน รพ.สมเด็จพระยุพราชเลิงนกทาเรื่องการจัดรถ หรืออาจสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน ขณะที่ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ได้จัดห้องพักให้ญาติแล้ว
เมื่อถามว่าการเยียวยาตามมาตรา 41 พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะดำเนินการอย่างไร นพ.ปฐมพงศ์ กล่าวว่า สสจ.ยโสธรจะช่วยประสานงาน รวบรวมข้อมูลและเอกสาร เพื่อยื่นคำร้องขอรับการเยียวยาต่อ สปสช.
เมื่อถามว่าบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ขณะนี้เป็นอย่างไร นพ.ปฐมพงศ์ กล่าวว่า ให้พักและหยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและทบทวนมาตรการป้องกันเหตุซ้ำ โดยบุคลากรรายดังกล่าวเป็นลูกจ้างชั่วคราว ไม่ใช่ข้าราชการ
เมื่อถามว่าผู้ช่วยเหลือคนไข้มีหน้าที่ถอดสายน้ำเกลือหรือไม่ นพ.ปฐมพงศ์ กล่าวว่า โดยมาตรฐานเป็นหน้าที่ของพยาบาล และกรณีนี้ต้องทบทวนมาตรฐานการปฏิบัติงาน เนื่องจากการใช้ของมีคมกับเด็กมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
นพ.ปฐมพงศ์ กล่าวว่า ในบางกรณีที่โรงพยาบาลมีบุคลากรไม่เพียงพอหรือพยาบาลมีภาระงานจำนวนมาก อาจมีการมอบหมายให้ผู้ช่วยเหลือคนไข้ดูแลผู้ป่วยเบื้องต้นระหว่างรอพยาบาลเข้าดำเนินการ แต่กรณีดังกล่าวจำเป็นต้องกลับมาทบทวนมาตรฐานการปฏิบัติงานอีกครั้ง โดยเฉพาะการถอดเข็มซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ของมีคม แม้โดยทั่วไปจะเป็นหัตถการที่ไม่ได้มีความเสี่ยงสูง แต่เมื่อเป็นการใช้ของมีคมกับเด็ก ย่อมมีความเสี่ยงต่อการเกิดบาดเจ็บ จึงต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานและความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก
เมื่อถามว่าหากผลการรักษาไม่เป็นที่น่าพอใจจะดูแลอย่างไร นพ.ปฐมพงศ์ กล่าวว่า หากเกินศักยภาพสามารถส่งต่อไปยัง รพ.ที่มีศักยภาพสูงขึ้นได้ โดยผู้ปกครองไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย และยืนยันว่าจะดูแลน้องอย่างเต็มที่ เพื่อให้กลับมาใกล้เคียงปกติมากที่สุด


