ปลัด สธ. เผย ปี 2570 มุ่งยกระดับระบบริการสุขภาพปฐมภูมิ 108 อำเภอเป้าหมาย เปลี่ยนแนวคิด ‘รักษาโรค’ สู่ ‘ดูแลคน’ เพื่อประชาชนสุขภาพดี
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่ โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนระบบสุขภาพปฐมภูมิในพื้นที่อำเภอต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 โดยมี นพ.โสภณ เมฆธน ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิ นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 9 นพ.อภิสรรค์ บุญประดับ ผู้อำนวยการกองสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ทีมสหวิชาชีพ ได้แก่ พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข แพทย์แผนไทย ตลอดจนผู้รับผิดชอบงานระบบสุขภาพปฐมภูมิ และภาคีเครือข่าย จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกว่า 700 คน ร่วมประชุม
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีเป้าหมายสำคัญ คือการดูแลสุขภาพของประชาชนให้มีสุขภาพที่ดี ด้วยการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิให้มีความเข้มแข็ง เนื่องจากเป็น “ด่านหน้า” และ “รากฐาน” ของระบบสาธารณสุขไทย โดยเริ่มต้นจากสถานพยาบาลใกล้บ้าน และใช้กลไกเครือข่ายการทำงานในระดับ CUP (อำเภอ) เป็นแกนกลางบริหารจัดการ เพื่อให้การดูแลผู้ป่วย ตั้งแต่การส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟู เป็นไปอย่าง “ต่อเนื่องและไร้รอยต่อ” นอกจากนี้ยังมี “ทีมสหวิชาชีพ” และภาคีเครือข่ายซึ่งเป็นหัวใจหลักที่ช่วยขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับบริบทและปัญหาสุขภาพในแต่ละพื้นที่ได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
นพ.สมฤกษ์ กล่าวต่อว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 กระทรวงสาธารณสุขมุ่งยกระดับระบบริการสุขภาพปฐมภูมิ โดยมีพื้นที่เป้าหมาย ใน 76 จังหวัด 108 อำเภอ 108 โรงพยาบาล 1,773 รพ.สต. ครอบคลุม 10.64 ล้านประชากร โดยมีการบริหารจัดการงบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับบริการพื้นฐาน 500 บาท ต่อคน ต่อปี ใน 6 บริการ ได้แก่ 1.มีแพทย์ที่ปรึกษาด้านสุขภาพประจำตัว ของตนเองและบุคคลในครอบครัว 2.บริการให้คำปรึกษาและนัดหมาย 3.บริการส่งต่อและดูแลต่อเนื่อง 4.การส่งเสริมให้ประชาชนมีศักยภาพและมีความรู้ในการจัดการสุขภาพของตนเอง ครอบครัวและชุมชน 5.ได้รับการดูแลแบบองค์รวม ต่อเนื่องผสมผสาน ทุกกลุ่มวัย และ 6.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสนับสนุนเครือข่ายสุขภาพในชุมชน เป็นการเปลี่ยนแนวคิดเปลี่ยนระบบ จาก “รักษาโรค” สู่ “ดูแลคน” เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนทุกช่วงชีวิต
ด้าน นพ.อภิสรรค์ กล่าวว่า กลไกในระดับพื้นที่ระดับ CUP (อำเภอ) คือข้อต่อสำคัญในการบริหารจัดการระบบบริการสุขภาพ ที่เชื่อมโยงข้อมูลการวางแผน การจัดสรรทรัพยากร ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อการส่งต่อและดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ ดังนั้น การประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนระบบสุขภาพปฐมภูมิในพื้นที่อำเภอต้นแบบ ในครั้งนี้ จะเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพปฐมภูมิในพื้นที่ระดับ CUP (อำเภอ) ให้แก่ผู้รับผิดชอบและผู้เกี่ยวข้อง เกิดการบูรณาการและการมีส่วนร่วมของหน่วยบริการและเครือข่าย รวมทั้งยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค ปัจจัยความสำเร็จในการจัดบริการ เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางและแผนการดำเนินงานพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป




