สปสช. เผย รพ.วิกฤตการเงินระดับ 7 เหลือ 1 แห่ง ย้ำเตรียมปรับระบบส่งต่อ กทม.ให้ดีขึ้น

7.11.26 | 15:24 น.

สปสช. เผย รพ.วิกฤตการเงินระดับ 7 เหลือ 1 แห่ง ย้ำเตรียมปรับระบบส่งต่อ กทม.ให้ดีขึ้น พร้อมโชว์ซื้อวัคซีน PCV เข็มละ 80 บาท

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่อาคารรัฐสภา ในการพิจารณารายงานการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2567-2568 และรายงานการเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2566-2567 โดยนำเสนอผลการดำเนินงาน การบริหารกองทุน และการพัฒนาการเข้าถึงบริการ พร้อมตอบข้อซักถามและรับข้อเสนอแนะจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)

นพ.จเด็จ กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2568 มีผู้มีสิทธิบัตรทอง 47.026 ล้านคน ลงทะเบียนเลือกหน่วยบริการประจำแล้ว 46.802 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 99.52 ขณะที่หน่วยบริการขึ้นทะเบียนในระบบเพิ่มจาก 24,277 แห่งในปี 2567 เป็น 30,423 แห่งในปี 2568 เพิ่มขึ้น 6,146 แห่ง สนับสนุนการเข้าถึงบริการของประชาชน ด้านการใช้บริการปี 2568 มีการใช้บริการผู้ป่วยนอก 185.776 ล้านครั้ง และผู้ป่วยใน 7.079 ล้านครั้ง พร้อมปรับสิทธิประโยชน์ตามความจำเป็น อาทิ การคัดกรองทารกกลุ่มอาการดาวน์ด้วยวิธี NIPT ในหญิงตั้งครรภ์ บริการฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ บริการรับส่งผู้ป่วยที่เดินทางลำบาก และบริการรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่จำเป็น


นพ.จเด็จ กล่าวว่า ด้านการบริหารกองทุน สปสช. รายงานงบประมาณที่ได้รับจัดสรร การสนับสนุนค่าบริการแก่หน่วยบริการ และงบบริหารสำนักงาน โดยยึดความจำเป็นในการรับบริการของประชาชนและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบรายงานการเงินกองทุนปี 2566-2567 และมีความเห็นว่าถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ

นพ.จเด็จ กล่าวว่า สส. ซักถามและเสนอแนะทั้งเรื่องสถานะการเงินโรงพยาบาล ใบส่งตัวในกรุงเทพมหานคร การกระจายหน่วยบริการ และความโปร่งใสของข้อมูล โดย สปสช. ได้ชี้แจงแนวทางดำเนินงานและรับข้อเสนอแนะไปพิจารณา เรื่องสภาพคล่องโรงพยาบาล ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 ระบุว่า โรงพยาบาลในสังกัดที่มีปัญหาวิกฤตการเงินระดับ 7 เหลือ 1 แห่ง โดย สปสช. กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยบริการร่วมกันติดตามแก้ไขปัญหาต่อเนื่อง พร้อมหารือกำหนดจำนวนเงินและรอบจ่ายค่าบริการให้ชัดเจน เพื่อให้โรงพยาบาลวางแผนการเงินได้ดีขึ้น

นพ.จเด็จ กล่าวว่า สำหรับใบส่งตัวในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ปัญหาส่วนหนึ่งมาจากการจ่ายเงินเหมาจ่ายให้คลินิกชุมชนอบอุ่น ซึ่งต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเมื่อส่งต่อผู้ป่วยไปโรงพยาบาล สปสช. จึงเตรียมนำร่องปรับรูปแบบให้โรงพยาบาลรับส่งต่อบริหารจัดการและกำกับดูแลคลินิกในเครือข่าย เริ่มที่โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ และติดตามผลก่อนพิจารณาดำเนินการต่อ ด้านการเข้าถึงบริการ กทม. มีคลินิกชุมชนอบอุ่นกว่า 200 แห่ง และหน่วยบริการนวัตกรรมกว่า 1,000 แห่ง ร่วมให้บริการตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการในระดับปฐมภูมิหรือด่านหน้า ช่วยให้ประชาชนรับบริการใกล้บ้าน โดย สปสช. จะนำข้อเสนอเรื่องการกระจายหน่วยบริการมาปรับปรุง ทั้งนี้ หากผู้ป่วยรับบริการที่หน่วยบริการนวัตกรรมจนสิ้นสุดการรักษาแล้ว ไม่จำเป็นต้องกลับไปรักษาซ้ำที่โรงพยาบาลประจำ เนื่องจากสามารถส่งข้อมูลการรักษากลับไปยังโรงพยาบาลได้

Advertisement

นพ.จเด็จ กล่าวว่า ด้านความโปร่งใส สปสช. เผยแพร่ข้อมูลการจัดสรรเงินให้คลินิกและโรงพยาบาลแต่ละแห่งผ่านเว็บไซต์อยู่แล้ว และพร้อมปรับปรุงให้เข้าถึงได้สะดวกขึ้น รวมถึงข้อมูลคุณภาพบริการเพื่อประกอบการเลือกหน่วยบริการของประชาชน ทั้งนี้ ตัวอย่างวัคซีนพีซีวี (PCV) สำหรับเด็ก ซึ่งพิจารณาทั้งประสิทธิผล ความคุ้มค่า และใช้กำลังซื้อของกองทุนต่อรองราคา โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดหา จากราคาในท้องตลาดกว่า 1,000 บาทต่อเข็ม ล่าสุดสามารถจัดซื้อได้ในราคา 80 บาทต่อเข็ม พร้อมเดินหน้าสนับสนุนบริการปฐมภูมิเชิงรุก ให้ทีมสุขภาพดูแลประชาชนในชุมชน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนและการเจ็บป่วยรุนแรง

นพ.จเด็จ กล่าวว่า สปสช. จะนำข้อซักถามและข้อเสนอแนะของ สส. ไปพัฒนาการจัดสรรงบประมาณ การสนับสนุนหน่วยบริการ การเข้าถึงบริการ และการเปิดเผยข้อมูล ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการตามความจำเป็นอย่างต่อเนื่อง และบริหารกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส