ครบรอบ 85 ปีศน.เดินหน้าสร้างกระแสธรรมะในสังคม รุกผลักดันไทยเป็น ‘ศูนย์กลางสมาธิโลก’
กรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดงานเนื่องในโอกาสครบรอบ 85 ปี กรมการศาสนา “วันศาสนูปถัมภ์” ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ต่อศาสนาและกรมการศาสนาทั้งในอดีตและปัจจุบัน
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่กรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีการจัดงานเนื่องในโอกาสครบรอบ 85 ปี กรมการศาสนา “วันศาสนูปถัมภ์” ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ต่อศาสนาและกรมการศาสนาทั้งในอดีตและปัจจุบัน โดยจัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศแด่บุพการีชน พร้อมทั้งพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีศน. เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

นายชัยพล กล่าวว่า จากนี้ถือว่าเป็นก้าวย่างที่สำคัญเนื่องจากว่าเป็นยุคเปลี่ยนผ่านในการพัฒนาการทำงานศาสนา แม้เป็นหน่วยงานขนาดเล็กก็ต้องพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่ามกลางวิกฤตงบประมาณที่ได้น้อยลง ศน.มีความพยายามในการประสานงานร่วมกับเครือข่ายต่างๆ ในการที่จะฟื้นฟู ไม่ว่าจะเป็นงานด้านโครงการเชิดชูสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แล้วก็โครงการเรื่องของการพัฒนาเด็กและเยาวชนโดยใช้มิติศาสนา ที่สำคัญที่สุดเป็นเรื่องของการที่จะนำคุณธรรมทางศาสนามาใช้ในเรื่องของเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเส้นทางท่องเที่ยว เรื่องของการพัฒนาชุมชนยลวิถี เพราะจะเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในมิติศาสนา ซึ่งเราก็ยังถือว่าศาสนาเป็นแกนหลักของสังคม ในการที่จะพัฒนาชีวิตตัวเอง ครอบครัว

อธิบดีศน. กล่าวต่อไปว่า อนาคตต่อไปศน.จะแสดงบทบาทมากขึ้น จากเดิมที่เป็นในส่วนของงานสนับสนุน ก็จะก้าวสู่หน่วยงานหลัก พร้อมกับเข้าไปร่วมกับเครือข่ายแล้วก็ผู้นำศาสนาต่างๆ ความคาดหวังของเราในอนาคต ศน.จะเป็นองค์กรที่มีการร่วมมือกันมากขึ้น ผลักดันสร้างกระแสธรรมะในสังคม ขณะเดียวกันเมื่อมีการรวมงานด้านการท่องเที่ยวเข้ามาที่วธ. ในส่วนของศน.ก็จะผลักดันเรื่องการท่องเที่ยวในมิติศาสนา ซึ่งได้ดำเนินการโครงการหลากหลายมาอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการเส้นทางท่องเที่ยวในมิติศาสนา ซึ่งเป็นการแสดงอัตลักษณ์ท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีเรื่องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสมาธิ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่ศน.ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเรามีความพร้อมหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถานที่ปฏิบัติธรรมที่มีมากกว่า 2,800 แห่ง พระวิปัสสนาจารย์ รวมทั้งยังมีชาวต่างชาติที่เดินทางมาเมืองไทยในเรื่องของสมาธิโดยเฉพาะปีละกว่า 100,000 คนด้วย




