มัลลิกา ชี้โจทย์ใหญ่ไม่ใช่ ‘ทำไมเลือกมัลลิกา’ แต่คือ ‘ทำไมแชมป์เก่าได้1.5 ล้านเสียง’

3.07.26 | 18:08 น.

“มัลลิกา” เปิดบทเรียนสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. บรรยายสถาบันพระปกเกล้า ชี้โจทย์ใหญ่ไม่ใช่ “ทำไมเลือกมัลลิกา” แต่คือ “ทำไมแชมป์เก่าได้ 1.5 ล้านเสียง”

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ได้รับเชิญจากวิทยาลัยการนิติบัญญัติ สถาบันพระปกเกล้า เป็นวิทยากรบรรยายในหลักสูตรระดับสูงของสถาบัน ภายใต้หัวข้อ “บทเรียนจากสนามผู้ว่าฯ กทม. : ทำไมคนเลือกมัลลิกา” โดยมีผู้เข้ารับการศึกษาจากหลากหลายวงการ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน นักธุรกิจ นักวิชาการ และผู้บริหารจากหลายสาขาอาชีพเข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างคึกคัก

ในการบรรยายครั้งนี้ ดร.มัลลิกา ได้ถ่ายทอดประสบการณ์จากการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทั้งในมิติของการวางยุทธศาสตร์ การสื่อสารทางการเมือง การบริหารทรัพยากร และการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ผ่านกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงจากสนามเลือกตั้ง

ดร.มัลลิกา กล่าวว่า แม้หัวข้อการบรรยายจะตั้งชื่อว่า “ทำไมคนเลือกมัลลิกา” แต่ในมุมมองของตน ประเด็นที่สังคมและวงวิชาการควรศึกษาให้ลึกกว่านั้น คือ เหตุใดผู้ชนะการเลือกตั้งจึงสามารถเพิ่มคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งครั้งก่อนจนกลายเป็นกว่า 1.5 ล้านคะแนนเสียง ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองที่มีคุณค่าต่อการศึกษาวิจัย

Advertisement

“นี่คือคำถามสำคัญที่ทั้งตัวดิฉันเองและสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ควรร่วมกันค้นหาคำตอบ เพราะจะสะท้อนถึงความรู้สึกนึกคิด ความคาดหวัง และพฤติกรรมของประชาชนกรุงเทพมหานครผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาประชาธิปไตยและการเมืองไทยในอนาคต” ดร.มัลลิกา กล่าว

พร้อมกันนี้ ดร.มัลลิกา ได้กล่าวขอบคุณประชาชนทุกคนที่มอบคะแนนเสียงให้ โดยระบุว่าเป็น “คะแนนบริสุทธิ์” ที่เกิดจากการนำเสนอนโยบายและการสื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์เป็นหลัก

ดร.มัลลิกา กล่าวว่า การเลือกตั้งในทางปฏิบัติมียุทธศาสตร์หลายด้าน ทั้งด้านการจัดองค์กร การระดมอาสาสมัคร การลงพื้นที่ การบริหารทรัพยากร การสร้างเครือข่าย และการสื่อสารสาธารณะ แต่สำหรับตนเอง ด้วยข้อจำกัดด้านเวลาและงบประมาณ จึงเลือกมุ่งเน้นเพียงยุทธศาสตร์เดียว คือ “การสื่อสาร” ซึ่งเป็นด้านที่มีความพร้อมและมีประสบการณ์มากที่สุด

“องค์ประกอบอื่น ๆ ล้วนมีความสำคัญต่อการสร้างฐานคะแนนเสียง แต่เมื่อมีทรัพยากรจำกัด จำเป็นต้องเลือกลงทุนในจุดแข็งของตัวเอง และใช้การสื่อสารเป็นเครื่องมือหลักในการเข้าถึงประชาชน”ดร.มัลลิการะบุ

ดร.มัลลิกา ยังได้สรุปหลักสำคัญของการสื่อสารทางการเมืองว่า ต้องเริ่มจาก ความจริง ความชัดเจน และความสม่ำเสมอ ผู้สมัครต้องมีอัตลักษณ์ที่ชัดเจน สื่อสารในสิ่งที่เชื่อและสามารถทำได้จริง ใช้ภาษาที่ประชาชนเข้าใจง่าย รับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างต่อเนื่อง และสร้างปฏิสัมพันธ์สองทางผ่านสื่อดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนรู้สึกมีส่วนร่วมมากกว่าการเป็นเพียงผู้รับสาร

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมหลักสูตรซักถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการหาเสียง การใช้สื่อออนไลน์ การบริหารภาพลักษณ์ทางการเมือง ตลอดจนบทบาทของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อการสื่อสารทางการเมืองในอนาคต บรรยากาศเป็นไปอย่างเข้มข้นและได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมตลอดการบรรยาย