ชัชชาติ พรีเซนต์ทีมงาน ผสานจุดแข็ง ‘รุ่นใหม่-รุ่นเก๋า’ เอาผลประโยชน์คนกรุงฯ เป็นที่ตั้ง

9.07.26 | 15:49 น.
ชัชชาติ

ชัชชาติ พรีเซนต์ทีมงาน ผสานจุดแข็ง ‘รุ่นใหม่-รุ่นเก๋า’ เอาผลประโยชน์คนกรุงฯ เป็นที่ตั้ง

 

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 17 สมัยที่ 2 เข้าร่วม ‘พิธีเข้ารับตำแหน่งและมอบหมายงานในหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร’ อย่างเป็นทางการ โดยเดินทางมาถึงเมื่อเวลา 10.32 น. ท่ามกลางข้าราชการตั้งแถวรอต้อนรับ โดยร่วม ‘พิธีเข้ารับตำแหน่งและมอบหมายงานในหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร’ ที่ห้องรัตนโกสินทร์ เมื่อเวลา 11.00 น.

ต่อด้วยการเข้าประชุมหารือข้อราชการ ร่วมกับ ปลัดกรุงเทพมหานคร และรองปลัดฯ ที่ห้องอมรพิมาน ก่อนออกมานำแถลงเปิดตัวทีมงานคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร

บรรยากาศเวลา 11.17 น. ที่บริเวณสนามหญ้า ด้านหน้าหอพระพุทธนวราชบพิตร นายชัชชาตินำแถลงเปิดตัวทีมงาน ‘คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร’ โดยกล่าวว่า ขอบคุณที่มาในการเริ่มงานวันแรกของเรา ฤกษ์ดีมีชัยวันที่ 9 ส่วนที่ผู้บริหารของเรา อาจจะมีการปรับนิดหน่อย ตนก็เป็นผู้ว่าเหมือนเดิม มี รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 4 ราย ได้แก่ รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล (ดูแลด้านโครงสร้างพื้นฐาน โครงข่ายจราจร และการระบายน้ำ), รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช (ด้านสาธารณสุข การแพทย์ และการจัดการภัยพิบัติ), นายศานนท์ หวังสร้างบุญ (ด้านการศึกษา พัฒนาสังคม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว และ นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ อดีตที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร (Chief Sustainability Officer: CSO)

“โดยส่วนใหญ่แล้วจะทำหน้าที่เดิม ส่วนนายพรพรหม ก็จะเข้ามาทำหน้าที่ของ รองฯ จักกพันธ์ุ เมื่อปีที่แล้ว แต่อาจจะมีแบ่งย่อยๆ พวกสำนักงานบางส่วนเพื่อจัดรูปให้เป็นเรื่อง digital ต่างๆ ให้มีความสอดคล้องกัน” นายชัชชาติกล่าว

Advertisement

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ส่วนที่ปรึกษาจะมี 2 ส่วน คือ ‘ที่ปรึกษาที่เป็นตำแหน่งการเมือง’ 9 ตำแหน่ง และ ที่ปรึกษาที่แต่งตั้งตามมาตรา 49 (3) ซึ่งเป็น ‘ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ’

“ที่ปรึกษาการเมือง คือมีเงินเดือน เป็นข้าราชการการเมือง ซึ่งมีอยู่ 9 ราย โดยมี นายจักกพันธ์ุ ผิวงาม (อดีตรองผู้ว่าฯ) เป็นประธานที่ปรึกษา ซึ่งจะดูภาพรวมทั้งเรื่องงบประมาณ การประสานงานกับ ส.ก. การขับเคลื่อนตามนโยบายลงเขตต่างๆ รวมถึงดูเรื่องหาบเร่แผงลอยด้วย” นายชัชชาติกล่าว

ส่วน ‘ที่ปรึกษา’ อีก 8 ราย ดังนี้

  1. พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ดูเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น การปราบส่วน และความโปร่งใสของข้าราชการในพื้นที่ต่างๆ
  2. ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ที่ช่วยเรามาตั้งแต่สมัยที่แล้วในเรื่องการศึกษา ขับเคลื่อนเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
  3. พล.อ.อ.นพ.ทวีพงษ์ ปาจรีย์ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพล ที่กรุณามาช่วยด้านการสาธารณสุข ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนงาน ร่วมกับ อาจารย์ทวิดา
  4. ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ ซึ่งจะช่วยดูในเรื่องผู้พิการ ที่จะต้องขับเคลื่อน ไม่ว่าการจ้างงาน การเดินทาง การอบรม ให้ความรู้พฤติกรรมต่างๆ
  5. นายเอกวรัญญู อัมระปาล อดีตโฆษก กทม.ซึ่งจะทำเรื่องการสื่อสาร คราวที่แล้วเป็นผู้ช่วยเลขาฯ ด้วย
  6. น.ส.ดนุดา จิวจินดา ซึ่งทำเรื่อง Traffy Fondue ได้ดีมากเมื่อสมัยที่แล้วทำให้เป็นตัวหลักในการกระจายอำนาจให้แก่ประชาชน ปีนี้ก็จะมาช่วยขยายผลต่อให้เป็นในเชิงรุก เพื่อนเสริมการกระจายอำนาจให้แก่ประชาชนมากขึ้น
  7. น.ส.ลัพธวรรณ ลีรพงษ์กุล คือคนที่ดูเรื่องชุมชนอย่างละเอียด เฉพาะกลุ่มเปราะบางและชุมชนแออัด บ้านมั่นคงต่างๆ
  8. น.ส.ณัฐพัชร ทวีวรรณบูลย์ ที่ดูในเรื่องกฎหมาย ซึ่งเรามีกฎหมายต่างๆที่จะต้องปรับปรุงรวมถึงการออกข้อบัญญัติต่างๆ

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า สำหรับ ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ จะมี นายต่อศักดิ์ โชติมงคล เป็นประธานที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ดูแลเรื่องเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ต่างๆ นอกจากนี้ จะมีผู้ทรงคุณวุฒิ ประมาณ 18 ราย (ซึ่งจะมีรายชื่อออกมาภายในวันพรุ่งนี้) อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการเมืองแล้ว แต่จะเป็นผู้มีประสบการณ์ในด้านต่างๆ เช่น ด้านสาธารณสุข ที่เพิ่มเติมเข้ามา ด้านเศรษฐกิจเมือง ที่จะเข้ามาช่วยเราในเชิงยุทธศาสตร์

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ส่วน ‘เลขาผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ‘ ได้แก่ นายคุณานพ เลิศไพรวัลย์ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นผู้ช่วยเลขาฯ  รวมถึง ผู้ช่วยเลขาฯ ได้แก่ นายสิทธิชัย อรัณยกานนท์ ซึ่งจะช่วย พล.ต.อ.อดิศร์ ดูแลเรื่องเทศกิจ มอเตอร์ไซค์ การผิดกฎจราจร, นายยุทธนา ปัญจธนศักดิ์ ช่วยนายวิศณุ รองผู้ว่าฯ, น.ส.ภาพพิมพ์ พิมมะรัตน์ ช่วยนายคุณานพ (เลขาฯ) ดูด้านนโยบาย และ น.ส.นริศรา สื่อไพศาล ที่จะช่วยดูในเรื่องการสื่อสารมวลชน

นายชัชชาติกล่าวว่า จะเห็นได้ว่าทีมของเรามีคนรุ่นใหม่เข้ามาเยอะ เชื่อว่าถึงเวลาแล้ว ที่ต้องผ่องถ่ายให้คนรุ่นใหม่ ที่มีความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง และมีผู้มีประสบการณ์ อย่างนายจักกพันธ์ุ และ นายต่อศักดิ์ ช่วยกำกับและประสานงานด้วย

“เมื่อสักครู่ ได้คุยกับปลัด ,รองปลัดฯ ว่า ต้องเอาจุดแข็งของแต่ละส่วนมา อย่างผู้บริหารที่อาวุโสก็จะมีประสบการณ์เยอะ ส่วนน้องคนรุ่นใหม่ ก็จะมีความคิดใหม่ๆ ก็เอาจุดแข็งมารวมกัน แล้วพยายามสร้างผลประโยชน์ให้กับกรุงเทพมหานครให้ได้มากที่สุด”นายชัชชาติกล่าว

“ส่วนงานวันแรก หัวใจแรก คือต้อง ถอด 261 นโยบาย ออกมาเป็นแผนปฏิบัติงาน หรือ action plan แล้วกำหนดตัวชี้วัด ให้ข้าราชการ ลูกจ้าง ทุกคนทั้ง 70,000 คน ต้องรู้หน้าที่ตัวเอง ตื่นขึ้นมาแล้วรู้ว่าต้องทำอะไร” นายชัชชาติเผย

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า อาจจะมีโครงการต่างๆ ที่ค้างมา เช่นการออกกฎระเบียบต่างๆ อาทิ เรื่องศูนย์เด็กเล็ก, ศูนย์บริการสาธารณสุข การปรับระบบรอนัดหมอต่างๆ ที่ต้องเร่งทำ

“100 วันแรกแต่ละโครงการ ก็จะมีความก้าวหน้า ขึ้นมา รวมทั้งเรื่องที่ค้างมาจากสมัยในช่วงหาเสียง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคนที่ยังกังวล ความทุจริตโปร่งใสเกี่ยวกับลู่วิ่ง ที่ต้องไปดำเนินการต่ออย่างเข้มงวด เรื่องการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ โรงขยะอ่อนนุช เรื่องจีนเทา เรื่องต่างด้าวที่เข้ามาแย่งงานเรา เหล่านี้ต้องเร่งหยิบมา ดำเนินการเพื่อให้ตอบโจทย์ประชาชนให้มากที่สุด” นายชัชชาติเผย