‘โบว์ ณัฏฐา’ อัดปี 2020 แล้ว ถึงเวลา ‘รักวัวให้ผูกรักลูกให้ฟัง’ หมดยุคกะลาครอบน่ารักดี

‘โบว์ ณัฏฐา’ อัดปี 2020 แล้ว ถึงเวลา ‘รักวัวให้ผูกรักลูกให้ฟัง’ หมดยุคกะลาครอบน่ารักดี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) นักเรียนกลุ่มบอดินไม่อินเผด็จการ ร่วมกับกลุ่มนักเรียนเลว องค์กรนักเรียน 6 องค์กร ครู และนักกิจกรรมกว่า 200 คน จัดกิจกรรมปราศรัยทุบกะลาตาสว่าง

ต่อมาเวลา 18.34 น. น.ส.ชุมาพร แต่งเกลี้ยง นักกิจกรรม กล่าวว่า ระบบชายเป็นใหญ่ในสังคมนั้นไม่ถูกต้อง เรารับไม่ได้กับการที่ครูล่วงละเมิดเด็กแต่ยังสอนในโรงเรียนอยู่ รูปแบบการกระทำของครูคือการลอยตัวเหนือความผิด และการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่จับบุคคลเหล่านี้ถือเป็นว่าช่วยเหลืออาชญากรให้พ้นผิด และจากการชุมนุมวันนี้ สิ่งที่โรงเรียนและตำรวจทำ คือการผลักเด็กให้เจออันตราย เพราะต้องจัดชุมนุมข้างถนน แต่หน้าที่ของผู้ใหญ่คือการสร้างโลกให้กับเด็ก ไม่ใช่สร้างโลกที่เหมาะสมกับเผด็จการ สิ่งเหล่านี้คือหน้าที่ของโรงเรียนและตำรวจต้องทำให้นักเรียน

ด้าน น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง กล่าวว่า ตนขอตั้งคำถามกับผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทรเดชา ว่าถ้านักเรียนต้องการพูดปัญหาการศึกษาแล้วปิดโรงเรียนทำไม เด็กต้องมีสิทธิ 4 ข้อด้วยกันคือ มีสิทธิในการมีชีวิตอย่างปลอดภัย มีสิทธิที่ได้รับการปกป้องจากความรุนแรงทั้งร่างกายและจิตใจ มีสิทธิในการศึกษา และมีสิทธิในการมีส่วนร่วมแสดงออกและรับฟัง แต่ผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทรเดชาได้ออกคำสั่ง ละเมิดสิทธิเด็ก ทำให้เด็กไม่มีความปลอดภัย จนต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมาดูแลความปลอดภัยของนักเรียนแทนโรงเรียน

“การที่ผู้ใหญ่คิดว่าการด่า การตีคือวิธีการที่ถูกต้อง ผมทรงกะลาครอบนั้นน่ารักดี เรื่องเหล่านี้ต้องจบ เพราะพวกเรากำลังทุบกะลานั้นแล้ว ซึ่งปัจจุบันยังมีนักเรียนอีกมากที่ถูกละเมิดและไม่รู้จะทำอย่างไร จึงขอฝากให้เยาวชนร่วมกันแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ผู้ใหญ่ควรแก้ไขด้วย และอยากให้เยาวชนอดทนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง การสื่อสารที่สร้างสรรค์ที่น้องๆ ทำอยู่จะทำให้ไปได้ไกล และอยากจะฝากถึงผู้ใหญ่ว่าปีนี้ปี 2020 คำว่ารักวัวให้ผูกรักลูกให้ตีนั้นเชยแล้ว ขอเสนอใหม่ว่า รักวัวให้ผูกรักลูกให้ฟัง” น.ส.ณัฏฐากล่าว

ต่อมาเวลา 19.00 น. มีการแสดงจากนักเรียนราชบพิธพิชิตเผด็จการ ที่เล่าถึงเหตุการณ์การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ พ.ศ.2553 หรือการชุมนุมของคนเสื้อแดง ที่มีผู้เสียชีวิตและสูญหายกว่า 90 ราย ซึ่งฆาตกรที่กระทำการนี้ไม่ได้รับการลงโทษแต่อย่างใด พร้อมกับยืนระลึกถึงวีรกรรมของกลุ่มคนเสื้อแดงและผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 1 นาที

เวลา 19.12 น. ผู้ชุมนุมนำโบสีขาวไปผูกหน้าโรงเรียนเพื่อแสดงว่าโรงเรียนนั้นเป็นของนักเรียน พร้อมกับตะโกนและชูสามนิ้วว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นักเรียนผูกโบ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอให้นักเรียนยืนชิดถนนเพราะกังวลว่านักเรียนจะถูกรถชน ซึ่งแกนนำได้เรียกร้องให้โรงเรียนเปิดประตู เพราะนักเรียนอาจจะถูกรถชน ไหนว่าโรงเรียนนั้นเป็นบ้านหลังที่สองของนักเรียน พร้อมตะโดนด่าว่าผู้อำนวยการโรงเรียนว่า “ขี้ข้าเผด็จการ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 19.29 น. แกนนำได้ยุติการชุมนุม พร้อมกับประกาศว่าจะหยุดเรียนวันจันทร์ เพราะต้องการสื่อว่าเมื่อโรงเรียนปิดประตูโรงเรียนไม่รับนักเรียนเข้าไป นักเรียนจะไม่เปิดประตูเข้าเรียนเช่นกัน พร้อมกับตะโกนขับไล่ผู้อำนวยการโรงเรียน และขอความร่วมมือให้ผู้ชุมนุมช่วยกันเก็บขยะด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มบอดินไม่อินเผด็จการ จี้ถาม ผอ. กลัวอะไรให้หยุดเรียน น.ร.ไม่มีอำนาจแค่มาจัดกิจกรรม

‘ครูขอสอน’ ขึ้นเวทีบอดินฯ ปลุกเพื่อนร่วมอาชีพ อย่ากลัวเสียงเด็ก กล้าหาญปกป้องนักเรียน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เปิดฉากแข่งขันเรือใบชิงชนะเลิศประเทศไทย 2020 วันแรก
บทความถัดไป‘จุรินทร์’เดินหน้าประกันรายได้ปี2 ฝากเกษตรกรเป็นทัพหน้า แจ้งนโยบายถึงเพื่อนเกษตรกร