‘ขอชาวโลกพิทักษ์ออง ซาน ซูจี’ กระหึ่มหน้าสถานทูตเมียนมา สน.ยานนาวา ตรึงกำลัง

‘ขอชาวโลกพิทักษ์ออง ซาน ซูจี’ กระหึ่มหน้าสถานทูตเมียนมา สน.ยานนาวา ตรึงกำลัง

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย ถนนสาทรเหนือ เขตบางรัก กรุงเทพฯ กลุ่ม We Volunteer หรือวีโว่ นัดหมายรวมตัวจากกรณีเกิดรัฐประหารในเมียนมา ในเวลา 15.30 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศตั้งแต่เวลาราว 14.20 น. มีประชาชนกลุ่มหนึ่งเดินทางมารอคอยร่วมกิจกรรม จับกลุ่มพูดคุยและนั่งรวมตัวบริเวณบันไดหน้าอาคาร วอง จิวเวอรี่ จำกัด ข้างสถานทูต โดยมีการเปิดเพลง ‘ออง ซาน ซูจี’ ของคาราบาวดังกระหึ่ม

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ยานนาวา และตำรวจสันติบาลนับสิบนายตรึงกำลัง โดยยืนตั้งแถวขวางหน้าประตูสถานทูต

อ่านข่าว : มิน อ่อง ลาย ผบ.สูงสุด เมียนมา ยึดอำนาจแล้ว อ้างเหตุมีโกงเลือกตั้ง
จับตาปฏิวัติ! ทหารเมียนมารวบตัวซูจีพร้อมผู้นำพรรคเอ็นแอลดีแล้ว

เวลา 14.40 น. ชาวเมียนมากลุ่มหนึ่งสวมใส่เสื้อและหมวกสีแดง สกรีนภาพนางออง ซาน ซูจี รวมทั้งข้อความ Vote NLD 2020 และถือภาพถ่ายนายพลออง ซาน และนางซูจี พร้อมเปล่งเสียงเป็นภาษาพม่า

หญิงชาวเมียนมารายหนึ่งกล่าวว่า ‘เราต้องการแม่ซูจีคนเดียว คนอื่นเราไม่ต้องการ’ จากนั้น ชายชาวเมียนมาอีกราย กล่าวเป็นภาษาไทยว่า ใครชอบรัฐบาลทหารบ้าง ตนไม่ชอบ ไม่ต้องการ ที่ผ่านมาไม่เคยยุ่งการเมือง แต่วันนี้ดูข่าวตอนเช้าแล้วเจ็บใจมาก จึงต้องออกมา ตอนนี้ใจสั่นแล้ว อายุยังน้อย แต่ก็ต้องออกมา

บรรยากาศเวลาราว 15.00 น. ชาวเมียนมาและกลุ่มคนไทยยังคงทำกิจกรรมหน้าอาคารวอง จิวเวอรี จำกัด โดยชาวเมียนมาได้แจกหน้ากากอนามัยพิมพ์ลายพรรคเอ็นแอลดี และภาพนางซูจีแก่ทั้งชาวเมียนมาและคนไทย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ยานนาวา ยังคงตรึงกำลังหน้าประตูสถานทูต โดยไม่ได้เข้ามาเจรจาหรือกระทำการใดๆ ต่อกลุ่มผู้ชุมนุม

เวลา 15.03 น. ชาวเมียนมาเคลื่อนขบวนจากอาคารวอง จิวเวอรี่ จำกัด มายังหน้าประตูสถานทูต

อ่านข่าว : สหรัฐ จี้ กองทัพเมียนมา ปล่อยตัว ซูจี ขู่จัดการคนอยู่เบื้องหลัง
มองท่าที ชาติ ‘อาเซียน’ กับ ‘รัฐประหารในพม่า’

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ข่าวดี! ผู้ว่าฯสมุทรสาคร รู้สึกตัว ยิ้มตอบสนองภรรยา ย้ายออกจากห้องความดันลบแล้ว
บทความถัดไปแอมเนสตี้ แถลงกรณีซูจีถูกจับกุม จี้กองทัพปฏิบัติตามกม.และหลักสิทธิมนุษยชน