‘สถาบันปรีดีฯ’ จัดเสวนา ‘รัฐธรรมนูญเพื่อปชต.ที่สมบูรณ์’ ‘อ.อนุสรณ์’ ชี้ โหวตวาระ 3 ต่อได้ เพราะอำนาจสถาปนาเป็นของปชช. ชวน ส.ว.เปลี่ยนข้าง ไม่ต้องห่วงหนี้บุญคุณ ‘ตู่-ป้อม’ ประกาศฝ่าแผนเตะถ่วงซื้อเวลา ให้ได้รธน.ของประชาชน ด้าน ‘อ.วรรณภา’ แนะหาฉันทามติของสังคม – ปชช.มีส่วนร่วมทำรธน. ซัด ฉบับ ‘60 เป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจ ปชช.ไม่ศรัทธา
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 มีนาคม ที่ TCDC อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก กรุงเทพฯ สถาบันปรีดี พนมยงค์ จัดกิจกรรม PRIDI Talks 9 x CONLAB เสวนาในหัวข้อ ‘รัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตยที่สมบูรณ์’ ร่วมเสวนาโดย ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ ดร.วรวิทย์ กนิษฐะเสน อดีตเอกอัครราชทูต ผศ.ดร.วรรณภา ติระสังขะ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้ก่อตั้งเครือข่ายรัฐธรรมนูญก้าวหน้า (CONLAB)
ดร.วรวิทย์ กล่าวว่า นายปรีดี เป็นคนที่รักสันติ และหลังทำการอภิวัตน์สยาม ก็ได้คืนอำนาจให้ประชาชน ส่วนหนึ่งต้องย้อนดูการอภิวัฒน์ฝรั่งเศส เมื่อปี ค.ศ. 1788 ที่พระเจ้าหลุ่มที่ 16 ได้รับรายงานจากฝ่ายเสนาบดีว่าเงินในพระคลังใกล้หมด เพราะใช้ไปอย่างฟุ่มเฟื่อยทั้งการสร้างพระราชวังแวร์ซาย และการทำสงคราม เมื่อไม่มีเงินจึงต้องเรียกประชุมฐานันดรต่างๆ เพื่อเก็บภาษีเพิ่มขึ้นจากฐานันดรที่ 3 แต่ในช่วงนั้นประชาชนยากจนมาก ไม่มีอะไรจะกิน ต่อมาจึงเรียกร้องให้มีรัฐธรรมนูญจนได้รัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 1789 ที่พูดถึงสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ หลังจากเหตุการณ์นี้ประชาชนก็ยังเรียกร้อง และเกิดความชุลมุนขึ้นภายใน ส่วนประเทศเพื่อนบ้านก็มีทีท่าว่าจะบุกฝรั่งเศส ทำให้นักปฏิวัติทำกิโยตินตัดคอจนมีคนตายกว่า 1 หมื่นคน ต่อมาวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ.1789 ได้มีการบุกทลายคุกบาสตีย์ จากนั้นก็เกิดการจับอาวุธสู้กัน จนทำให้การเกิดการนองเลือด เพราะไม่มีการประสานงานกันระหว่างกลุ่มต่างๆ ต่างคนต่างเข้าใจกันคนละอย่าง ในที่สุดนโปเลียนได้ขึ้นมายึดอำนาจ และก้าวขึ้นเป็นจักรพรรดิ ซึ่งได้ก่อให้มีประมวลกฎหมายแพ่งของนโปเลียน ซึ่งกล่าวถึงสิทธิต่างๆ และแนวความคิดของความเสมอภาค ที่มีอิทธิพลต่อประมวลกฎหมายแพ่งของเยอรมัน ประมวลกฎหมายแพ่งญี่ปุ่น และของไทย นี่คือมรดกของการปฏิวัติฝรั่งเศส
ด้าน ผศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญไม่สามารถทำให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยได้ แต่สามารถเป็นกติกาสูงสุดที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างประชาชน และรัฐบาล หากมีรัฐธรรมนูญที่มีพื้นฐานประชาธิปไตย ก็จะทำให้เกิดประชาธิปไตยสมบูรณ์ได้ บางคนบอกว่า ให้มองประเทศพม่าเปรียบเทียบกับไทย แต่ทำไมเราไม่เปรียบเทียบกับประเทศที่เจริญแล้ว ให้เปรียบเทียบว่า สังคมไทยต้องอยู่แถวหน้าของเอเชีย ต้องมีความก้าวหน้า สังคมเศรษฐกิจแบบยุโรป ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันของคณะราษฎร วันนี้เราไม่อาจะบอกว่าเราเป็นประชาธิปไตย แต่เมื่อดูรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็พบว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เปิดทางให้มีแต่งตั้ง ส.ว. 250 คน และนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาจากประชาชน ดังนั้น เราต้องทำให้ทุกคนมีเสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาต่อสู้เรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 อย่าหวังว่าบ้านเมืองนี้จะดีขึ้น นายปรีดี กล่าวชัดเจนว่า ประชาธิปไตย จะอยู่มั่นคงได้ ต้องมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย
ผศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาชัดว่า รัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนอำนาจการสถาปนาเป็นของประชาชน ซึ่งเราจะไม่สนใจเจตนาของส.ว. และส.ส.ที่ยุบพรรคตัวเองเพื่อไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ผ่านมาเรามีความอดทนพอที่จะต่อสู้บนหลักการ และกฎหมาย ดังนั้นเมื่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า รัฐสภามีสิทธิแก้ไขได้ นั่นหมายความว่าวันที่ 17-18 มีนาคม รัฐสภาต้องเดินหน้าวาระ 3 จะแก้ได้หรือไม่ได้ไม่เป็นไร ถ้าส.ว. คว่ำการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราก็จะได้รู้ว่าใครมีจุดยืนแบบใด และพรรคการเมืองที่ประกาศจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่กลับไปร่วมตั้งรัฐบาลนั้น จะทำอย่างที่ประกาศไว้หรือไม่ แม้ว่า คนจำนวนมากคาดว่ารัฐธรรมนูญจะถูกคว่ำสูงมาก แต่เราก็จะรณรงค์ ต่อสู้ต่อให้รัฐบาลทำประชามติ ถามประชาชนว่า ต้องการรัฐธรรรมนูญหรือไม่ หากเรามองโลกในแง่ดีว่าจะมี ส.ว. 1 ใน 3 เปิดทางให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเห็นแก่การที่สังคมไทยไม่ต้องขัดแย้งรัฐธรรมนูญอีก ตนจะขอคารวะอย่างยิ่ง ทั้งนี้จะมีไม่มีหรือไม่เราไม่ทราบ แต่หวังว่า จะมีคนแบบนี้อยู่บ้าง ส.ว. ไม่ต้องรู้สึกผิด ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เลือกคุณมาเป็นส.ว. เพราะคุณได้ตอบแทนไปตอนเลือกมาเป็นนายกฯ แล้ว ต่อจากนี้ให้มาทำหน้าที่เพื่อปประชาชนได้หรือไม่
“สิ่งที่เราหวังไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน เพราะถ้าง่าย ไทยคงเป็นประเทศที่เจริญไปนานแล้ว ดังนั้น ตนจึงของเสนอร่างโมเดลการสร้างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดการฉีกรัฐธรรมนูญอีก เราจะฉลองกัน 7 วัน 7 คืน เหมือนคณะราษฎรที่ฉลองตอนมีรัฐธรรมนูญ ตนเสนอว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องมาจากตัวแทนประชาชนโดยตรง และเปิดเวทีหารือ ที่พูดคุยด้วยเหตุด้วยผล ซึ่งจะลดความขัดแย้งลงมาก เยาวชนคนหนุ่มสาวที่ออกมาเรียกร้องก็มาช่วยกันได้ สิ่งสำคัญคือการกำหนดกรอบเวลา เพราะมีคนชอบซื้อเวลา”
ผศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาความรุนแรงที่เกิดขึ้นก็เกิดจากคนมีอำนาจรัฐ และการใช้อำนาจรัฐไปจัดตั้งมวลชนมาก่อความรุนแรง และหาเหตุในการปราบ กรณีของเมียนมาที่อ้างว่า มีการโกงการเลือกตั้ง ทั้งที่พรรคเอ็นแอลดี ชนะเด็ดขาด พอรัฐประหารแล้วประชาชนก็ออกมาอารยะขัดขืน จนถูกกระทำความรุนแรง เพราะประชาชนเชื่อว่าถ้าไม่สู้ เมียนมาจะไม่มีทางไม่เปลี่ยนแปลง และไม่ต้องการให้เมียนมากลับไปเหมือน 50 ปีที่แล้ว และการลิ้มรสประชาธิปไตย 4 ปี นั้นได้ทำให้เรียนรู้ว่า ประชาธิปไตยให้โอกาสพวกเขามากทึ่สุด การต่อสู้ในเมียนมามีผลอย่างสำคัญต่อประชาธิปไตยไทย หากพล.อ.อาวุโส มินอ่องหลายล้มลง พลังประชาธิปไตยในอาเซียนจะเข้มแข็งขึ้น และทำให้บรรดานักรัฐประหารทั้งหลายได้รู้สึกว่า อย่าประมาทพลังประชาชน
“เราจะไม่ยอมแพ้ต่อการเตะถ่วงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราจะเคลื่อนไหวและต่อสู้อย่างสันติ เพื่อให้ประเทศนี้เป็นของประชาชน เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนได้รับการสถาปนา ให้เกิดขึ้นภายใน 2 ปีนี้ ตลอด 89 ปี ของประชาธิปไตยไทย เราต้องไปคิดดูว่า การต่อสู้เมื่อ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 และ พฤษภาคม 2535 เหตุใดเราถึงไปถึงความเปลี่ยนแปลงที่มีนัยยะสำคัญ และไม่ได้พลิกโฉมประเทศไทย เราจะทำอย่างไรให้ขบวนการประชาธิปไตยประสบความสำเร็จ” ผศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าว
ขณะที่ ผศ.ดร.วรรณภา กล่าวว่า ปัญหาของการปกครองโดยกฎหมายของไทย ทำไมจึงยอมรับการรัฐประหารเรื่อยมา ทั้งที่รัฐธรรมนูญเขียนความเป็นสูงสุดของรัฐธรรมนูญไว้ เช่น รัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่ทำเหตุใดประกาศคณะปฏิวัติ ทำรัฐประหารจึงสามารถฉีกรัฐธรรมนูญได้ นั่นเป็นเพราะว่าคณะปฏิวัติได้มีคำพิพากษาฎีการับรองไว้มาอย่างยาวนาน ที่ระบุว่า คณะปฏิวัติยึดอำนาจการปกครองประเทศไทยได้เป็นผลสำเร็จ หัวหน้าคณะปฏิวัติย่อมเป็นผู้ปกครองบ้านเมือง ข้อความใดที่หัวหน้าคณะปฏิวัติสั่งบังคับกับประชาชนก็ต้องถือว่าเป็นกฎหมาย จึงทำใมีผลการรับรองการทำปฏิวัติเรื่อยมา
ผศ.ดร.วรรณภา กล่าวว่า รัฐธรรมนูญอาจจะเป็นเครื่องมือในการสร้างประชาธิปไตย แต่อย่าถูกใครหลอกว่ามีรัฐธรรนูญแล้วจะเป็นประชาธิปไตย สิ่งสำคัญคือ รัฐธรรมนูญต้องเป็นฉันทามติของคนในสังคม ปัญหาของเราคือไทยยังไม่มีฉันทามติว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีตำแหน่งแห่งที่อยู่ตรงไหน แม้ว่าจะมีคนพยายามพูด แต่ก็มีคนปิดปากไม่ให้พูด แต่เราควรจะถึงเวลาที่จะพูดคุยกันว่า ฉันทามติของคนในสังคมคืออะไร เพราะรัฐธรรมนูญเป็นตัวกำหนดโครงสร้างทางการเมือง ที่จัดสรร และการวางตำแหน่งแห่งที่ทางการเมืองไว้อย่างสมดุล รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่สอดคล้องกับภูมิสังคมของประเทศ ไม่ปรับตัว ไม่ยืดหยุ่น และไม่อยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจกัน กลายเป็นเพียงกฎหมายลายลักษณ์อักษรที่ขึ้นอยู่กับการตีความของผู้มีอำนาจ ว่าจะอธิบายอย่างไร ประชาชนจึงไม่ศรัทธา หรือรู้สึกความเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ รวมถึงไม่เกิดดุลอำนาจที่สมดุล
ผศ.ดร.วรรณภา กล่าวว่า ดังนั้น รัฐธรรมนูญในอนาคต ควรจะออกแบบรัฐธรรมนูญให้เป็นทั้งเครื่องมือที่เป็นทางการ และเครื่องมือที่ไม่เป็นทางการ คือรัฐธรรมนูญต้องเป็นกฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษร และมีเนื้อหาสาระที่ก่อให้เกิดสิทธิพลเมือง มีเนื้อหาเคารพสังคมพหุนิยม ที่มีความคิดเห็นที่หลากหลาย นอกจากนี้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญต้องให้ทุกคนมีส่วนร่วม เพื่อสร้างความเป็นเจ้าของร่วมกัน ซึ่งจะทำให้การฉีกรัฐธรรนูญเกิดขึ้นไม่ได้อีกต่อไป แนวคิดประชาธิปไตยสมบูรณ์ของนายปรีดี สามารถนำมาปรับใช้ได้เพื่อให้สอดคล้องกับสังคมปัจจุบัน เพราะนายปรีดี ได้พูดเรื่องการสร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ผ่าน 1.การเมืองที่เป็นประชาธิปไตย 2.เศรษฐกิจที่เป็นประชาธิปไตย และ 3.สังคมวัฒนธรรมที่เป็นประชาธิปไตย
ผศ.ดร.วรรณภา กล่าวว่า การเมืองที่เป็นประชาธิปไตย เราควรจะมีระบบการเลือกตั้งที่สามารถคัดสรรคนที่จะเป็นตัวแทนของประชาชน รวมถึงการมีองค์กรทางการเมืองที่มีดุลยภาพ และสามารถถูกตรวจสอบได้ ซึ่งรวมถึงศาลด้วย นอกจากนี้พรรคการเมืองสามารถทำให้เกิดประชาธิปไตยได้ เพราะเป็นตัวเชื่อมนโยบายกับประชาชน ดังนั้นการยุบพรรคจึงเป็นการทำลายอุดมคติบางอย่างของคนในสังคม เศรษฐกิจที่เป็นประชาธิปไตย สามารถสอดแทรกใส่ในรัฐธรรมนูญได้ เช่น การเก็บภาษีหลายรูปแบบ ค่าแรงที่เพียงพอ การมีรัฐสวัสดิการ และการศึกษาที่มีคุณภาพ ส่วนสังคมวัฒนธรรมที่เป็นประชาธิปไตย ในเรื่องของความเป็นพลเมืองคนเท่ากัน ไม่ได้หมายความในเชิงกฎหมายเท่านั้น และควรเคารพความแตกต่างหลากหลาย เพราะการผูกกับความเป็นศาสนาบางอย่างเข้ากับสังคมวัฒนธรรมที่เป็นกลาง จะทำให้รัฐผลักความเชื่อทางศาสนาอื่นๆ ออกไปด้วย ควรเปิดโอกาสให้มีความคิดที่หลากหลาย
“ดังนั้น แนวคิดที่สำคัญคือการทำให้ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ที่เกิดจากการเมืองที่มีความเป็นประชาธิปไตย ผ่านระบบกฎหมายภายใต้หลักนิติรัฐ ภายใต้การตรวจสอบ และภายใต้โครงสร้างทางอำนาจของรัฐธรรมนูญที่สมดุล เพื่อให้ดุลยภาพการเมืองเดินต่อไปด้วย” ผศ.ดร.วรรณภา กล่าว
อ่านข่าวต่อที่เกี่ยวข้อง
- “ยิ่งชีพ” ชี้วาระสาม ส.ว.อ้างสารพัดเหตุคว่ำ เพราะกลัวอำนาจประชาชน
- “ไอติม” ชง 3เสาหลัก ทำรธน.ใหม่ ชี้ “ต้องพ้นวิกฤต-เป็นปชต.-ก้าวทันโลก”

