“แน่งน้อย” ผู้แจ้งจับเด็กม.3 ด้วยคดี112 กำลังเจอดราม่า ฉีดวัคซีนเข็ม 3 ก่อนใคร?

ภาพจาก FB - Nangnoi Noi Assawakittikorn
“แน่งน้อย” ผู้แจ้งจับเด็กม.3 ด้วยคดี112 กำลังเจอดราม่า ฉีดวัคซีนเข็ม 3 ก่อนใคร?

กำลังเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ในจังหวัดพิษณูโลก จากข่าวมี บุคคลอ้างว่ามีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาของนายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ไปขอให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มที่ 3 โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ศูนย์รับฉีดวัคซีน หอประชุมศรีวชิรโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อ.เมือง จ.พิษณุโลก

ต่อมานาย ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล พร้อมสมาชิกพรรคจำนวนหนึ่ง เดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกพิจารณาและตรวจสอบกรณีข้อกล่าวหานางแน่งน้อย อัศวกิตติกร แทรกแซงการได้รับวัคซีนโควิด-19 ของ จ.พิษณุโลก ซึ่งได้รับแจ้งข้อมูลข่าวสารของเพจเฟซบุ๊กและสำนักข่าวใน จ.พิษณุโลก เป็นจำนวนมาก กรณีนางแน่งน้อย อัศวกิตติกร ซึ่งมีการพาดพิงว่าดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้รับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็มที่ 3 โดยที่ไม่ได้เป็นกลุ่มเสี่ยง หรือบุคลากรทางการแพทย์ และมีการร้องเรียนถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สร้างความลำบากให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข

“การกระทำดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความกังวลจากบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนในเรื่องของการฉีดวัคซีน เนื่องจากประชาชนและบุคลากรด่านหน้าหลายคนยังไม่ได้รับวัคซีนเพียงพอ และอยู่ในความเสี่ยงจากการติดเชื้อในการปฏิบัติหน้าที่ทุกวัน” นายปดิพัทธ์ ระบุ

“มากกว่านั้น ประชาชนทุกฝ่ายรู้สึกไม่สบายใจและไม่พอใจ เกิดการตั้งคำถามถึงจังหวัดพิษณุโลกว่าทำไมจึงมีการจัดสรรวัคซีนโดยไม่เป็นธรรมและไม่ทั่วถึง ประชาชนส่วนใหญ่เกิดความเศร้าและสิ้นหวังที่ตนเองและลูกหลาน เพื่อนฝูงที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนยังไม่ได้รับวัคซีนครบถ้วน บางคนยังไม่เคยรับเลยแม้แต่เข็มเดียว แต่กลับมีคนสามารถนำชื่อและตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับผู้ว่าราชการจังหวัดไปขอวัคซีนเข็มที่ 3 ให้กับตนเองได้” ส.ส.พิษณุโลก กล่าวเพิ่มเติม พร้อมยืนยัน ไม่กังวลจะถูกฟ้องกลับ แต่ต้องตั้งคำถามเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ที่พิษณุโลกอีก

เกิดกระแสกดดันอย่างหนัก พูดกันหนาหูในโซเชียลมีเดียกลุ่มต่างๆในพิษณุโลก

ที่สุด นางแน่งน้อย อัศวกิตติกร ออกมาเปิดเผย ยอมรับกับผู้สื่อข่าว ว่าไปรับขอฉีดวัคซีนเข็ม 3 จริง โดย ระบุว่า สาเหตุที่ต้องไปขอฉีดวัคซีนเข็ม 3 เนื่องจากตนเองทำงานด่านหน้ามาโดยตลอด นำสิ่งของต่างๆ จากการบริจาคมามอบให้กับจุดคัดกรอง หรือโรงพยาบาลสนามมาโดยตลอด ด้วยความเป็นผู้สูงอายุที่ผ่านมาการฉีดวัคซีนนั้น ตนเองมีคิวที่จะฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าอยู่แล้ว แต่เนื่องจากช่วงแรกๆ ประชาชนออกมาฉีดวัคซีนน้อย จึงมาช่วยรณรงค์ให้ประชาชนหันมาฉีดวัคซีนให้มากขึ้น ด้วยการไปฉีดวัคซีนซิโนแวคแทนทั้ง 2 เข็ม

“แน่งน้อย” กล่าวอีกว่า มีแพทย์มาบอกตนเองว่าการเป็นผู้สูงอายุ ฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มนั้นไม่ดี อาจเสี่ยงต่อภูมิคุ้มกันเหลือน้อย เนื่องจากเป็นผู้สูงอายุ ตนจึงได้ขอเข้าไปฉีดวัคซีนเข็ม 3 ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าไปแอบอ้างว่าเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกบ้าง หรือไปบีบบังคับบุคลากรทางการแพทย์นั้นก็ไม่จริงแต่อย่างใด ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเป็นคนอ้างใครอยู่แล้ว โดยเฉพาะการทำงานก็ทำด้วยใจและทำเพื่อสังคมมาโดยตลอด

สำหรับ แน่งน้อย อัศวกิตติกร มีบทบาททางการเมือง เป็น เลขาฯ กปปส. พิษณุโลก เคยเป็นอดีตผู้สมัครส.ส.พิษณุโลก พรรครวมพลังประชาชาติไทย มีข่าวดังในสื่อมวลชนหลายครั้ง ในฐานะที่เป็นประธาน ศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์หรือ ศชอ. ในการส่งหลักฐานให้ ปอท.ดำเนินดคี ม.112 นับพันเรื่องปรากฏในหน้าสื่อจากการไปดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีด้วยข้อหาหมิ่นสถาบันกับผู้ที่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองทั้งบุคคลทั่วไปจนถึงแกนนำผู้ชุมนุมที่ปราศรัยบนเวทีม็อบราษฎร ม็อบเยาวชนปลดแอก เช่นทนายอานนท์ เพนกวิน หรือรุ้ง ปนัสยา

ล่าสุดเป็นข่าวดังคือ เยาวชนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ใน จ.พิษณุโลก ถูกแจ้งข้อหาหมิ่นสถาบันฯ ออกโดยสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ลงวันที่ 28 พฤษภาคม มีนางแน่งน้อย อัศวกิตติกร เป็นผู้กล่าวหา ด.ญ. …. (สงวนชื่อ-สกุล)

ศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ ศชอ. โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า

ป้าแน่งอุทิศตนช่วยเหลือผู้ที่ติดโรคโควิด ในจังหวัดพิษณุโลก หาเตียง หาโรงพยาบาล ส่งข้าว ส่งน้ำให้ผู้ที่กักตัวอยู่บ้าน ต้องออกจากบ้านทุกวัน ชีวิตคือเสี่ยงมาก การได้รับวัคซีนเข็ม 3 สำหรับบุคคลากรด่านหน้าที่ออกมาช่วยคนในสังคม มีความผิดด้วยเหรอ ?
(นพดล เลขาฯ ศชอ.)

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คณะกรรมการโรคติดต่อ ‘สงขลา’ ขยายเวลาเรียนออนไลน์ถึง 31 ส.ค.นี้
บทความถัดไปนายกฯ รับมอบวัคซีนบริจาค ไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส แอสตร้าฯ อีก 4.15 แสนโดส (คลิป)