‘ศิริกัญญา’ ซัด ‘บิ๊กตู่’ คลั่งอำนาจ พา ศก.ชาติลงเหว คนตกงาน-หนี้ครัวเรือนท่วมประเทศ เมินเฉย ช่วยคนจน ปล่อยเกิดความเหลื่อมล้ำสุดอัปลักษณ์ นายทุนขนเงินลงทุนต่างประเทศ หน้าบาง ไม่กู้เพิ่ม ห่วงเพื่อนล้อ ‘นักกู้สู้สิบทิศ’ ทำลายฐานเสียงการเมือง
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเพื่อทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ 5 รัฐมนตรี ที่รัฐสภา ในวันแรกนั้น
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ‘สมพงษ์’ อัด ‘ประยุทธ์’ ค้าความตาย คลั่งอำนาจ ขอ ส.ส.ร่วมเจตจำนงให้เจ้าตัวลาออก
- ‘ประเสริฐ’ แฉเอกสาร จัดซื้อซิโนแวค 5 ครั้ง มียอดเงิน ส่วนต่างกว่า 2 พันล้าน
- ‘ชวน’ เตือน ส.ส.ฝ่ายค้าน อย่าด้อยค่าซิโนแวค กลางสภา หวั่นกระทบความสัมพันธ์
- ‘เสรีพิศุทธ์’ อัด 7ปีดีแต่กู้ ‘ประยุทธ์’ สวนทันที เราคิดต่างกัน ท่านแค่ผบ.ตร. ผมเป็นนายก
ต่อมา เวลา 14.10 น. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยข้อกล่าวหาคลั่งอำนาจจนพาเศรษฐกิจชาติต้องลงเหว ขอแสดงความยินดีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ไทยติดอันดับในหลายเรื่อง ทั้งติดอันดับโลกของประเทศที่ฟื้นตัวจากโควิดช้าที่สุดในโลก ธนาคารแห่งประเทศไทยก็บอกว่า เศรษฐกิจจะกลับมาโตในแทร็กเดิม ก่อนโควิดอีกครั้งในปี 2570 แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นนายกฯอยู่ ตนคิดว่าอาจจะต้องนานกว่านั้น นอกจากนี้ Gallup World Poll จัดอันดับว่า แรงงานไทยถูกลดจำนวนชั่วโมงทำงานมากที่สุดในโลก และมีค่าตอบแทนลดลงมีสัดส่วนสูงที่สุดในโลก
ตัวเลขการว่างงานของไทยในไตรมาส 2 ปรากฏว่า อัตราว่างงานลดลงจากไตรมาส 1 ทำให้มีคนว่างงานอยู่ 730,000 คน แต่อัตราการว่างงานของไทยนับคนทำงานแค่ชั่วโมงเดียวด้วย ยังไม่นับคนที่ถูกพักงานจาก โควิด หรือกักตัวด้วย คาดว่า จะสูงถึง 3,400,000 คน ถ้าว่างงานก็คือรายได้เป็นศูนย์ บางคนกลับภูมิลำเนาเพื่อทำการเกษตร ซึ่งก็ใช่ว่า จะดีเพราะราคาสินค้าเกษตรก็ตกหมดทั้งข้าวหอมมะลิ ทุเรียน มังคุด เงาะ แต่ที่ขึ้นสวนทางกับราคาสินค้าเกษตรคือ ราคาปุ๋ย ที่ขึ้นมาตั้งแต่เดือนเมษายน กว่ารัฐมนตรีจะแก้ปัญหาก็ไปช่วงเดือนสิงหาคม เท่ากับว่า ย้ายกลับไปบ้านก็ลำบากจะกลับเข้าเมืองก็น่าจะอดตาย
น.ส.ศิริกัญญา อภิปรายว่า โควิดอยู่กับเรามาเกิน 18 เดือนแล้ว มีคนที่ตกงานตั้งแต่ระลอกแรกจนถึงขณะนี้ยังหางานใหม่ไม่ได้กว่า 170,000 คน เพิ่มขึ้นกว่าก่อนช่วงโควิด-19 ถึง 3 เท่า หากตกงานไปนานๆ ก็จะเริ่มท้อแท้ และออกจากระบบแรงงานไปในที่สุด และตัวเลขเด็กจบใหม่ที่ยังหางานไม่ได้ประมาณ 290,000 คน เพิ่มขึ้นกว่าช่วงโควิด-19 ประมาณ 85,000 คน ตนอธิบายสถานการณ์แรงงานและรายได้ของประเทศนี้ เพื่อที่จะบอกว่า ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ และการแก้ปัญหาแบบนี้ จะทำให้คนแทบทุกคนมีรายได้ลดลง ซึ่งก็คงจะทำให้รายได้ครัวเรือนก็คงจะไม่เพิ่มขึ้น และอาจจะหายไปอีกเกือบ 1 ล้านล้านบาท รวมปี 2563 ถึง 2565 รายได้อาจจะหายไปเกือบ 3 ล้านล้านบาท ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยเรียกว่า หลุมรายได้ แต่ตนขอเรียกว่า เหวรายได้มากกว่า เพราะหลุมมันกว้างและลึก ยากที่จะกระเสือกกระสนขึ้นมาได้ ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารที่ผิดพลาดของรัฐบาล
น.ส.ศิริกัญญา อภิปรายต่อว่า เงินที่รัฐบาลกู้ไปแล้ว 1.5 ล้านล้านบาทนั้น และออกผลของการกู้เป็นแบบนี้ ก็คงต้องบอกว่า ไม่พอที่จะทำให้เหวรายได้ของประชาชนตื้นขึ้น เพราะถูกใช้ไปอย่างสะเปะสะปะไร้ทิศทาง นักบินต้องหันไปขับแกร็บ แอร์ฮอสสเตทต้องหันไปขายเสื้อผ้าออนไลน์ หลายกิจการก็ต้องแพ้ นำเงินเก็บก้อนสุดท้ายควักออกมาใช้หมดแล้ว จึงได้แต่แพ้ แต่สิ่งที่รัฐบาลหยิบยื่นให้อย่างเดียวคือ หนี้ ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ กลับมีกำไรเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่า แถมบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ยังจ่ายปันผลได้เฉลี่ยละ 2.4% ในขณะที่บริษัทเหล่านี้ไม่ได้จ้างงานเพิ่มขึ้นเลย และยังลงทุนลดลงด้วย สรุปแล้ววิกฤตครั้งนี้คือวิกฤตของคนจนชัดๆ
“แบบนี้ใช่หรือไม่จึงยังมีคนได้ประโยชน์อยู่ นายกฯจึงเพิกเฉยต่อปัญหารายได้ของประชาชนรากหญ้า คนรวยและนายทุนขนเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศ สูงเป็นประวัติการ ตอนปี 2562 หรือก่อนโควิด อยู่ที่ประมาณ 1.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ มาต้นปี 2564 เฉพาะไตรมาส 1 ขนออกไปลงทุนแล้ว 1.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 25% นายหัวคู่บุญของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังขนเงินไปลงทุนในต่างประเทศ กว่า 10 ประเทศ เพราะคนรวยเห็นแล้วว่า ประเทศนี้ไร้อนาคต เหลือเพียงคนจนกับชนชั้นกลางที่ต้องถูกล็อกตัวเองและเผชิญชะตากรรมภายใต้การปกครองของนายกฯ ที่ชื่อ พล.อประยุทธ์ จันทร์โอชา”
“นี่คือความเหลื่อมล้ำที่อัปลักษณ์ที่สุดที่เกิดขึ้นระหว่างคนจนกับคนรวย คนจนมีปัญหามาก หากต้องการจะตรวจเชื้อโควิดก็หาชุดตรวจยาก บางคนติดโควิคก็ไม่มีเตียง หลายคนต้องเสียชีวิตไปก่อนด้วยซ้ำ ซึ่งคาดว่าคนที่ตายไปจะต้องเป็นคนที่มีรายได้น้อยเป็นแน่ ความอัปลักษณ์นี้เห็นตำตาอยู่ทุกวันว่า สถานการณ์แบบนี้สามารถหลีกเลี่ยงได้แน่นอน ถ้าเราไม่ได้มีผู้นำที่ห่วงอำนาจอย่างทุกวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ คุมโควิดย่างอำมหิตมาก เพราะมีเรื่องการบริหารวัคซีนที่ทั้งผิดพลาด ช้าไป น้อยไป และไม่หลากหลาย” น.ส.ศิริกัญญากล่าว
น.ส.ศิริกัญญา อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์ กอดตัวเลขความสำเร็จทางสาธารณสุข โดยกดตัวเลขติดเชื้อให้เท่ากับศูนย์ แลกกับความล่มสลายของระบบเศรษฐกิจ คราวนี้ระบาดหนัก แต่ล็อกน้อยกว่า และเยียวยาน้อยกว่าเดิม นอกจากนี้ ยังมาเยียวยาคนในระบบประกันตน ตามมาตรา 33 เมื่อสายเกินไป เพราะคนงานได้ถูกปลดไปหมดแล้ว ส่วนเงินกู้ก็เอาไปทำโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ หรือคนละครึ่ง และยังถูกละเลงลงจังหวัดอย่างไร้ยุทธศาสตร์
“ทั้งนี้ รายงานความเสี่ยงทางการคลังที่จะออกมาในทุกเดือนมีนาคมของทุกปี แต่ปี 2564 ไม่ออก เมื่อสอบถามไปถึงสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีก็ทราบว่า กลายเป็นเอกสารลับ ทั้งที่ไม่มีเหตุผลที่เป็นความลับ ดิฉันจึงตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะมาจากสภาพคล่องทางการเงินครั้งที่ไม่มีความแน่นอนจากการจัดเก็บรายได้ หรือจะเป็นเรื่องเงินคงคลังลดต่ำสุดในรอบ 10 ปีใกล้เคียงกับช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์หรือไม่” น.ส.ศิริกัญญากล่าว
น.ส.ศิริกัญญา อภิปรายว่า หลายฝ่ายเสนอแนะแนวทางให้กู้เงินเพิ่ม แต่ดูเหมือนว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่กล้ากู้เงินมาเพิ่มให้ทันกาล ทุกวันนี้ยังไม่กล้าแก้กรอบเพดานหนี้สาธารณะให้เกิน 60% เพราะกลัวโดนโจมตีทางการเมือง กลัวเสียคะแนนนิยม กลัวโดนเพื่อนล้อว่าเก่งแต่กู้ หรือเป็นนักกู้สู้ 10 ทิศ วิกฤตครั้งนี้หนักหนากว่าทุกครั้ง ประชาชนก็จะลืมตาอ้าปากอีกครั้งไม่ได้ ถ้าเราไม่มีมาตรการความช่วยเหลือหรือการอัดฉีดกระตุ้นมากพอ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ กลับไม่ยอมทำสิ่งเหล่านี้เพราะเสี่ยงในทางการเมือง นายกฯ ต้องหยุดขโมยอนาคตของประเทศ
“ดิฉันขอยกตัวอย่างเสนอแนะต่อนายกฯ เช่น กรณีรัฐมนตรีของประเทศมองโกเลีย ลาออก เพราะประชาชนประท้วงที่ไม่สามารถจัดการโควิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายกรัฐมนตรีของสโลวาเกีย ลาออก เพราะแอบตกลงซื้อวัคซีนจากรัสเซีย ที่สหภาพยุโรปไม่รับรอง รัฐมนตรีอิตาลี ก็ลาออกหลังถูกวิจารณ์ว่า รับมือโควิด ไม่ได้ จนพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียก็ลาออก เพราะจัดการโควิด-19 ล้มเหลว กรณีสุดท้ายคือ นายกรัฐมนตรีสวีเดนพ้นจากตำแหน่ง เพราะพ่ายโหวตอภิปราย ไม่ไว้วางใจ” น.ส.ศิริกัญญากล่าว

